เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ในฐานะรับผิดชอบดูแลงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ ว่า จากการประชุมผ่านระบบวีดีคอนเฟอเร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้เน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำงานด้านการป้องกันด้วย ไม่ใช่แค่ทำงานแค่บรรเทาเพียงอย่างเดียว
เพราะถ้าไม่ทำงานป้องกันด้วยเหตุการณ์จะเหมือนเดิมๆ ปีที่แล้วเคยเกิดอย่างไรปีนี้ก็เกิดเหมือนเดิม เช่น ปีนี้คันกั้นน้ำ หรือประตูระบายน้ำชำรุดเสียหาย ปีหน้าต้องไม่เป็นแบบนั้น เราต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ทำงานเชิงรับเหมือนที่ผ่านมา
“ขณะนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพราะเรามาตอนปลายเหตุ การบริหารจัดน้ำต้องเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไม่ใช่ไปเริ่มกักน้ำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งที่ช่วงเหล่านี้ต้องรับใช้น้ำให้หมด น้ำใหม่ก็อย่าเพิ่งกัก เพราะฉะนั้นในเดือนกรกฎาคม ถ้าน้ำมีต้องใช้หรือปล่อยให้หมด” รมช.มหาดไทย กล่าว
ส่วนพื้นที่ที่ประกาศเขตภัยพิบัติ รวมถึงพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงนั้น ในภาคเหนือ ในช่วง 2-3วั นนี้ จ.แพร่ คาดว่าปริมาณน้ำจะลดลง แต่ปริมาณน้ำจะมาที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และอุตรดิตถ์ แต่กว่าจะถึงแม้น้ำเจ้าพระยาคงอีกหลายวัน
“ทั้งนี้ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าจะมีพายุเข้าในช่วง 2-3 วันนี้ แต่ยังไม่มั่นในว่าพายุจะเข้าจริงหรือไม่ หากพายุเข้าคงจะมีหลายพื้นที่ที่จะต้องเจอกับปัญหา โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเต็มความจุเกือบทุกอ่างเก็บน้ำ” รมช.มหาดไทย กล่าว
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ในกรณีของภาคอีสาน น้ำกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ทุกอ่างเก็บน้ำ หากพายุเข้าปลายน้ำที่จะไหลออกแม่น้ำโขง อย่าง จ.อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ก็คงอยู่ใต้น้ำอีกเหมือนเดิม ขณะนี้ได้ไปประสานยังชลประทานเขต 6 เหลือเพียงในลุ่มน้ำมูลน้ำยังไม่เต็มอ่าง แต่ตลอดแนวลุ่มน้ำชีอ่างเก็บน้ำเต็มหมด เริ่มจาก จ.ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคามกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ ยังโชคดีที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังไม่สูง แต่ระดับน้ำมูลสถานี M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย จ.อุบลราชธานี ถือว่าสูงอาการสาหัสพอสมควร แต่ได้ประสานกับ ปภ.จังหวัดที่เกี่ยวข้องแล้ว
รมช.มหาดไทย ยังกล่าวถึงปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางว่า จากที่ได้รับรายงาน จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปริมณฑลยังค่อนข้างน่าเป็นห่วงเกือบทุกจังหวัด แต่ยังไม่ถึงขั้นน้ำล้นตลิ่ง แต่จะเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มต่ำ
“สำหรับความเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หากดูจากสถานการณ์ระดับน้ำเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว วันนี้ยังไม่มีความเสี่ยง แต่ถ้าพายุเข้าถึงจะเสี่ยง แต่เท่าที่สอบถามทางกรมอุตุฯ โอกาสที่พายุจะเข้าอีกถือว่าน้อย แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่ ดังนั้นพื้นที่ กทม.ยังสบายใจได้ อย่างไรก็ตามการรับมือก็คงจะเป็นในรูปแบบเดิม”
เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาประชาชนคาดหวังในการบริหารจัดการน้ำ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลเราเพิ่งเข้ามาใหม่ได้เพียง 2 เดือน ดังนั้นมันอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำ แต่เราก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่




