เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุม กมธ. วันนี้ เกี่ยวเนื่องจากที่สภาผู้แทนราษฎร “พิจารณารับหลักการร่างกฎหมายเกี่ยวกับคลื่นความถี่ฯ ที่มีปัญหาทับซ้อนกันระหว่างสาธารณะกับบริการภาคประชาชน” เนื่องจากภาคเอกชนร้องเรียนว่าการจัดสรรคลื่นความถี่อาจเกิดความไม่เป็นธรรม ทับซ้อน เนื่องจากประเภทสาธารณะที่กองทัพถือครองอยู่ “มีการนำไปหารายได้ แข่งขันกับผู้ประกอบการ” ทำให้วิทยุชุมชนรายเล็กได้รับความเดือดร้อน
กรรมาธิการฯ จึงต้องตรวจสอบว่า “คลื่นความถี่ที่ทหารถืออยู่” มีการหารายได้เข้ามาอย่างไร มีการยื่นการประกอบกิจการกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่จัดการให้ มีการจัดสรรและแสดงรายได้เนื้อหาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กสทช. หรือไม่
ส่วนการประชุม กมธ. วานนี้ (30 ต.ค.) ได้รับข้อมูลจาก กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ ‘กัน จอมพลัง’ เพียงบางส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อยุทธภัณฑ์ ที่มีการใช้คำว่า “ขอความอนุเคราะห์” โดยตรงและไปซื้อกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เห็นรายละเอียด คาดว่าจะเป็นหน่วยทหารแนวหน้าที่ส่งคำขอยุทธภัณฑ์มา ผ่านมูลนิธิกัน จอมพลัง ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงิน ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการหลังจากนี้คือการขอเอกสารที่หน่วยงานส่งคำขอต่อมูลนิธิไปทั้งหมดว่ามีรายการอะไรบ้าง
กรรมาธิการฯ ยังขอเอกสารกับ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถให้คำตอบกับคำถามกรรมาธิการฯ ได้ และตอบรับว่าจะรวบรวมเอกสารส่งกรรมาธิการ ซึ่งแสดงว่าทหารแนวหน้าขาดแคลนในสิ่งที่กองทัพปฏิเสธข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มาตลอด
ยืนยันว่าการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้เป็นการมุ่งหมายตรวจสอบเพื่อเพ่งโทษใคร แต่เพื่อวางระบบของกองทัพ วางมาตรการแนวทางในการรับบริจาคที่ถูกต้อง พร้อมกับประกาศให้สาธารณชนทราบว่าสิ่งใดที่กองทัพรับบริจาคได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้บริจาคทุกอย่าง และเมื่อถึงเวลาก็ดำเนินการอย่างไม่เป็นระเบียบ จึงต้องดำเนินการวางระบบให้ถูกต้อง
— เอกราช อุดมอำนวย
ขณะเดียวกันเห็นว่าในเรื่องนี้อาจนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข “พระราชบัญญัติยุทธภัณฑ์ การจัดซื้อจัดจ้าง” ซึ่งด้านหนึ่งอาจมีปัญหาเรื่องอุปสรรคต่อการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องหาทางแก้ไขปรับปรุงต่อไป ซึ่งหลังจากนี้อาจไม่ต้องเชิญ กัน จอมพลัง แล้ว กรรมาธิการฯ จะส่งหนังสือเพื่อขอความอนุเคราะห์เอกสาร จึงขอความร่วมมือในส่วนกองทัพ ทางโฆษกกองทัพรับปากว่าจะรวบรวมเอกสารมาให้ ที่ต้องดูว่าเอกสารดังกล่าวนั้นจะครบถ้วนหรือไม่ เพราะกรรมาธิการฯ ก็มีข้อมูลจากแนวหน้าในเรื่องการขาดแคลนและความต้องการในพื้นที่ โดยเน้นย้ำว่าทางกองทัพจะต้องไม่ปกปิดข้อเท็จจริง หรือให้เพียงแค่ดูดี
ไม่ใช่การปกปิดข้อเท็จจริง หรือพูดไปเพียงแค่ให้ดูดี แต่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมา และช่วยกันหาทางออกก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด วันนี้เรามาเสริมติดเขี้ยวเล็บและแพร่กับกองทัพ แนวหน้าตรงไหนร้องขอกรรมาธิการก็พยายามไล่บี้ เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน พบว่าขาดเยอะ สอบถามหน่วยงานรัฐได้รับคำชี้แจงอย่างเป็นที่พอใจแล้ว เช่นเดียวกัน เชื่อว่าหากนายพลที่อยู่แนวหลังใส่ใจกับทหารชั้นผู้น้อย ลงไปดูหน้างาน ดูรายละเอียดนิดหนึ่ง รวมถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงไปดูหน้างาน ความเข้าใจจะทราบว่าต้องแก้ไขอย่างไร
— เอกราช อุดมอำนวย
เอกราช กล่าวด้วยว่า หากกองทัพส่งเอกสารไม่ครบถ้วน กรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูลเอง เพื่อปรับปรุงในเชิงนโยบาย เพื่อเสนอแนะการปฏิรูปกระบวนการจัดงบประมาณของกองทัพ ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้หน่วยงานทหารแนวหน้าได้รับความเดือดร้อน แต่เป็นการติดเขี้ยวเล็บให้กับแนวหน้า โดยเฉพาะการจัดยุทธภัณฑ์ให้กับแนวหน้าไม่ตรงกับความต้องการนั้น อาจมองว่าผู้บัญชาการระดับบนจะมีปัญหาในการสั่งการดำเนินการ
เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศพร้อมสนับสนุนทหารแนวหน้า จึงต้องการรู้ว่าฐานแนวหน้าขาดยุทธภัณฑ์อะไรบ้าง ซึ่งหากทราบข้อมูลได้มากเท่าไร เท่ากับว่าติดเขี้ยวเล็บได้มากเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้แล้วจัดหาแบบไม่ถูกต้อง
โดยชี้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากสิ่งที่กองทัพต้องจัดหายุทธภัณฑ์ให้กับแนวหน้า แต่กลับให้หน่วยงานภายนอกจัดหาให้




