เนวิน VS เพื่อไทย เคลียร์จบ ? ‘รบ.อิ๊งค์’ เล็งต่อสัญญา Moto GP อีก 5 ปี

11 มี.ค. 2568 - 15:24

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมเจรจา 'ดอร์น่า สปอร์ต' 1-2 เดือนนี้ ต่อสัญญา Moto GP หวังต่อยาว 5 ปี ขอลดค่าลิขสิทธิ์ เผย ‘นายกฯแพทองธาร’ อยากต่อสัญญา - ขอบคุณ ‘ครูใหญ่บุรีรัมย์’ เป็นตัวตั้งตัวตี นําเข้ามาสร้างประโยชน์ วอนอย่าแยก F1 เป็นคนละตลาด ชี้ไทยพร้อมจัดควบ 2 รายการ

Moto_GP_Pheuthai_Thaksin_Newin_SPACEBAR_Hero_c54be38084.jpg

สรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการต่อสัญญา การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (Moto GP) ว่า เรื่องของตัวเลขมีความชัดเจน ว่าภาครัฐให้การสนับสนุนมากขึ้นทุกปี โดยเรื่องของกีฬาแบ่งเป็นสองอย่างคือ 1.กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ คือเด็กและเยาวชน ที่เป็นนักกีฬาทีมชาติ 2.กีฬาอาชีพ เช่น มอเตอร์สปอร์ต หรือกีฬาประเภทใดก็แล้วแต่ที่ทำอาชีพ ดังนั้น หากภาครัฐคิดจะช่วยในการตั้งไข่จัดกิจกรรมต่างๆ ได้ และร่วมงานกับภาคเอกชน  

สรวงศ์ กล่าวต่อว่า เรื่องของ Moto GP ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยได้จัดการแข่งขัน โดยภาพรวมแล้วคนไทยได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการขณะนี้ ซึ่งมีเวลาการเจรจากับ บริษัทดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ Moto GP เขาก็รอให้เราเจรจา และกำลังจะเริ่มในเร็วๆ นี้  

โดยเรามีความต้องการที่จะต่อสัญญาอีก 5 ปีเหมือนครั้งที่แล้ว และจะมีสิทธิประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์ให้กับทางไทยได้หรือไม่ ในฐานะที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้องไปพูดคุยกับภาคเอกชน ในการช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้ภาครัฐเบาภาระลงไป 

ส่วนมีข้อมูลอะไรที่ต้องการเพื่อไปเจรจาหรือไม่ สรวงศ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเจรจาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราเป็นลูกค้าเดิม และทำสัญญากับบริษัทดอร์น่า สปอร์ต มาโดยตลอด ซึ่งหากเราจะต่อสัญญา ทุกครั้งก็ต้องมีการพูดคุย เพราะหากไม่พูดคุย ก็อาจทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ เช่นเรื่องสิทธิประโยชน์ การลดค่าลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะจากเดิมที่เพิ่มขึ้นปีละ 5% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องผ่านการพูดคุยในช่วงต่อสัญญา ยืนยันว่า การจัดอีเว้นท์แบบนี้ จะทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้จริง 

สรวงศ์ กล่าวต่อว่า ขออย่าไปแยกระหว่างการจัดการแข่งขันรถสูตร 1 (ฟอร์มูลาวัน) กับ MotoGP ว่าเป็นคนละตลาดกัน ตนมองว่าหากจัดควบคู่กันได้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมที่จะจัดทั้ง 2 อย่าง และมีนักแข่งไทย ใช้ธงชาติไทย แข่งขันอยู่ในฟอร์มูลาวัน ก่อนที่นายสมเกียรติ จันทรา หรือ ก้อง สมเกียรติ จะลงแข่งขันใน Moto GP ก่อนที่ก้องจะมาขับ Moto GP ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้ไม่ไกลเกินฝันสําหรับคนไทย 

สรวงศ์ กล่าวว่า หากต่อสัญญา Moto GP จะเป็นผลดีต่อประเทศไทย ซึ่งหากไม่ต่อสัญญา จะเสียผลประโยชน์ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องคุยในรายละเอียด โดยส่วนตัวผมและนายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ที่จะต่อสัญญา แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย ซึ่งการต่อสัญญาจะยังคงใช้ในสนามแข่งขันเดิมที่ จ.บุรีรัมย์ เพราะมีสนามเดียวในประเทศไทย 

สำหรับเวลาที่เหลืออยู่ 1 ปี บริษัทดอร์น่า สปอร์ต จะยังรอการตอบรับจากไทยใช่หรือไม่ สรวงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ายังคงรออยู่ ซึ่งขณะนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กำลังพูดคุยอยู่โดยตนมอบหมายให้รองผู้ว่า กกท.ไปพูดคุยเบื้องต้น และตนก็จะไปพูดคุยกับบริษัทดอร์น่า สปอร์ต และภาคเอกชนด้วย เพื่อดูว่ามีอะไรสนับสนุนภาครัฐได้บ้าง เพราะตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีผู้รับประโยชน์และประสบความสำเร็จในการแข่งขัน Moto GP ที่สามารถดึงลูกค้ามาได้เยอะพอสมควร 

เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโตใน จ.บุรีรัมย์ ใช่หรือไม่ สรวงศ์ กล่าวด้วยนํ้าเสียงหนักแน่นว่า ไม่เกี่ยว ซึ่งความจริงแล้วต้องขอบคุณท่านด้วยซํ้า เพราะเป็นบุคคลตัวตั้งตัวตีที่นำ Moto GP เข้ามาในประเทศไทย และก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาล แต่ด้วยข้อจำกัดที่ประเทศไทย ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยของ FIM เพียงสนามเดียว หากจะทำสนามใหม่หรือทําเพิ่ม ต้องพูดคุยกันอีกระยะยาว 

หากต่อสัญญา คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเท่าไหร่ สรวงศ์ กล่าวว่า ตัวผู้จัดการแข่งขันและภาครัฐ ไม่ได้คำนึงถึงกำไร เพราะหากดูในหลายประเทศที่จัดการแข่งขัน ตัวภาครัฐจะไม่ได้กำไรในตัวเอง แต่ภาพรวมจะเกิดเม็ดเงินสะพัด อย่างการแข่งขัน Moto GP 1 รายการ จะเกิดเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ต้องเกิดการพูดคุย ซึ่งคาดว่าจะภายใน 1-2 เดือน ซึ่งปีนี้โชคดี ที่ไทยได้รับเกียรติเป็นสนามเปิดการแข่งขัน จะสังเกตได้ว่าปีนี้มีกิจกรรมในกรุงเทพฯ ค่อนข้างเยอะ ทั้งการเปิดตัว การจองบัตร 

เรื่องนี้รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ ให้การแข่งขัน Moto GP ยังอยู่คู่กับคนไทย และจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับคนไทยทุกคน ขอให้มั่นใจได้ เพราะตนเองก็เป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตคนหนึ่ง ที่ยังอยากจะมีรายการนี้ในประเทศไทย 

'คนไทย' ได้เห็น​ 'ศิลปินระดับโลก'​ ชงงบเข้า ครม.​ เดือน เม.ย.นี้

สร​วงศ์​ กล่าวถึงการติดต่อศิลปินระดับโลกมาแสดงในไทย หลังสิงค์โปร์​ติดต่อเลดี้​ กาก้า​ จัดคอนเสิร์ต​โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาล​ ว่า​ เรามี​หน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้วในประเทศไทย​ และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลหากเป็นเรื่องจริง จะเห็นได้ชัดว่าภาคเอกชน​เขาขยับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางสิงคโปร์แอร์ไลน์​ เขาเป็นโต้โผเรื่องนี้ แต่ของเราก็มีขั้นตอนอยู่ 

ส่วนกรณีที่ แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรีและให้การบ้านไปก่อนหน้านี้ ว่าให้ดีลบิ๊กอีเว้นท์​มาจัดในไทย​ สวงศ์​ กล่าวว่าขณะนี้ได้ทำการศึกษาแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเสนอรายละเอียดให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จากนั้นจะมีการเสนองบประมาณเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ช่วงประมาณเดือนเมษายนนี้ เราจะมีโอกาสได้เห็นศิลปินระดับโลกมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการพูดคุย กลับบริษัทแม่ของศิลปินเหล่านี้อยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์