วิบากกรรม ‘ก้าวไกล’ เสี่ยงโดน ‘อาญา-ตัดสิทธิ กก.บห.’ 10 ปี

13 มี.ค. 2567 - 13:04

  • ประธาน กกต. ยืนยันไร้ใบสั่ง กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบ ‘ก้าวไกล’ ยึดกฎหมาย เปรยโทษหนักตัดสิทธิการเมือง ‘กรรมการบริหารพรรค’ 10 ปี รอฟังศาลพิจารณา จับตาพ่วงโทษอาญาด้วยหรือไม่

Move_Forward_Party_Constitutional_Court_ECT_SPACEBAR_Hero_3539336043.jpg

อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุม กกต. มีข้อเสนอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล ว่า วานนี้ (12 มี.ค.) ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาข้อเสนอแนะที่สำนักงาน กกต. นำเสนอต่อที่ประชุมว่าการดำเนินการของพรรคก้าวไกล ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือการเป็นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ที่ประชุม กกต.มีมติ เห็นควรที่จะส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

สำหรับกระบวนการพิจารณาในเรื่องนี้ที่ประชุม กกต. ได้ขอให้สำนักงาน กกต . ศึกษาวิเคราะห์รายละเอียดตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2567 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2567 ในกรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในขณะหัวดำรงตำแหน่งหัวพรรคก้าวไกลและพรรคก้าวไกล ใช้การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ จากการเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 โดยศาลสั่งให้เลิกการกระทำ การแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อให้มีการยกเลิก ม.112 และไม่ให้แก้ ม.112

ประธาน กกต. ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 92 โดยใช้คำว่าเมื่อ กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีพรรคการเมืองใดกระทำการล้มล้างการปกครองฯ ให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งเรื่องดังกล่าวใช้เวลาพอสมควร 

โดยสิ่งที่เป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ก็คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั่นเอง มีทั้งรายละเอียด ข้อกฎหมายข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพยานหลักฐานและเอกสารประกอบ มีคำไต่สวนการให้ถ้อยคำของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ กกต. สามารถส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้

เมื่อถามว่าสังคมออนไลน์ได้ตั้งข้อสงสัยว่า กกต. รับใบสั่งจากใครหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า เราทำงานมาก็ทำงานตามกฎหมาย คนที่จะสั่งให้เราปฏิบัติหน้าที่คือกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ ซึ่งกกต. ก็เป็นองค์กรอิสระที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และนิติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าไม่ทำตามกฎหมาย ก็ถือว่าปฏิบัติตามหน้าที่

ส่วนกรอบระยะเวลาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลนั้น อิทธิพร กล่าวว่า ตามกระบวนการแล้ว ถ้ามีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการตามคำร้องประกอบไปด้วยมติ กกต. คำวินิจฉัยเอกสารอื่นๆ โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเสร็จเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ส่วนกรณีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์แสดงความเห็นว่า โทษที่ร้ายแรงที่สุด ในเรื่องนี้คือตัดสิทธิทางการเมือง กรรมการบริหารพรรค ประธาน กกต. กล่าวว่า ตามกฎหมาย มาตรา 92 ถ้า กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค กกต. สามารถยื่นขอให้ศาลพิจารณายื่นถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาระยะเวลาไว้ ที่เป็นระยะเวลา คือ ถ้าขอให้ศาลสั่งไม่ให้ตั้งพรรคใหม่หรือขอให้ศาลสั่งไม่ให้เป็นกรรมการบริหารพรรคอื่น ซึ่งมีกรอบระยะเวลาว่า ศาลจะสั่งได้ไม่เกิน 10 ปี

ส่วนจะมีการดำเนินคดีอาญาด้วยหรือไม่นั้น อิทธิพร กล่าวว่า ต้องพิจารณาต่อไป ว่า การกระทำเช่นนั้น ฝ่าฝืนกฎหมายอื่นๆ ด้วยหรือไม่

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการยื่นตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นอีกด้วยหรือไม่ อิทธิพร ตอบว่า ถ้ามีการเสนอเรื่องพรรคการเมือง หรือผู้บริหารพรรคการเมืองพรรคใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การที่จะจะต้องยื่นต่อศาล กกต. ก็จะดำเนินการ ไม่ได้มีเฉพาะเจาะจงว่าเป็นพรรคใด

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องให้มีการยุบพรรคภูมิใจไทย จากกรณีรับเงินบริจาค จากบริษัท บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จำกัด ประธาน กกต. กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือเลขาธิการ กกต. ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ถึงขั้นที่จะสรุปความเห็นเพื่อนำเรื่องสู่เข้าที่ประชุม กกต.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์