รมว.ต่างประเทศ รับลูก ‘ประชามติ’ ชี้ใน MOUไทย-กัมพูชา มีหลายวิธีการยกเลิก

1 ต.ค. 2568 - 18:21

  • รมว.ต่างประเทศ แจงทำประชามติ ยกเลิก MOU43-44 ไทย-กัมพูชา หน้าที่ ก.ต่างประเทศ ชี้แจงข้อมูลให้ ปชช. รอบด้าน เพื่อตัดสินใจ ชี้ใน MOU มีหลายวิธีการยกเลิก

  • แผนงาน 4 เดือน ลั่น ผลประโยชน์อยู่ตรงไหน เราต้องไป เผยตอนพบ ‘เลขาธิการยูเอ็น-ปธ.ออตตาวา’ ย้ำไทยต้องการแก้ปัญหาแบบทวิภาคี อยากให้เพื่อนบ้านก้าวหน้า ถ้าเขาดีขึ้น ผลประโยชน์ก็ตกอยู่ที่ประเทศด้วย

รมว.ต่างประเทศ รับลูก ‘ประชามติ’ ชี้ใน MOUไทย-กัมพูชา มีหลายวิธีการยกเลิก

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะทำประชามติสอบถามประชาชน ถึงการยกเลิก MOU 2543-44 ไทย- กัมพูชา ว่า เป็นไปตามที่แถลงคือให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการทำประชามติเกี่ยวกับการยกเลิก MOU ซึ่ง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดไปแล้วในเบื้องต้น ถึงวิธีการจะเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมดว่า เนื้อหาของMOU เป็นอย่างไรและมีไว้เพื่ออะไร ซึ่งอยากให้ประชาชนตัดสินใจโดยมีข้อมูล ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรเราก็เคารพ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศ จึงอยากให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาระบุว่าการยกเลิก MOU จะต้องเห็นชอบทั้ง 2 ฝ่าย สีหศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ไปดู ใน MOU ว่าเขียนว่าอย่างไร ซึ่งมีหลายวิธีการที่จะยกเลิก

เมื่อถามถึงระยะเวลาของรัฐบาล 4 เดือน สีหศักดิ์ กล่าวว่าต้องทำ 4 เดือนให้มีความหมาย ตามที่นายกรัฐมนตรีพูดไว้ว่า เราอยู่เพื่อให้มีความหมาย ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ก็จะทำในแต่ละวันให้เป็นประโยชน์ และต้องคิดไปไกลกว่า 4 เดือน เพราะมีปัญหาเฉพาะหน้าจำนวนมาก และต้องไม่ถูกครอบงำจากปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียว แต่ต้องมองระยะยาวจึงต้องวางพื้นฐานที่ดีให้กับการต่างประเทศไทยในระยะยาว

ส่วนมองถึงการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา อย่างไร สีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมีความจริงใจต่อกัน ที่จะหาทางคลี่คลาย ก้าวข้ามความขัดแย้ง และเรามีการดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และคิดว่าการปรับความสัมพันธ์ก็จะเป็นไปโดยธรรมชาติ ตราบใดที่มีความจริงใจ มีเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้า

เมื่อถามต่อว่าความจริงใจจะเอาชนะข่าวเท็จ ได้หรือไม่ สีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีข่าวแบบนี้ก็จะทำให้ถอยหลัง ข่าวเท็จบางครั้งความตั้งใจคืออะไร ดังนั้นเราต้องบริหารดูแลข้อมูล ซึ่งในการชี้แจงในสภาเมื่อเมื่อวานนี้ก็ได้พูดถึง ยุทธศาสตร์ต่อกัมพูชา เรื่องข้อมูลสำคัญ เพราะปัจจุบันข้อมูลมีจำนวนมาก มีการสร้างความได้เปรียบทางข้อมูล ก็ต้องพยายามสื่อสารข้อมูลของเราให้ได้มากที่สุด

หากต้องยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกลับมาก่อนใช่หรือไม่ สีหศักดิ์ มองว่า ต้องมีความจริงใจมีความคืบหน้าให้เห็นก่อน และที่สำคัญ คือสถานการณ์ชายแดน ตอนนี้ไม่ปกติ อันดับแรกจะต้องทำอย่างไรให้ สถานการณ์ชายแดนมีความปลอดภัยสงบ ประชาชนสามารถกลับไปหาสู่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

พร้อมกันนี้ สีหศักดิ์ ได้บรรยายสรุปแก่คณะทูตานุทูต เกี่ยวกับผลการเข้าร่วมการประชุม UNGA80 และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการทำงานวันแรก ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภาภายใต้รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล

สีหศักดิ์ กล่าวในที่ประชุมช่วงต้น โดยระบุว่า เนื้อหาที่จะกล่าวในวันนี้ เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นอย่างไร รัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือน และหลังจากนั้นจะมีการเลือกตั้ง จึงต้องทำให้ 4 เดือนของรัฐบาลนี้มีความหมายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรามีเวลา 4 เดือนกับปัญหาเร่งด่วนในทุก ๆ วัน และพยายามแก้ปัญหาระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเมียนมาด้วย ซึ่งประเทศไทยควรต้องดำเนินการมากกว่านี้

สีหศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำนโยบายของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล มีรายละเอียดด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน พร้อมกันนี้จะมีการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือ ทั้งในระดับอาเซียน โดยปลายปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมตามกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ซึ่งมีเป้าหมายว่าอาเซียนจะมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ภายหลังการประชุม สีหศักดิ์ เปิดเผยว่าวันนี้เป็นวันแรกที่มารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวานนี้ ในเวลา 4 เดือนจะใช้ทุกวันให้เป็นประโยชน์ จึงเชิญคณะทูต ซึ่งท่านทูตหลายท่านเดินทางมาด้วยตัวเอง มาพูดคุยว่าภายใต้ในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไร

“เราอยากจะเห็นการทูตที่นำประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ การทูตที่ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการทูตที่ไปหลายทิศทาง ผลประโยชน์อยู่ตรงไหนเราต้องไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องใกล้ตัว”

นอกจากนี้ ยังมีการเล่าให้ที่ประชุมฟังถึงกรณีเยือนนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญ เราไปเพื่อให้เห็นว่าไทยมีแนวคิดและอยากจะมีบทบาทที่มีความหมายในเวทีระหว่างประเทศ เรามีจุดยืนเรื่องสำคัญอย่างไร  ในถ้อยแถลงของตนก็พูดถึงวิกฤตยูเครน กาซา เราก็มีจุดยืน เราพูดถึงความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและประเด็นที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ความมั่นคงของมนุษย์ สิทธิเด็ก สิทธิสตรี และสิทธิมนุษยชน เราก็พูดถึง

สีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้เจอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่างๆ หลายประเทศ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ในฐานะประธานอนุสัญญาออตตาวา 

“ได้เรียนให้เขาทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิด ไทยก็ทำเรื่องร้องเรียนไปท่านรับทราบ เนื่องจากจะมีการประชุมใหญ่ในเดือนธันวาคมนี้ เราคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดและสร้างสรรค์ที่สุด คือเราเร่งในเรื่องที่ตกลงกันในที่ประชุม GBC ในเรื่องการเก็บกู้ระเบิดร่วมกัน” สีหศักดิ์ กล่าว

สีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งจะเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งรัสเซียมีความกระตือรือร้นอยากจะมีความสัมพันธ์กับไทย

“เพียงแต่เราไม่ได้พูดคุยลงรายละเอียดเรื่องไทยและกัมพูชา แต่ให้เขาทราบว่าเรากำลังแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระดับทวิภาคี มีความคืบหน้าและอยากจะให้มีการเดินหน้าต่อไป เราไม่คิดว่าการนำเอาปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันของไทย กัมพูชาไปสู่เวทีระหว่างประเทศ จะเป็นการช่วยแก้ปัญหา ผมได้เจอกับเลขาธิการสหประชาชาติ ได้สรุปให้ทราบถึงความคืบหน้าล่าสุดและความสัมพันธ์ระหว่างไทย กัมพูชา ผมยืนยันว่าไทยต้องการอยู่อย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เราต้องการให้ประเทศเพื่อนบ้านก้าวหน้า   ซึ่งความก้าวหน้าของเขาจะเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วย” สีหศักดิ์ กล่าว

สีหศักดิ์ ย้ำว่า ได้เล่าให้เลขาธิการสหประชาชาติ ฟังว่าเรากำลังเจรจากันอย่างไรมีการพูดถึงสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเรื่องผู้ลี้ภัย ให้สามารถทำงานได้ ก็ถือเป็นความก้าวหน้าแสดงว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ลี้ภัย และการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัยที่มาอยู่ในไทย

สีหศักดิ์ ระบุว่า เรื่องสำคัญคือถ้อยแถลงของตนเองในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวกับไทยกับกัมพูชา  ตนอยากให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร และเราไม่ควรจะเป็นศัตรูกัน เราพร้อมที่จะคุยเจรจาแก้ไขด้วยสันติวิธี แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับการพูดคุยมีความจริงใจระหว่างกัน แต่พื้นที่นี้ยังไม่เปิด

แน่นอนว่าเราต้องรักษาอธิปไตยของเรา ความปรารถนาของไทยคืออยากให้มีการพูดคุย ค่อยๆ หาทางเดินหน้าในความสัมพันธ์อย่างไร เรามีการประชุม GBC มีหลายประเด็นที่ได้มีการตกลง จึงจะต้องมีการเดินหน้า

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีการเจอกับ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา เราได้พูดกันว่าเราเป็นนักการทูต ต้องมีการพูดคุย ไม่ได้เป็นอุปสรรค เราต้องทำความเข้าใจ ตรงไหนที่ทำความเข้าใจได้ก็ดี

ขณะที่สหรัฐฯ จัดประชุม 4 ฝ่ายก็เป็นเจตนารมณ์ต้องขอบคุณสหรัฐฯ ที่จัดประชุมดังกล่าว แต่มีเวลาน้อย ตนก็ยืนยันว่าอยากให้การประชุมสะท้อนถึงความพยายามที่ไทยพูดคุยเดินหน้าทำให้บรรยากาศของความสัมพันธ์ดีขึ้น

“แต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นก็มีการกล่าวหาประเทศไทยก่อน ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงและไม่สะท้อนในสิ่งที่เคยพูดคุยกันไว้ ตนจึงต้องมีการปรับถ้อยแถลงเพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยมีเจตนาอย่างไร ที่ผ่านมาเราช่วยกัมพูชามาโดยตลอด ไม่ได้เป็นการทวงบุญคุณ ช่วงที่เขาเจอปัญหาภายใน เราก็รับผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนเป็นกี่แสนคน ในช่วงที่ผมเจ้ากระทรวง ก็เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง เราช่วยเจรจาสันติภาพระหว่างกัมพูชาฝ่ายต่างๆ พยายามช่วยเขาฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะการประชุมที่พัทยา ที่นำไปสู่การประชุมที่กรุงปารีส ” สีหศักดิ์ กล่าว

สีหศักดิ์ กล่าวว่า เรามีความปรารถนาที่ดี เหตุการณ์ปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่ไทยปรารถนา ดังนั้นจึงต้องมีการทำงานร่วมกันต้องหาจุดที่หาความคืบหน้า ว่าจะกลับสู่สภาวะปกติอย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์