จากกรณีโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่เรื่องราวของพนักงานจัดผังรายการทีวี TNN วัย 44 ปี เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคาโต๊ะทำงาน เมื่อเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา นั้น
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วน
สุชาติ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานข่าวของหนุ่มใหญ่ฝ่ายจัดทำผังรายการทีวีเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และนายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วนแล้ว”
รมต.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนสำนักงานประกันสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตชื่อศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ อายุ 44 ปี เป็นพนักงานบริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันบนโต๊ะทำงาน ซึ่งบริษัทฯ ของลูกจ้างที่เสียชีวิตอยู่ในเขตความผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3
“ซึ่งหากกรณีดังกล่าวเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้ เงินค่าทำศพ จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจ่ายให้ทายาทผู้มีสิทธิ ในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน มีกำหนด 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม แต่หากเสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิเป็นเงินค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและประสานทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมต่อไป”
รมต.แรงงาน กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขณะนี้พนักงานตรวจแรงงานอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงานว่านายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น นายจ้าง ได้จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้กับลูกจ้างหรือไม่ ถ้านายจ้างให้ทำงานโดยไม่ได้กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ ถือว่านายจ้างมีความผิด ในกรณีที่นายจ้างให้ทำงานล่วงเวลาต้องดูว่าได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือไม่ กรณีที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมีเพียงกรณีเดียวคือลักษณะของงานที่ต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน จึงจะสามารถสั่งให้ลูกจ้างทำได้
“อย่างไรก็ตามการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ทำงานล่วงเวลา และทำงานล่วงเวลาในวันหยุดต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยว่า สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
รมต.แรงงาน กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า จะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ เบื้องต้นต้องดูว่าระหว่างเสียชีวิตเป็นการเข้ากะทำงานหรือไม่ สามารถใช้เงินกองทุนทดแทนชดเชยได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทางกระทรวงแรงงานไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบริษัท สถานประกอบการใดมีการใช้แรงงานอย่างหนักกับพนักงาน ถ้าหากไม่มีการร้องเรียนเข้ามา ขณะที่ทาง กสร.ก็พร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ
“สำหรับกรณีนี้ลูกจ้างเสียชีวิตไปแล้ว ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานสามารถเป็นปากเป็นเสียงแทน เพื่อให้สามารถตรวจสอบพยานหลักฐานได้ และจะได้มีการพิจารณาเงินกองทุนชดเชยการทำงานด้วย เพราะถ้าหากไม่มีการมาร้องเรียน หรือการให้เบาะแสที่แท้จริง เมื่อเจ้าหน้าที่ กสร.เข้าไปตรวจสอบอาจจะเกิดกรณีลูกจ้างไม่มีใครยอมให้ข้อมูล ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้”
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเข้าดูแลสิทธิประโยชน์อันมีเป้าหมายการให้บริการและสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วน
สุชาติ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานข่าวของหนุ่มใหญ่ฝ่ายจัดทำผังรายการทีวีเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และนายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ให้กับทายาทผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยด่วนแล้ว”
รมต.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนสำนักงานประกันสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตชื่อศราวุฒิ ศรีสวัสดิ์ อายุ 44 ปี เป็นพนักงานบริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันบนโต๊ะทำงาน ซึ่งบริษัทฯ ของลูกจ้างที่เสียชีวิตอยู่ในเขตความผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3
“ซึ่งหากกรณีดังกล่าวเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้ เงินค่าทำศพ จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจ่ายให้ทายาทผู้มีสิทธิ ในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน มีกำหนด 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม แต่หากเสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงานจะได้รับสิทธิเป็นเงินค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและประสานทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมต่อไป”
รมต.แรงงาน กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขณะนี้พนักงานตรวจแรงงานอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงานว่านายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น นายจ้าง ได้จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้กับลูกจ้างหรือไม่ ถ้านายจ้างให้ทำงานโดยไม่ได้กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ ถือว่านายจ้างมีความผิด ในกรณีที่นายจ้างให้ทำงานล่วงเวลาต้องดูว่าได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือไม่ กรณีที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมีเพียงกรณีเดียวคือลักษณะของงานที่ต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน จึงจะสามารถสั่งให้ลูกจ้างทำได้
“อย่างไรก็ตามการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ทำงานล่วงเวลา และทำงานล่วงเวลาในวันหยุดต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วยว่า สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมง หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
รมต.แรงงาน กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า จะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ เบื้องต้นต้องดูว่าระหว่างเสียชีวิตเป็นการเข้ากะทำงานหรือไม่ สามารถใช้เงินกองทุนทดแทนชดเชยได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทางกระทรวงแรงงานไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบริษัท สถานประกอบการใดมีการใช้แรงงานอย่างหนักกับพนักงาน ถ้าหากไม่มีการร้องเรียนเข้ามา ขณะที่ทาง กสร.ก็พร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ
“สำหรับกรณีนี้ลูกจ้างเสียชีวิตไปแล้ว ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานสามารถเป็นปากเป็นเสียงแทน เพื่อให้สามารถตรวจสอบพยานหลักฐานได้ และจะได้มีการพิจารณาเงินกองทุนชดเชยการทำงานด้วย เพราะถ้าหากไม่มีการมาร้องเรียน หรือการให้เบาะแสที่แท้จริง เมื่อเจ้าหน้าที่ กสร.เข้าไปตรวจสอบอาจจะเกิดกรณีลูกจ้างไม่มีใครยอมให้ข้อมูล ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้”
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเข้าดูแลสิทธิประโยชน์อันมีเป้าหมายการให้บริการและสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ



