คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้มีการประชุมพิจารณากรณี ‘ทหารเกณฑ์ถูกลงโทษทางวินัยจนเสียชีวิต’ โดยได้เชิญ กองทัพบก, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ, สำนักงานการสอบสวน, สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมชี้แจง อย่างไรก็ตาม กองทัพบก ได้แจ้งเลื่อนการเข้าชี้แจงและจะมีหนังสือตอบมาในภายหลัง
วิโรจน์ เปิดเผยว่า กรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้บังคับบัญชาค่ายนวมินทราชินี หรือ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จังหวัดชลบุรี ผ่านกองทัพบก ในฐานะต้นสังกัด แต่ได้รับการปฏิเสธเข้ามาชี้แจง
มีข้อเท็จจริงจากกองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงออกมา ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งเป็นกำลังพลระดับนายสิบ และทหารกองประจำการ จำนวน 13 นาย ข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” และดำเนินการทางวินัยต่อผู้บังคับบัญชาที่ขาดการกำกับดูแล จำนวน 3 นาย ตั้งแต่ระดับผู้บังคับหมวดจนถึงผู้บังคับกองพัน แต่จากการดูผลชันสูตรพบว่าอวัยวะภายในบอบช้ำ กระดูกสันหลังหัก และยังมีกระดูกหักอีกหลายซี่ น่าจะเป็นการ ‘พยายามฆ่า’ มากกว่า
วิโรจน์ ระบุว่า เคยข้อความร่วมมือกับ สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ในการจัดทำโครงการพลทหารปลอดภัย ที่มีความตั้งใจเพื่อไม่ให้มีพลทหารเสียชีวิตในค่าย การกระทำการเช่นนี้ถือเป็นการเย้ย ท้าทาย ไม่กลัวเกรงกฎหมาย ซึ่งปล่อยไว้ไม่ได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ต้องจริงจังกว่านี้
ในส่วนของ กมธ.ได้ใช้กลไกของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ ‘พ.ร.บ.อุ้มหาย’ ดำเนินการเรื่องนี้ด้วย โดยจะมีการชี้เบาะแสในกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอัยการ เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว หากพบว่าระดับผู้บังคับบัญชาไม่ได้ดำเนินการตามสมควร ต้องร่วมรับผิดด้วยกึ่งหนึ่ง และทหารที่ก่อเหตุต้องขึ้นศาลอาญาทุจริต ไม่ใช่ศาลทหาร จึงมีความยุติธรรมที่จะมอบให้กับผู้เสียหายอย่างมาก
ทั้งนี้ ส่วนตัว คิดว่าควรยกเลิกความรุนแรงในค่ายทหารได้แล้ว ความมีวินัย ความเข้มแข็งของพลทหารไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการซ้อมทรมาน จึงขอตั้งคำถาม ‘ซี่โครงหัก ปอดฉีกขาด อวัยวะภายในหลายแห่งบอบช้ำ’ แบบนี้คือการธำรงวินัยหรือไม่? และที่สำคัญผู้เสียชีวิตสมัครมาเป็นทหาร ต้องตั้งคำถามว่าคุณทำกับคนที่อยากมาเป็นทหารได้ยังไง
ยืนยันว่า เมื่อกองทัพไม่มา ผมเอง ก็ไม่มีหน้าที่ต้องไปหา ถือเป็นการเย้ยและท้าทายกรรมาธิการการทหาร เพราะฉะนั้น ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเกรงใจเหมือนกัน ว่าไปตามกฏหมาย
ขณะเดียวกัน ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ นายทหารระดับนายพัน เชิญพ่อแม่ของพลทหาร เข้ามาพูดคุยถึงเรื่องการรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนายทหารคนดังกล่าว ในฐานะผู้บังคับบัญชาค่าย ได้ดูแลครอบครัวของผู้เสียหายอย่างดี ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เช่น ค่าใช้จ่าย การประสานงานติดตามจับกุมผู้ต้องหา
แต่ครอบครัวพลทหาร ยืนยันว่ากองทัพบอกต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะเรื่องนี้เป็นการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยนายทหารคนดังกล่าว ขอร้องไม่ให้ญาติพลทหาร ฟ้องร้องดำเนินคดีกับกองทัพบก แต่ทนายความได้ยืนยันไปว่า เป็นสิทธิ์ของญาติที่จะฟ้องกองทัพได้ โดยมีการนัดหมายจะหารือกันอีกครั้งในวันที่ 3 กันยายนนี้
ทางด้าน นิชนันท์ วังคะฮาต สมาชิกพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ กล่าวว่า มีพลทหารในค่ายนวมินทร์ฯ ส่งข้อความมาแจ้งเบาะแส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก สาเหตุที่พลทหารคนดังกล่าว ถูกธำรงวินัยอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นคนช้า จึงมักจะถูกธำรงวินัยอยู่ ทั้งเตะ ต่อย กระทืบ ถูกสั่งให้เข้าเวรยาม 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง ถูกบังคับให้กินปัสสาวะตัวเองจนป่วย เคยแจ้งหัวหน้าหน่วยแล้วแต่ถูกเพิกเฉย จนทำให้ป่วยหนักและเสียชีวิตในที่สุด
นอกจากนี้ ทางผู้บัญชาการค่ายนวมินทร์ฯ ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาในการดูแลเรื่องนี้ เพียงแต่ให้คำยืนยันกับญาติว่า จะดูแลพลทหารที่มาเป็นพยานให้ที่สุด เพื่อไม่ให้นายทหารที่ถูกดำเนินคดี เข้ามาข่มขู่หรือยุ่งเหยิงกับรูปคดีเด็ดขาด




