ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล แถลงถึงประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เรื่องขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2565 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้
โดยอ้างว่า ประชาชนสงสัยต่อประกาศฉบับนี้ ที่มีเนื้อหาควบคุมข้อมูลในโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกรณีที่ถ้าหากกระทรวงดีอีเอส เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง รมต.ดีอีเอส มีอำนาจสั่งให้ลบข้อมูลได้ ภายใน 24 ชั่วโมง ดังนั้น พรรคก้าวไกลไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะเป็นการเพิ่มเคี้ยวเล็บให้กับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.คอมพ์) จึงเตรียมเชิญ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมต.ดีอีเอส และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ. ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้
ด้าน ณัฐพงษ์ อ้างว่า ที่ผ่านมา รมต.ดีอีเอส มีการใช้อำนาจรัฐควบคุมประชาชน และประกาศฉบับนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า มีการลักไก่และปิดปากประชาชนมากขึ้น เพราะสามารถลบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ข้อมูลเท็จ และข้อมูลลามกอนาจาร ตามแฟลตฟอร์มต่างๆ ภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังไม่เปิดช่องให้เจ้าของข้อมูลชี้แจงโต้แย้งใดๆ ดังนั้น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และต้องการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา รมต.ดีอีเอส ก็สามารถใช้อำนาจตามประกาศฉบับนี้ได้เลย ซึ่งเห็นว่าประกาศดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ข้อ 9 ของประกาศกระทรวงฯ มีความสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 เพราะได้รับรองสิทธิว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน แต่กลายเป็นว่าข้อ 9 ของประกาศนี้ระบุชัดเจนว่า ถ้าเจ้าของแฟลตฟอร์มไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ให้สันนิษฐานไว้ว่าแฟลตฟอร์มนั้นกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 15
โดยอ้างว่า ประชาชนสงสัยต่อประกาศฉบับนี้ ที่มีเนื้อหาควบคุมข้อมูลในโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกรณีที่ถ้าหากกระทรวงดีอีเอส เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง รมต.ดีอีเอส มีอำนาจสั่งให้ลบข้อมูลได้ ภายใน 24 ชั่วโมง ดังนั้น พรรคก้าวไกลไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะเป็นการเพิ่มเคี้ยวเล็บให้กับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.คอมพ์) จึงเตรียมเชิญ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมต.ดีอีเอส และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ. ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้
ด้าน ณัฐพงษ์ อ้างว่า ที่ผ่านมา รมต.ดีอีเอส มีการใช้อำนาจรัฐควบคุมประชาชน และประกาศฉบับนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า มีการลักไก่และปิดปากประชาชนมากขึ้น เพราะสามารถลบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ข้อมูลเท็จ และข้อมูลลามกอนาจาร ตามแฟลตฟอร์มต่างๆ ภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังไม่เปิดช่องให้เจ้าของข้อมูลชี้แจงโต้แย้งใดๆ ดังนั้น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และต้องการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา รมต.ดีอีเอส ก็สามารถใช้อำนาจตามประกาศฉบับนี้ได้เลย ซึ่งเห็นว่าประกาศดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ข้อ 9 ของประกาศกระทรวงฯ มีความสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 เพราะได้รับรองสิทธิว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน แต่กลายเป็นว่าข้อ 9 ของประกาศนี้ระบุชัดเจนว่า ถ้าเจ้าของแฟลตฟอร์มไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ให้สันนิษฐานไว้ว่าแฟลตฟอร์มนั้นกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 15



