ความเคลื่อนไหวใน 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ถูกจับตาอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งผลการเลือกตั้งพรรคที่ได้จำนวน ส.ส. มากที่สุดคือ ‘พรรคประชาชาติ’ 7 เก้าอี้ พรรคพลังประชารัฐ 3 เก้าอี้ พรรคภูมิใจไทย 1 เก้าอี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 เก้าอี้ ถือเป็นพื้นที่ ‘ฐานที่มั่น’ ของพรรคประชาชาติ ที่มี ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ เป็นหัวหน้าพรรคฯ และเป็น ‘แกนนำกลุ่มวาดะห์’ โดยเฉพาะ จ.ยะลา ที่เป็นพื้นที่ ‘ตระกูลมะทา’ ของ ‘วันนอร์’ โดย ‘กลุ่มวาดะห์’ เป็นนักการเมืองมุสลิม จ.ชายแดนใต้ ที่กำเนิดขึ้น ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมัยพรรคความหวังใหม่
ล่าสุดองค์กรขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Kebangsaan Patani) ที่มีชื่อเดิมคือ ‘สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี’ หรือ PerMAS ได้จัดกิจกรรมเปิดตัว ‘องค์กรนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa)’ โดยมี ‘อิรฟาน อูมา’ เป็นประธาน พร้อมเสวนาในหัวข้อ ‘สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง (Self-Determination) กับสันติภาพปาตานี’ ที่ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาฯ 5 คน คือ รองศาสตรจารย์ ดร.มารค ตามไท อดีตอาจารย์สาขาการสร้างสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ , ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่เป็นว่าที่ ส.ส. ปัตตานี , ฮากิม พงติกอ รองเลขาธิการ พรรคเป็นธรรม , อาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธานองค์กร The Patani ในฐานะองค์กรเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมืองเพื่อการกำหนดชะตากรรมตนเอง (Self-Determination) และน่าสนใจว่าตามกำหนดการเดิมจะมี ‘รอมฎอน ปันจอร์’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าร่วมเสวนาด้วย แต่สุดท้ายพบว่าไม่ได้มาร่วมงาน
นอกจากนี้มีการเผยแพร่ ‘บัตรลงคะแนน’ โดยใช้ชื่อว่ากิจกรรม ‘ทำประชามติจำลอง’ โดยในบัตรมีช่องให้เลือกว่า ‘เห็นด้วย หรือ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับคำถามว่า “คุณเห็นด้วยกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองหรือไม่ ที่จะให้ประชาชนปาตานีสามารถ ‘ออกเสียงประชามติ’ แยกตัวเป็น ‘เอกราช’ ได้อย่างถูกกฎหมาย” แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมข้างท้ายว่า “ใช้กับชาวปาตานี ผู้ที่ลงทะเบียนว่า อาศัยอยู่ถาวรในพื้นที่ปาตานี หรือ จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.สงขลา เฉพาะ อ.นาทวี อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย
สำหรับ ‘อิรฟาน อูมา’ เป็น นายกสโมสรนักศึกษา สถาบันอาหรับฯ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นลูกชายคนเล็กของ ‘นัจมุดดีน อูมา’ อดีต ส.ส.นราธิวาส หลายสมัย อดีตโฆษกพรรคประชาชาติ ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว สำหรับ ‘นัจมุดดีน อูมา’ เป็น ‘ศิษย์เก่า PNYS’ สาย ม.รามคำแหง รุ่นแรกๆ เคยเป็นประธานกลุ่ม PNYS ที่เป็นเครือข่ายปัญญาชน จ.ชายแดนภาคใต้
ในด้านฝ่ายความมั่นคงก็จับตาในเรื่องนี้เช่นกัน ในฝั่ง ‘กองทัพ’ ที่เป็น ‘สายพิราบ’ มองว่า ‘กลุ่มการเมือง’ ในพื้นที่ กลัวจะ ‘ตกขบนวน’ ในช่วง ‘เปลี่ยนผ่านรัฐบาล’ ในการชูธงเรื่อง ‘การกระจายอำนาจ’ ของฝั่งพรรคที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ มีนโยบายการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เมื่อเกิดการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ขึ้นมา ฝ่ายความมั่นคง ‘สายพิราบ’ ก็มองว่าจะถูกใช้อ้างเป็น ‘เงื่อนไข’ ในการสกัดกั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ที่อาจทำให้ฝ่ายความมั่นคงจะกลับมา ‘เข้มงวด’ มากขึ้น และมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจเพราะต้องการเข้าไปมีบทบาทในการ ‘เจรจาสันติภาพ’ หลังมี ‘รัฐบาลใหม่’ แล้ว
ในขณะที่ ‘ฝ่ายความมั่นคง’ สายบังคับบัญชา ที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ มองว่าเป็นการ ‘ยกระดับ’ ผ่านแนวทางการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง ที่เข้าข่ายการ ‘แบ่งแยกเอกราช’ เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย โดยจะมีการดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่มองว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้ กลุ่มที่จัดกิจกรรมมองว่า ‘สถานการณ์’ ที่เอื้อมากขึ้น รวมทั้งมองเรื่อง ‘นโยบายบาย’ ในการเมืองระดับชาติที่กำลังจะเปลี่ยนไป หากขั้วพรรคก้าวไกลที่มีพรรคประชาชาติร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
แต่การเคลื่อนไหวเช่นนี้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ย้ำว่า เข้าข่ายผิดกฎหมาย ในเรื่อง ‘บูรณภาพแห่งดินแดน’ ที่ขัด รธน. รวมทั้งกฎหมายการทำประชาชาติ ที่ห้ามแบ่งแยกดินแดน พร้อมชี้ถึงหลัก สิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง หรือ RSD (Right to Self-determination) ที่ถูกบรรจุไว้ในสหประชาชาติ ครั้งแรกคือมติที่ 1514 (XV) ค.ศ.1960 เรื่อง “การให้เอกราชแก่ดินแดนอาณานิคม” (Declaration on the Granting of Independence to Colonial Countries and Peoples) ที่มีสิทธิดังกล่าวมีรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมการตัดสินใจในสถานะทางการเมือง การพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่รวม ‘การแบ่งแยกดินแดน’ ตามที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักศึกษานักเรียนและเยาชนปาตานี (PerMAS) เคยเสนอขึ้นมาแก้ไข จ.ชายแดนภาคใต้ ก่อนหน้านี้ จนมาถึงการจัดกิจกรรมครั้งล่าสุดขององค์กรนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa)
ล่าสุดองค์กรขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Kebangsaan Patani) ที่มีชื่อเดิมคือ ‘สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี’ หรือ PerMAS ได้จัดกิจกรรมเปิดตัว ‘องค์กรนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa)’ โดยมี ‘อิรฟาน อูมา’ เป็นประธาน พร้อมเสวนาในหัวข้อ ‘สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง (Self-Determination) กับสันติภาพปาตานี’ ที่ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาฯ 5 คน คือ รองศาสตรจารย์ ดร.มารค ตามไท อดีตอาจารย์สาขาการสร้างสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ , ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่เป็นว่าที่ ส.ส. ปัตตานี , ฮากิม พงติกอ รองเลขาธิการ พรรคเป็นธรรม , อาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธานองค์กร The Patani ในฐานะองค์กรเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมืองเพื่อการกำหนดชะตากรรมตนเอง (Self-Determination) และน่าสนใจว่าตามกำหนดการเดิมจะมี ‘รอมฎอน ปันจอร์’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าร่วมเสวนาด้วย แต่สุดท้ายพบว่าไม่ได้มาร่วมงาน
นอกจากนี้มีการเผยแพร่ ‘บัตรลงคะแนน’ โดยใช้ชื่อว่ากิจกรรม ‘ทำประชามติจำลอง’ โดยในบัตรมีช่องให้เลือกว่า ‘เห็นด้วย หรือ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับคำถามว่า “คุณเห็นด้วยกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองหรือไม่ ที่จะให้ประชาชนปาตานีสามารถ ‘ออกเสียงประชามติ’ แยกตัวเป็น ‘เอกราช’ ได้อย่างถูกกฎหมาย” แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมข้างท้ายว่า “ใช้กับชาวปาตานี ผู้ที่ลงทะเบียนว่า อาศัยอยู่ถาวรในพื้นที่ปาตานี หรือ จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.สงขลา เฉพาะ อ.นาทวี อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย
สำหรับ ‘อิรฟาน อูมา’ เป็น นายกสโมสรนักศึกษา สถาบันอาหรับฯ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นลูกชายคนเล็กของ ‘นัจมุดดีน อูมา’ อดีต ส.ส.นราธิวาส หลายสมัย อดีตโฆษกพรรคประชาชาติ ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว สำหรับ ‘นัจมุดดีน อูมา’ เป็น ‘ศิษย์เก่า PNYS’ สาย ม.รามคำแหง รุ่นแรกๆ เคยเป็นประธานกลุ่ม PNYS ที่เป็นเครือข่ายปัญญาชน จ.ชายแดนภาคใต้
ในด้านฝ่ายความมั่นคงก็จับตาในเรื่องนี้เช่นกัน ในฝั่ง ‘กองทัพ’ ที่เป็น ‘สายพิราบ’ มองว่า ‘กลุ่มการเมือง’ ในพื้นที่ กลัวจะ ‘ตกขบนวน’ ในช่วง ‘เปลี่ยนผ่านรัฐบาล’ ในการชูธงเรื่อง ‘การกระจายอำนาจ’ ของฝั่งพรรคที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ มีนโยบายการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เมื่อเกิดการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ขึ้นมา ฝ่ายความมั่นคง ‘สายพิราบ’ ก็มองว่าจะถูกใช้อ้างเป็น ‘เงื่อนไข’ ในการสกัดกั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ที่อาจทำให้ฝ่ายความมั่นคงจะกลับมา ‘เข้มงวด’ มากขึ้น และมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจเพราะต้องการเข้าไปมีบทบาทในการ ‘เจรจาสันติภาพ’ หลังมี ‘รัฐบาลใหม่’ แล้ว
ในขณะที่ ‘ฝ่ายความมั่นคง’ สายบังคับบัญชา ที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ มองว่าเป็นการ ‘ยกระดับ’ ผ่านแนวทางการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง ที่เข้าข่ายการ ‘แบ่งแยกเอกราช’ เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย โดยจะมีการดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่มองว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้ กลุ่มที่จัดกิจกรรมมองว่า ‘สถานการณ์’ ที่เอื้อมากขึ้น รวมทั้งมองเรื่อง ‘นโยบายบาย’ ในการเมืองระดับชาติที่กำลังจะเปลี่ยนไป หากขั้วพรรคก้าวไกลที่มีพรรคประชาชาติร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
แต่การเคลื่อนไหวเช่นนี้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ย้ำว่า เข้าข่ายผิดกฎหมาย ในเรื่อง ‘บูรณภาพแห่งดินแดน’ ที่ขัด รธน. รวมทั้งกฎหมายการทำประชาชาติ ที่ห้ามแบ่งแยกดินแดน พร้อมชี้ถึงหลัก สิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง หรือ RSD (Right to Self-determination) ที่ถูกบรรจุไว้ในสหประชาชาติ ครั้งแรกคือมติที่ 1514 (XV) ค.ศ.1960 เรื่อง “การให้เอกราชแก่ดินแดนอาณานิคม” (Declaration on the Granting of Independence to Colonial Countries and Peoples) ที่มีสิทธิดังกล่าวมีรูปแบบที่หลากหลาย ครอบคลุมการตัดสินใจในสถานะทางการเมือง การพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่รวม ‘การแบ่งแยกดินแดน’ ตามที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักศึกษานักเรียนและเยาชนปาตานี (PerMAS) เคยเสนอขึ้นมาแก้ไข จ.ชายแดนภาคใต้ ก่อนหน้านี้ จนมาถึงการจัดกิจกรรมครั้งล่าสุดขององค์กรนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa)



