แยกความมั่นคง-การค้า 'กต.' เผยคุย ‘ทรัมป์-อันวาร์“ กดดัน 'กพช.'

15 พ.ย. 2568 - 16:18

  • 'กต.' ย้ำ 'กัมพูชา' ต้องรับผิดชอบเหตุทุ่นระเบิด

  • เผยปม 'นายกฯ' หารือ 'ทรัมป์–อันวา' กดดันเปิดพื้นที่ 13 จุดเก็บกู้

  • พร้อมแยกประเด็นความมั่นคงออกจากการค้ากับสหรัฐ

แยกความมั่นคง-การค้า 'กต.' เผยคุย ‘ทรัมป์-อันวาร์“ กดดัน 'กพช.'

'นิกรเดช พลางกูร' อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาและประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยสรุป 3 ประเด็นสำคัญของการหารือระดับผู้นำและท่าทีของ 'รัฐบาลไทย' ต่อวิกฤตทุ่นระเบิดและการเจรจาการค้ากับสหรัฐ 

โดยวานนี้ (วันที่ 14 พฤศจิกายน) 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีได้หารือทางโทรศัพท์กับ 'โดนัลด์ ทรัมป์'  ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมี 'สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมรับฟังด้วย 

โดยนายกฯ ใช้โอกาสนี้อัปเดตสถานการณ์ชายแดนล่าสุดกับผู้นำสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่เห็นชอบไว้ เพื่อนำไปสู่สันติภาพ โดยไทยแสดงความเสียใจที่ 'กัมพูชา' เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อนโดยเฉพาะในประเด็น ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงว่าจะเก็บกู้ร่วมกัน และจะไม่ติดตั้งใหม่ แต่ว่าจากเหตุการณ์ล่าสุด พบว่ามีการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่  

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายกัมพูชายังคง บ่ายเบี่ยงข้อเท็จจริง ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ซึ่ง ท่านนายกฯ ย้ำว่า ได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์ สถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และท่านเองก็สามารถยืนยันได้ว่า ทางกัมพูชามีการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ส่งผลให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นสูญเสียขา ไทยจึงเชิญผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อวานนี้" 

ทั้งนี้ นายกฯ ได้ย้ำว่าไทยยึดมั่นสันติภาพ แต่ทางกัมพูชาต้องยอมรับข้อเท็จจริง - รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ และร่วมป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยเฉพาะการ เปิดพื้นที่จำนวน 13 จุด ที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้ฝ่ายไทยเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยไม่ถูกขัดขวาง 

โดย 'ทรัมป์' ได้รับฟัง 'นายกฯ' อย่างเข้าใจ และรับที่จะหารือกับกัมพูชา พร้อมย้ำว่าสหรัฐและมาเลเซียพร้อมสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ซึ่งทางทรัมป์ยืนยันไม่ประสงค์แทรกแซงกลไกทวิภาคี ที่ไทยใช้แก้ปัญหากับกัมพูชา 

นิกรเดช กล่าวต่อว่า หลังเสร็จสิ้นการหารือกับทรัมป์ นายกฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ 'อันวาร์ อิบราฮิม' นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อประสานข้อมูลที่ได้พูดคุยกับทางสหรัฐฯ โดย 'อันวาร์' ได้แสดงความเข้าใจ และในฐานะประธานอาเซียน ก็รับที่จะช่วยหาแนวทางเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ โดยคำนึงถึงข้อเสนอของไทย  

โดย นายกฯ ย้ำว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดคือหัวใจของข้อผูกพันตามปฏิญญาร่วม ซึ่งทั้งสหรัฐและมาเลเซียต่างรับทราบถึงประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ 

นอกจากนี้ โฆษก กต. ได้เปิดเผยว่าเมื่อคืนเดียวกัน ไทยได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าสหรัฐว่า สหรัฐฯ ขอระงับชั่วคราว 'การเจรจากรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทน' และจะกลับมาเจรจาเมื่อไทยให้คำมั่นปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม 

โดยแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐฯ และยืนยันว่าประเด็นความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องทวิภาคี ต้องแยกจากประเด็นการค้า อันเป็นผลประโยชน์ร่วมของไทย–สหรัฐ พร้อมชี้ว่า ทรัมป์เองก็ย้ำว่าไม่ประสงค์แทรกแซงการแก้ปัญหาชายแดนตามกลไกทวิภาคี 

อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทย ได้ระบุว่า นโยบายทางการค้าเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนั้นไทยยังคงมุ่งเน้นการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านการเจรจา FTA การเปิดตลาดใหม่ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และยังคงยินดีและตระหนักในบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของสหรัฐ ที่สนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาลดความตึงเครียดและก้าวสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงท่าทีของไทยหลังสหรัฐมีท่าทีแข็งเรื่องภาษี โดยโฆษกตอบว่า นายกฯ ได้แจ้งทรัมป์แล้วว่าไทยยึดหลักเดิม คือ ต้องแยกประเด็นความมั่นคงออกจากการค้า และขอไม่ให้สหรัฐใช้มาตรการทางภาษีกดดันไทย โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความเข้าใจกลับมา ซึ่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าหารือด้านภาษีกับสหรัฐต่อไป ขณะที่ไทยหวังว่าการหารือกับทรัมป์และอันวาจะช่วยให้กัมพูชาตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์และเดินหน้าสู่ทางออก 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์