‘รมต.สุชาติ’ ห่วงหนุ่มทีวีเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน สั่ง ‘สปส.-กสร.’ เร่งช่วยเหลือตรวจสอบข้อเท็จจริง

7 ก.พ. 2566 - 13:29

  • รมต.แรงงาน ห่วงหนุ่มทีวีเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน สั่ง กสร. และ สปส. เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง

Minister_Suchart_ordered_an_investigation_into_the_death_of_a_TV_worker_at_a_desk_SPACEBAR_Thumbnail_24c6c7143b.jpeg
จากกรณีโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่เรื่องราวของพนักงานจัดผังรายการทีวี TNN วัย 44 ปี เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคาโต๊ะทำงาน เมื่อเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา นั้น 

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วน 
          
สุชาติ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานข่าวของหนุ่มใหญ่ฝ่ายจัดทำผังรายการทีวีเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และนายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วนแล้ว” 

รมต.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนสำนักงานประกันสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตชื่อศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ อายุ 44 ปี เป็นพนักงานบริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันบนโต๊ะทำงาน ซึ่งบริษัทฯ ของลูกจ้างที่เสียชีวิตอยู่ในเขตความผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3  

“ซึ่งหากกรณีดังกล่าวเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้ เงินค่าทำศพ จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจ่ายให้ทายาทผู้มีสิทธิ ในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน มีกำหนด 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม แต่หากเสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิเป็นเงินค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและประสานทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมต่อไป” 
        
รมต.แรงงาน กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขณะนี้พนักงานตรวจแรงงานอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงานว่านายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น นายจ้าง ได้จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้กับลูกจ้างหรือไม่ ถ้านายจ้างให้ทำงานโดยไม่ได้กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ ถือว่านายจ้างมีความผิด ในกรณีที่นายจ้างให้ทำงานล่วงเวลาต้องดูว่าได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือไม่ กรณีที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมีเพียงกรณีเดียวคือลักษณะของงานที่ต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน จึงจะสามารถสั่งให้ลูกจ้างทำได้ 

“อย่างไรก็ตามการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ทำงานล่วงเวลา และทำงานล่วงเวลาในวันหยุดต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยว่า สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”  

รมต.แรงงาน กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า จะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ เบื้องต้นต้องดูว่าระหว่างเสียชีวิตเป็นการเข้ากะทำงานหรือไม่ สามารถใช้เงินกองทุนทดแทนชดเชยได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทางกระทรวงแรงงานไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบริษัท สถานประกอบการใดมีการใช้แรงงานอย่างหนักกับพนักงาน ถ้าหากไม่มีการร้องเรียนเข้ามา ขณะที่ทาง กสร.ก็พร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ 

“สำหรับกรณีนี้ลูกจ้างเสียชีวิตไปแล้ว ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานสามารถเป็นปากเป็นเสียงแทน เพื่อให้สามารถตรวจสอบพยานหลักฐานได้ และจะได้มีการพิจารณาเงินกองทุนชดเชยการทำงานด้วย เพราะถ้าหากไม่มีการมาร้องเรียน หรือการให้เบาะแสที่แท้จริง เมื่อเจ้าหน้าที่ กสร.เข้าไปตรวจสอบอาจจะเกิดกรณีลูกจ้างไม่มีใครยอมให้ข้อมูล ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้” 

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเข้าดูแลสิทธิประโยชน์อันมีเป้าหมายการให้บริการและสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์