‘ก้าวไกล’ ปรับลุคใหม่! ค่อยเป็นค่อยไป รอได้ ไม่รีบ

25 ก.พ. 2567 - 13:47

  • ‘ก้าวไกล’ ปรับลุคใหม่ ค่อยเป็นค่อยไป รอได้ ไม่รีบ

  • ชี้เหตุสถานการณ์ความขัดแย้งเปลี่ยน มองภาพรวมควรสร้างความสมานฉันท์ในการเมือง

Move_Forward_Party_has_a_new_look_Take_it_slow_wait_don_t_hurry_SPACEBAR_Hero_4338c2ce97.jpg

เดิมพรรคก้าวไกล ถูกมองมีจุดยืนที่ค่อนไปทางสุดโต่ง สะกดคำว่ายืดหยุ่นไม่เป็น ใส่เกียร์แล้วต้องเดินหน้า เป็นรถที่ไม่มีเกียร์ถอย ตัวอย่างจากการจับมือ 8 พรรคการเมือง ทำเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วยกัน สุดท้ายไปต่อไม่ได้ จึงมีเสียงเรียกร้องให้ตัดบางข้อที่เกี่ยวกับ มาตรา 112 ออกไปก่อน

แต่ ‘ก้าวไกล’ ไม่ยอมถอยให้ จนต้องปล่อยพรรคอันดับสองเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลแทน อันเป็นที่มาของการสลายขั้ว และจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วขึ้นอยู่มาถึงวันนี้

อีกตัวอย่างคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรม พรรคก้าวไกล ยืนยันมาตลอดต้องครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่มียกเว้นความผิดใด รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย ซึ่งต่างจากพรรคอื่นๆ ที่ไม่แตะมาตรา 112

ขณะที่พรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาลยังคงย้ำจุดยืน การนิรโทษกรรมต้องไม่สร้างปัญหาขึ้นใหม่ ต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

แต่ล่าสุดหลังประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล ได้ปรับลดท่าทีลงมา มีการแตะเบรค ให้ใช้วิธีแบบค่อยเป็นค่อยไปแทน

โดยนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านฯ ออกมาสื่อสารเองว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไม่เหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงได้เสนอว่าครั้งนี้จะต้องไม่พิจารณาแค่นิรโทษกรรมอย่างเดียว แต่ให้มองภาพรวมการสร้างความสมานฉันท์ในการเมืองด้วย โดยมีนิรโทษกรรมทางการเมืองเป็นหนึ่งในนั้น

พร้อมย้ำว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่ยุติ เป้าหมายควรเพื่อที่จะหยุดการขยายความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือความรุนแรงที่มากขึ้นในอนาคต และหาข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันได้

“การพิจารณาเรื่องความสมานฉันท์ ไม่ได้มีนิรโทษกรรมอย่างเดียว กระบวนการทำให้คู่ขัดแย้งทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ลดความหวาดระแวง สร้างการมีส่วนร่วม อาจเป็นเงื่อนไขที่ต้องทำให้เกิดขึ้นก่อนจะทำนิรโทษกรรมก็ได้”

หรือแม้แต่ประเด็นในเรื่องมาตรา 112 นายชัยธวัช ก็มองอย่างเข้าใจว่า เรื่องมาตรา 112 อาจเห็นต่างบ้าง จึงเป็นวาระที่ให้นำเสนอเป้าหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร จึงค่อยมาถกกันว่าการออกแบบนี้จะตอบโจทย์หรือไม่ หากรวมมาตรา 112 ไปแล้ว อาจเป็นอุปสรรคว่าทำนิรโทษกรรมไม่ได้เลย.. ซึ่งในบางกรณีที่เห็นต่างกัน อาจวางเงื่อนไขก่อน เพื่อทำความเข้าใจ และนำไปสู่การนิรโทษกรรม

สุดท้ายแม้แต่ประเด็นการอดอาหารของผู้ถูกดำเนินคดีป่วนขบวนเสด็จ นายชัยธวัช ก็ให้ความเห็นอย่างระมัดระวังว่า พรรคยังไม่สามารถเกี่ยวข้องได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่พรรคก็เป็นห่วง พร้อมย้ำเรื่องนิรโทษกรรมส่งท้ายว่า

“หากเราทำนิรโทษกรรมแล้วเว้นบางอย่างไว้ เพื่อให้ได้บางส่วนดีกว่า อาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่เข้าใจว่ากว่าจะถึงจุดนั้นก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งอีกในอนาคต”

ไม่เพียงนายชัยธวัช ที่ลดความห้าวเป้งลง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ปรับท่าทีต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยลงเช่นกัน เมื่อถูกถามถึงการยื่นเปิดอภิปรายรัฐบาลก่อนปิดสมัยประชุม เธอบอกทีมงานพรรคก้าวไกล กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ว่าจะอภิปรายแบบไหน อภิปรายไม่ไว้วางใจหรืออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ

“จะใช้เวลาที่เหลือ 1 เดือนให้ตกผลึกว่าจะต้องไปในทางไหน เพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแน่นอน ซึ่งจะต้องตัดสินใจกันอีกครั้ง แต่ก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี แม้จะเป็นแค่การอภิปรายแบบไม่ลงมติ ซึ่งจะเป็นการให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลไปปรับใช้”

แม้จะยังรอความชัดเจน แต่จากที่พูดมาน่าจะเป็นคำตอบแล้วว่า คงเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติมากกว่า

นอกจากนั้น น.ส.ศิริกัญญา ยังให้ข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยไม่ต้องรอให้เปิดอภิปรายก่อนว่า อย่ารอเงินดิจิทัลวอลเล็ตหรืองบประมาณปี67 อย่างเดียว เพราะต้องใช้เวลาอีกนาน พร้อมแนะให้นำเงินสะสมของท้องถิ่นที่มีอยู่ 1.8 แสนล้านบาท มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่นไปก่อน โดยใช้สูตรคล้ายโครงการคนละครึ่ง ให้ท้องถิ่นนำเงินสะสมออกมาใช้ครึ่งหนึ่ง และรัฐบาลสมทบให้อีกครึ่งหนึ่ง จากงบกลางปี66 ที่มีอยู่ 6 หมื่นกว่าล้านบาท เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เงิน 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 3.6 แสนล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีชีวิตชีวาขึ้น

จากท่าทีของแกนนำพรรคก้าวไกลทั้งสองคน บวกกับการปรับจูนท่าทีทางการเมือง โดยแสดงความเห็นอย่างระมัดระวังเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่กลุ่มทะลุวัง ทำปืนลั่นเรื่องขบวนเสด็จ 

แม้คนในพรรคเพื่อไทย จะยังออกมาโต้กลับในบางประเด็น โดยเฉพาะเมื่อมีการพาดพิงไปถึง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ แต่โดยรวมจะเห็นได้ว่าก้าวไกลได้ลดโทนความร้อนแรงลงไปมาก

จึงนับเป็นอีกก้าวของพรรคก้าวไกล ที่เริ่มอยู่กับชีวิตจริงมากขึ้น และก้าวแบบค่อยๆ ก้าว ไม่ต้องรีบร้อน รู้จักรอได้ ส่วนจะแกล้งรอ แกล้งตาย แค่ปรับโหมดหนีสถานการณ์ยุบพรรคหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์