‘ก้าวไกล’ ร่อนจดหมายถึงรัฐมนตรีรายคน บี้แจงปม ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’

1 ธ.ค. 2565 - 13:38

  • ‘สุรเชษฐ์’ เผยส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีรายคน

  • จี้ตรวจสอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่อทุจริตงบประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท

  • พร้อมปลุกประชาชนเกาะติด

Move_Forward_Party_follow_up_on_the_case_of_Orange_Line_SPACEBAR_Hero_06be69207a.jpeg
สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในคณะกรรมการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ส่งจดหมายถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นรายบุคคล เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการประมูลโครงการและเจรจาร่างสัญญาร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  

สืบเนื่องจากคณะอนุกรรมการฯ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ถึงข้อชี้แจงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเข้าร่วมการประมูลครั้งแรก และข้อชี้แจงของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่า ผลการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสีส้ม อาจทำให้รัฐเสียหายเกินกว่าที่ควรจะเป็น 

ทั้งนี้ ยังได้พบข้อพิรุธอันอาจส่อถึงการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปอุดหนุนโครงการแบบมากเกินจำเป็นถึง 68,613 ล้านบาท จึงได้ทำหนังสือสรุปประเด็นต่างๆ ส่งถึงคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเพื่อให้ได้รับทราบขอเท็จจริงว่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้  

1. การเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลกลางอากาศ แบบส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการแพ้ชนะการประมูล  

2. การยกเลิกการประมูลครั้งก่อน โดยที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่าการยกเลิกการประมูลดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย  

3. การกีดกันการแข่งขัน โดยไม่ให้บีทีเอส มีสิทธิเข้าประมูลรอบใหม่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการเดินรถรายใหญ่เพียง 2 เจ้า คือบีทีเอส และบีอีเอ็ม  

4. คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัติ กรณีคณะกรรมการคัดเลือกปล่อยให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี ผ่านมาเป็นคู่เทียบ ทั้งที่ติดปัญหาด้านคุณสมบัติอยู่ 

5. การคิดราคากลาง 91,983 ล้านบาท แบบอุปโลกน์ ว่าส่วนแบ่งรายได้ในอนาคตเป็นศูนย์แล้วค่อยมาตัดสินกันด้วยการแข่งขันซึ่งไม่มีอยู่จริง  

6. ความพยายามของคณะกรรมการคัดเลือกในการรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ ในการเจรจาต่อรอง  

7. ส่วนต่าง 68,613 ล้านบาท นั้นมีอยู่จริง ต้องไปพิสูจน์ให้ทราบว่าทำไมการประมูลรอบแรก หากบีทีเอสชนะ รัฐจะอุดหนุนเพียง 9,675 ล้านบาท แต่ในการประมูลรอบสองซึ่งบีอีเอ็มชนะ รัฐต้องอุดหนุนมากถึง 78,288 ล้านบาท ทั้งที่ในทางเทคนิกคือสร้างสิ่งเดียวกัน คือรถไฟฟ้าสายสีส้ม แบบการก่อสร้างก็ไม่ได้เปลี่ยน ความยาวเท่าเดิม และจำนวนสถานีเหมือนเดิม 

“ขอให้ประชาชนติดตามในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชน” สุรเชษฐ์ ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์