ผู้สื่อข่าวรายงานที่โรงพยาบาลตำรวจ (7 พฤศจิกายน 2566) มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (เต้) อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางพร้อมนำเมนูอาหารส้มตำไก่ย่าง จากร้านครัวเรือนไทยของนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาขอเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาดในคดีทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ออกมาพักรักษาอาการป่วยอยู่นอกเรือนจำที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
แต่ทางเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมหรือนำอาหารไปฝากให้กับนายทักษิณ เพราะไม่ได้อยู่ใน 10 รายชื่อ ที่ให้เยี่ยมได้ และขัดต่อระเบียบขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ รวมท้้งจะกระทบกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นพื้นที่โรงพยาบาล
มงคลกิตติ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตน และนายสิระ รวมถึงนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส. พรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจจะมาเยี่ยมนายทักษิณพร้อมๆ กันทั้ง 3 คน แต่เนื่องจากนางสาวปวีณา มีอาการไม่สบายเป็นไข้เล็กน้อย ส่วนนายสิระติดธุระ และเพิ่งเปิดร้านส้มตำไก่ย่างชื่อร้านครัวเรือนไทย แต่ก็ได้ส่งส้มตำไก่ย่างจากร้านมาเยี่ยมแทน
โดยเชื่อว่า สามารถนำอาหารมาเยี่ยมได้เหมือนผู้ต้องขังทั่วไป ตามระเบียบของทางกรมราชทัณฑ์ ส่วนทางนางสาวปารีณา ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าพรรคไทยรักไทย ก็ฝากความระลึกถึงมา และสอบถามเรื่องสุขภาพ เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่ได้มีการชี้แจงใดๆ
มงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนก็ต้องการทราบคืบหน้าว่านายทักษิณมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับนายทักษิณจะให้เข้าพบด้วยหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะแพทย์ใหญ่ของโรงพยาบาลตำรวจอนุญาตเท่านั้น ดังนั้นการมาเยี่ยมครั้งนี้จึงขอเป็นตัวแทนหมู่บ้านก่อน เพราะมีทั้งคนที่เป็นห่วงนายทักษิณและคนที่สงสัยในกระบวนการยุติธรรมของไทยว่ามีความเท่าเทียมกันหรือไม่
“อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้เข้าเยี่ยม และนำอาหารให้กับนายทักษิณได้ แต่หลังจากนี้จะไปทำเรื่องที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อเสนอขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณตามระเบียบขั้นตอน โดยอีก 1-2 วันนี้ก็จะเข้าไปที่จะเข้าไปติดต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯอีกครั้ง ทั้งนี้ต้องให้นายทักษิณและครอบครัวอนุญาตด้วย” มงคลกิตติ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ยังเชื่อว่า มีหลายคนอยากมาเยี่ยมนายทักษิณ ทั้งรัฐมนตรี และ สส. ขณะที่ประชาชนบางส่วนก็อาจจะไม่ชอบก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการเห็นระบบยุติธรรมที่เท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติ
“เชื่อว่าถ้าไม่เลือกปฏิบัติ จะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของพรรคเพื่อไทยราบรื่น แต่ถ้าเลือกปฏิบัติก็จะทำให้ศรัทธาของประชาชนลดน้อยลง บวกกับการบริหารราชการแผ่นดินของนายเศรษฐา ที่ยังเป็นมือสมัครเล่น ไม่ชำนาญด้านเศรษฐกิจ” มงคลกิตติ์ กล่าว




