‘มท.’ เร่งสอบ! ฮั้วประมูล รุกปราบอิทธิพล

18 ก.ย. 2566 - 15:33

  • ‘อนุทิน’ ยันเร่งตรวจสอบเช็กบิลฮั้วประมูล-มาเฟีย

  • ย้ำต้องยึดหลักฐานชัด ใช้ความรู้สึกตัดสินไม่ได้ ลั่นพบเจ้าหน้าที่เอี่ยวฟันตามกฎหมาย

  • ‘ชาดา’ เผยจัดทำบัญชีแยกกลุ่มสีเหลือง-แดง ลุยปราบผู้มีอิทธิพลทั่วไทย

Ministry_of_Interior_speeds_up_examination_Hua_Auction_Suppress_Influence_SPACEBAR_Hero_d6f13827a2.jpg

18 กันยายน 2566 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการฮั้วประมูลในพื้นที่เชื่อมโยงอนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ ‘กำนันนก’ ตามนโยบายปราปบรามผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ ว่าจะนำไปสู่การขยายผล ขณะนี้ได้ตรวจสอบหมดทั้งรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ตรงไหนมีการเข้าข่ายฮั้วประมูล กีดกัน วางสเป็ค ใครเสนอราคามาแล้วไปเตะเขาออกแล้วไปให้คนที่สูงกว่า ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน

รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จะดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ส่วนจะวางกรอบระยะเวลาเท่าไหร่นั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วขึ้นอยู่กับข้อมูล โดยในทางราชการเสียอย่างหนึ่งคือต้องมีหลักการมาประกอบ ใช้ความรู้สึกไม่ได้ เพราะความรู้สึกคิดได้หมด มั่นใจด้วย แต่ต้องมีเอกสารมาประกอบ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย ซึ่งตนถึงต้องดำเนินการเอง ดังนั้นในภาพรวมเราจะต้องขอข้อมูลทุกฝ่ายทุกที่ 

“โครงการต่างๆ ที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามามีเยอะมาก บางครั้งมีการทักท้วงแล้วก็ยังเดินหน้าต่อไป ไม่ให้ความสำคัญกับการทักท้วง ก็ต้องดำเนินการ ถ้าไปถามใครเขาก็ว่าถูกทุกคน เพราะเขาทำมาแล้ว ดังนั้นเราต้องหาหลักฐานเพื่อให้เห็นว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง ผลจะเป็นอย่างไรอยู่ที่หลักฐานที่ต้องควานหามาให้ได้ ผลจะเป็นอย่างไร ผมก็จะตั้งคณะกรรมการ คณะทำงานขึ้นมาดู” อนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าหากพบว่ามีคนในไปเอี่ยวจะดำเนินการคาดโทษอย่างไร รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกฎหมายทั้งนั้น ยังไงก็ต้องเอี่ยว เพราะของพวกนี้มันต้องร่วมกัน การทุจริตทำฝ่ายเดียวไม่ได้ 

เมื่อถามถึงแนวทางป้องกันในอนาคต รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ต้องปลูกฝังเพื่อที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด ใครที่ทำสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง ต้องดำเนินการด้วยกฎหมายที่เฉียบขาดให้เร็วที่สุด บางครั้งมันย้อนแย้งกัน บางทีกว่าจะรู้ว่าทุจริต โครงการก็สร้างเสร็จไปหมดแล้ว แล้วจะให้ไปทุบตึกทิ้งหรือ ในเรื่องการดำเนินคดี โชคดีหน่อยที่คดีไม่มีอายุความ ก็ต้องวางแนวทางต่อไปว่าใครจะมาทำต่อ ใครไม่ทำก็ถือว่าละเว้น

เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้สั่งการและดำเนินการแล้วใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า อย่าไปลงรายละเอียด ตรงนี้อยู่ในนโยบายหลัก ตนมีหน้าที่ติดตามเร่งรัดให้มีการตรวจสอบโดยเร็ว ตรงไหนแก้ได้ก็ต้องแฟร์ ไม่ใช่ต้องผิดทุกคน เราต้องยึดหลักฐาน ไม่มีอะไรชัดเท่าหลักฐาน

ด้าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) กล่าวถึงนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ ว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการแล้ว รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว โดยมีปลัดกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ขณะที่การดำเนินการจะเริ่มรวบรวมรายชื่อจากบัญชีเดิมเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลง เช่น เสียชีวิตไปแล้ว เลิก หรือหายจากวงการไปหรือไม่ 

จากนั้นจะมาสำรวจข้อมูลใหม่ โดยแบ่งเป็นกลุ่มสี เช่น สีแดง สีเหลือง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เคยเป็นผู้มีอิทธิพลแต่เลิกไปแล้วด้วย รวมถึงกวาดบ้านดูแลหน่วยงานของตัวเองก่อน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่นทั่วประเทศ 

เมื่อถามว่าในการกวาดบ้านตัวเอง ที่จังหวัดอุทัยธานี ได้ดำเนินการแล้วหรือไม่ ชาดา กล่าวว่า ของอุทัยธานีจบแล้ว แบ่งกลุ่มสีแดง สีเหลือเรียบร้อยแล้ว พบว่าสีแดงมีน้อยมาก และหลายๆ จังหวัดก็ดำเนินการอยู่ ยืนยันว่าเราจะดำเนินการจัดกลุ่มสีพร้อมกันทั้งประเทศ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดกว้าง ไม่เหมือนในอดีต ในการมาเปิดชื่อต้องมีความระมัดระวัง 

“ไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้ผมมีความเป็นธรรมอยู่แล้ว ปิดผมไม่ได้ ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลจัดกลุ่มสีของผู้มีอิทธิพล ไปแล้วประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินการจะอยู่ที่เท่าไหร่นั้น เราจะดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่าไปบีบเขา” ชาดา กล่าว

เมื่อถามถึงความกังวลในการเข้ามาแทรกแซงของผู้มีอิทธิพล เช่น การล็อบบี้เอาชื่อตัวเองออกจากบัญชี ชาดากล่าวพร้อมกับเราะว่า “ใครจะมาใหญ่กว่าผม คือผมตัวใหญ่นะ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์