ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล แถลงตอบโต้กรณีวานนี้ (20 ธ.ค.) ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติมติส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรรมนูญ ขอให้กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าว ได้ขยายเวลาการพิจารณาออกไป 45 วัน จากเดิมที่ขอพิจารณา 30 วัน (ครบกำหนด 20 ธ.ค.)
ณัฐพงษ์ ระบุว่า สมชาย แสวงการ อภิปรายในที่ประชุม ส.ว. ในลักษณะบิดเบือนไม่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตน และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติ ว่าผู้เสนอญัตติยังไม่แน่ใจในสิ่งที่เสนอมานั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการชุดนี้ โดยแถลงข้อกังวล 3 ข้อของกรรมาธิการฯ ซึ่งเชื่อว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่เพียงพอที่ทำให้ที่ประชุมวุฒิสภา ควรลงมติในญัตติดังกล่าวได้แล้ว ไม่ใช่ขยายเวลาไปอีก 45 เพื่อเป็นการเตะถ่วงหรือไม่ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลใดต้องศึกษาเพิ่มเติมอีก
“ที่มาของญัตตินี้ สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญว่า รัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงประชามติเสียก่อนว่าประสงค์จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ การเสนอญัตติดังกล่าว จึงเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เกี่ยวข้องกับว่าเนื้อหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นอย่างไร กมธ.มีความหวาดระแวงว่าการที่พรรคก้าวไกล เสนอญัตตินี้ เพื่อจะแก้ไขเนื้อหาหมวด 1 หรือหมวด 2 หรือไม่ ซึ่งผมได้ปฏิเสธอย่างแข็งขัน และยืนยันในเหตุผลดังที่กล่าวไปแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกรอบการแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะเป็นคนละกระบวนการกันกับการทำประชามติ” ณัฐพงษ์ กล่าว
ณัฐพงษ์ ยังย้ำถึงการที่ไม่ได้ระบุให้จัดทำประชามติพร้อมกับวันเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องจัดทำประชามติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น และการให้จัดทำประชามติพร้อมวันเลือกตั้งเป็นเพียงข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตอนนี้ พรรคก้าวไกลอยู่ระหว่างการแก้ไขจัดทำ พ.ร.บ.ประชามติ ให้สมบูรณ์ ทั้งนี้ ครม. มีอำนาจในการเลือกวันของการทำประชามติ หาก ครม. คิดว่าไม่เหมาะสมที่จะจัดพร้อมกับวันเลือกตั้ง ก็สามารถจัดวันอื่นได้ แต่หากคิดว่าจะเป็นการประหยัดงบประมาณ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการหยิบร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่พรรคก้าวไกลเสนอไปบังคับใช้ได้เลย
ณัฐพงษ์ ระบุว่า สมชาย แสวงการ อภิปรายในที่ประชุม ส.ว. ในลักษณะบิดเบือนไม่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตน และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอญัตติ ว่าผู้เสนอญัตติยังไม่แน่ใจในสิ่งที่เสนอมานั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการชุดนี้ โดยแถลงข้อกังวล 3 ข้อของกรรมาธิการฯ ซึ่งเชื่อว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่เพียงพอที่ทำให้ที่ประชุมวุฒิสภา ควรลงมติในญัตติดังกล่าวได้แล้ว ไม่ใช่ขยายเวลาไปอีก 45 เพื่อเป็นการเตะถ่วงหรือไม่ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลใดต้องศึกษาเพิ่มเติมอีก
“ที่มาของญัตตินี้ สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญว่า รัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงประชามติเสียก่อนว่าประสงค์จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ การเสนอญัตติดังกล่าว จึงเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เกี่ยวข้องกับว่าเนื้อหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นอย่างไร กมธ.มีความหวาดระแวงว่าการที่พรรคก้าวไกล เสนอญัตตินี้ เพื่อจะแก้ไขเนื้อหาหมวด 1 หรือหมวด 2 หรือไม่ ซึ่งผมได้ปฏิเสธอย่างแข็งขัน และยืนยันในเหตุผลดังที่กล่าวไปแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกรอบการแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะเป็นคนละกระบวนการกันกับการทำประชามติ” ณัฐพงษ์ กล่าว
ณัฐพงษ์ ยังย้ำถึงการที่ไม่ได้ระบุให้จัดทำประชามติพร้อมกับวันเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องจัดทำประชามติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น และการให้จัดทำประชามติพร้อมวันเลือกตั้งเป็นเพียงข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตอนนี้ พรรคก้าวไกลอยู่ระหว่างการแก้ไขจัดทำ พ.ร.บ.ประชามติ ให้สมบูรณ์ ทั้งนี้ ครม. มีอำนาจในการเลือกวันของการทำประชามติ หาก ครม. คิดว่าไม่เหมาะสมที่จะจัดพร้อมกับวันเลือกตั้ง ก็สามารถจัดวันอื่นได้ แต่หากคิดว่าจะเป็นการประหยัดงบประมาณ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการหยิบร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่พรรคก้าวไกลเสนอไปบังคับใช้ได้เลย




