เบื้องหลังอุ้ม ‘สส.ปูอัด’ คลื่นใต้น้ำ-ศรัทธาขาลง ‘ก้าวไกล’

2 พ.ย. 2566 - 17:46

  • เปิดเบื้องหลังใครกัน ‘อุ้ม สส.ปูอัด’ คลื่นใต้น้ำ ‘พรรคก้าวไกล’ ก่อตัวหนัก งานนี้ ‘สส.ปูอัด’ จะไปต่อ หรือ พอแค่นี้?

  • เปิดขบวนการ ‘หาความจริง’ ฉบับก้าวไกล ไฟลามทุ่ง ‘วิกฤตศรัทธา’

Move_Forward_Party_Sexual_Harassment_Lose_Faith_SPACEBAR_Hero_9060f87b91.jpg

เรียกว่า ‘วิกฤตศรัทธา’ กำลังแผ่ขยายกับ ‘ซีกพรรคก้าวไกล’ ภายหลังพรรคมีมติต่อกรณี 2 สส. ที่ตกเป็น ‘ผู้ถูกร้อง’ ในเรื่องการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ โดยกรณี ‘วุฒิพงศ์ ทองเหลา’ สส.ปราจีนบุรี ให้ขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ทำให้ ‘วุฒิพงศ์’ ต้องหาสังกัดพรรคใหม่ ภายใน 30 วัน เพื่อรักษาสถานะ สส. ไว้ ส่วนกรณี ‘ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์’ สส.กรุงเทพฯ เสียงส่วนใหญ่ 106 จาก 128 เสียง เห็นควรให้ขับออกจากสมาชิกพรรค แต่เสียงไม่ถึง 3 ใน 4 จึงไม่สามารถมีมติขับออกจากพรรคได้ 

สำหรับกรณี ‘ไชยามพวาน’ ที่ประชุมเห็นว่าควรตัดสิทธิพึงมีและคาดโทษตลอดสมัยประชุม นอกจากนี้ ‘ไชยามพวาน’ ต้องออกมายอมรับผิด ขอโทษต่อสังคม และต่อผู้เสียหาย รวมถึงชดเชยเยียวยาตามที่ผู้เสียหายต้องการ หาก ‘ไชยามพวาน’ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด ไม่ยินดีขอโทษต่อผู้เสียหายและต่อสังคม และไม่ชดเชยเยียวยา ที่ประชุมร่วม กก.บห.พรรค และ สส. จะประชุมกันใหม่ เพื่อขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค 

ผลการลงมติดังกล่าว ‘วุฒิพงศ์’ ออกมาเปิดเผยภายหลังว่า ห่างกันเพียงสิบคะแนนเท่านั้น พร้อมระบุว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในพรรค พร้อมกับวิจารณ์กระบวนการ ‘ตรวจสอบ-ลงมติ’ ภายในพรรค ที่กลายเป็นทำตัวเป็น ‘ศาล’ ไป

“ความจริงแล้วเรื่องการคุกคามทางเพศ ควรเป็นหมอหรือจิตแพทย์โดยตรง ว่าผู้ถูกคุกคามมีความรู้สึกว่าถูกคุกคามจริงหรือไม่ ก่อนหน้านี้เป็น สส. ทั้งหมดที่สอบสวนผม ผมเป็น สส.ภูธร ทำงานเชิงประเด็น จึงไม่มีคอนเนคชันกับ สส. ที่ทำงานเชิงการเมือง เสียงจึงห่างกับอีกกรณีไม่กี่สิบเสียง” วุฒิพงศ์ สส.ปราจีนบุรี กล่าว 

“ผมเคยเสนอกับพรรคว่าให้เข้าสู้กระบวนการยุติธรรมภายนอก ซึ่งง่ายและไวกว่า แต่พรรคกลับใช้กระบวนการฝ่ายใน ขอยกตัวอย่างว่า ถ้าผมไม่ถูกกรรมการบริหารพรรคบางท่าน หรือเพื่อน สส. บางคน เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่” วุฒิพงศ์ สส.ปราจีนบุรี กล่าว 

ผลการลงมติเพื่อ ‘ลงโทษ’ 2 สส. ออกมาต่างกัน จึงเกิดกระแสวิจารณ์ทั้งภายในและนอกพรรคก้าวไกล เกิดศึกในพรรคกันเอง บุคคลที่เปิดวอร์คนแรก คือ ‘ผู้เล่นนอกสนาม’ อย่าง ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาระบุว่า ‘ผิดหวัง’ กับผลการลงมติ แม้จะพยายามมองส่วนหนึ่งมาจาก รธน. บังคับว่าต้องใช้จำนวนถึง 3 ใน 4 ของจำนวน ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งถือว่าสูงมาก 

พร้อมมองว่าเหตุการณ์ดำเนินมาถึงตอนนี้ ‘ไม่มีใครได้ มีแต่เสียกันทุกฝ่าย’ ทั้งภายในและนอกพรรค ที่สำคัญคือ ส.ส.ในพรรค ต้องมาประชุม อภิปราย ลงมติ เกิดความแตกแยก-กินแหนงแคลงใจกันในพรรค 

ตรงตามที่ ‘ปิยบุตร’ กล่าวไว้ทั้งหมด เพราะเกิดเหตุการณ์ สส.ก้าวไกล ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว โดยเฉพาะกับกรณีของ ‘ไชยามพวาน’ ได้แก่ ‘ช่อ’พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ ก็ออกมาเรียกร้องให้ ‘ไชยามพวาน’ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน พร้อมย้ำ ‘พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค’ 

ขณะที่แกนนำพรรค ‘วิโรจน์  ลักขณาอดิศร’ สส.บัญชีรายชื่อ ออกมาทวีตด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ไชยามพวาน ควรลาออก”  

ความเคลื่อนไหวที่เด่นชัดมาจาก ‘สส.หญิงก้าวไกล’ หรือที่เป็น ‘นักกิจกรรมการเมือง’ ที่พากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็น ‘สีดำ’ หรืออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ‘ทนายแจม’ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันนท์ สส.กรุงเทพฯ และ ‘กานต์’ ภัสริน รามวงศ์ สส.กรุงเทพฯ  

‘ไอซ์’ รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ ทวีตว่า โหวตให้ขับออกทั้งสองกรณี ยอมรับผิดหวังกับมาตรฐานในการรับผิดชอบต่อสังคมในการปฏิบัติหน้าที่ สส.ของเพื่อนสมาชิก แถมยังไม่ยอมรับในความผิดของตัวเอง และจะตั้งตารอดูว่า ‘คำขอโทษ’ จะออกมาจากใจจริง หรือเป็นแค่การแสดงอีกฉากเพื่อให้รอดตัว  

ซึ่งระหว่างที่รอผู้กระทำผิดแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและเหยื่อ ‘ไอซ์’ ประกาศหยุดร่วมกิจกรรมกับพรรค หยุดร่วมกิจกรรมกับเพื่อนสมาชิกในพรรค กิจการในโควตาและขอลาป่วย เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บในหลักการ จนกว่าจะมีการแถลงรับผิดและขอโทษเหยื่ออย่างจริงใจของผู้กระทำ 

‘ลูกเกด’ ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล โพสต์ว่า “การขอโทษต้องหมายถึงการยอมรับความผิดที่กระทำลงไป แสดงความเสียใจ มีการชดใช้ เยียวยาและพร้อมรับโทษ ไม่ใช่การขอโทษพอเป็นพิธีเพื่อให้เรื่องมันจบๆ ไป” พร้อมติดแฮชแท็กอย่างชัดเจนว่า ‘ปูอัดต้องลาออก’

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น ‘คลื่นใต้น้ำ’ ที่เกิดขึ้นภายในพรรค แรงเขย่าแรกมาจาก ‘ปิยบุตร’ ที่ถูกมองว่ามี ‘ระยะห่าง’ กับทาง ‘ต๋อม’ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล มาตั้งแต่สมัยที่ ‘ชัยธวัช’ เป็นเลขาธิการพรรคฯ ที่ ‘ปิยบุตร’ มักจะโพสต์โซเชียลฯ วิจารณ์การตัดสินใจหรือการดำเนินการต่างๆ ของพรรค ชนิดที่ ‘ไม่เกรงใจ’ ต่อกัน เป็นที่รู้กันภายใน ‘พรรคก้าวไกล’ สส.แต่ละคน มีสายของตัวเอง ผ่านการชักชวนหรือคอนเนกชันที่มีต่อกัน

ทั้งนี้มีรายงานว่า เสียง สส. ที่อุ้ม ‘ไชยามพวาน’ คือเสียง สส.กรุงเทพฯ ด้วยกัน จึงทำให้ ‘ไชยามพวาน’ รอดจากการ ‘ถูกขับออก’ ที่สำคัญรายชื่อ ‘กรรมการวินัย’ ของพรรค ที่ทำการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ หากดูจากที่ ‘วุฒิพงศ์’ ให้สัมภาษณ์ก็เป็น ‘คนในพรรค’ ทั้งหมด ไม่มี ‘คนนอกพรรค’ จึงทำ ‘วุฒิพงศ์’ เสนอว่าควรใช้กระบวนการยุติธรรมภายนอกมากกว่า

อีกทั้งต้องยอมรับว่ากระบวนการภายในพรรค เป็นไปในลักษณะ ‘ปิดปาก สส.’ ด้วยกันเอง ไม่ให้ออกมาชี้แจงใดๆ โดยจะมีผู้ที่ได้รับเลือก ‘ให้พูด’ ได้เพียงไม่กี่คน ซึ่งตามที่ ‘วุฒิพงศ์’ ให้สัมภาษณ์ คือ ทางพรรคระบุว่ากรรมการวินัยตรวจสอบก่อน จึงเป็นที่มาที่ทำให้ ‘วุฒิพงศ์’ ออกมาเปิดใจหลังพรรคมีมติ

อีกทั้งเป็นที่พูดในพรรคก้าวไกลว่า ผลของมติดังกล่าวทำให้ ‘พรรคก้าวไกล’ ต้อง ‘แบกมติ’ นี้ไปตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อ สส. ที่ทำโครงการเกี่ยวกับการต่อต้านการคุกคาม-ความรุนแรง-ความเท่าเทียมทางเพศ ที่เป็น ‘นโยบายหลัก’ ของพรรคด้วย สิ่งเหล่านี้กลายเป็น ‘ไฟลามทุ่ง’ กับศรัทธาต่อพรรค ที่พรรคปักธงว่าเป็นพรรคที่ ‘ทำการเมืองใหม่’ เพื่อเจาะฐาน ‘คนรุ่นใหม่’ ที่ต่อต้านเรื่องเหล่านี้ตามยุคสมัย 

ส่วนท่าทีของ ‘ไชยยามพวาน’ ในเวลานี้ ยังคง ‘เก็บตัวเงียบ’ ขอเวลา 1-2 วัน เพื่อพูดคุยกับทางพรรคถึงกระบวนการ ‘ข้อตกลงรับโทษ’ และการออกมา ‘ขอโทษผู้เสียหาย’ ตามมติพรรค และยังไม่มีการตัดสินใจ ‘ลาออก’ แต่อย่างใด 

‘ก้าวไกล’ จะฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปอย่างไร ? เพื่อไม่ให้กลายเป็น ‘น้ำผึ้งหยดเดียว’ ที่ตายยกรัง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์