‘ก้าวไกล’ สู้เต็มที่ ‘ยุบพรรค’ ไม่ใช่เรื่องต้องทำใจ

13 มี.ค. 2567 - 11:35

  • ‘ชัยธวัช’ ยัน ‘ก้าวไกล’ ต่อสู้เต็มที่ให้ศาล รธน.เปิดการไต่สวนคดี ชี้ ควรให้มีการแจงข้อเท็จจริง

  • บอก ‘ยุบพรรค’ ไม่ใช่เรื่องต้องทำใจ มองไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา กลับกันกลายเป็นการ ‘เซาะกร่อน’ สถาบันเอง ยังไม่คิดหาพรรคสำรอง

  • ปัดตอบลูกพรรคดอดพบ ‘ลุงป้อม-พรรครัฐบาล’ บอกไม่ใช่หน้าที่พรรคตรวจสอบ

moveforward_said_fighting_13mar24_SPACEBAR_Hero_75e94ee682.jpg

ชัยธวัช ตุลาธน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการรองรับภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ส่งสำนวนคดีล้มล้างการปกครองให้ศาลรัฐธรรมนูญว่า ตอนนี้ก็เตรียมเรื่องการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และทำงานทุกวันให้ดีที่สุด 

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร และอาจเป็นสารตั้งต้นในการยุบพรรค จะเตรียมข้อต่อสู้อย่างไร ชัยธวัช กล่าวว่า ก็คงต้องต่อสู้เต็มที่ แม้ว่า ต้องยอมรับว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจจะทำให้เราต่อสู้ได้ยากมากกว่าในคดีอื่นๆ แต่ว่า เราคงต้องต่อสู้เต็มที่ว่า มันไม่มีเหตุผลเพียงพออย่างไร ที่จะต้องมีการวินิจฉัยถึงขั้นยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งโดยปกติศาลต้องไต่สวนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า กรณีนี้มีการวิเคราะห์กันว่า สามารถนำคำวินิจฉัยจากกรณีหาเสียงมาตัดสินได้เลย ชัยธวัช กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด ศาลต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้อง อย่างพรรคก้าวไกล ได้แก้ข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้ได้เสนอข้อเท็จจริง พยานผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ 

ส่วนหากไม่เปิดให้มีการไต่สวน ชัยธวัช ระบุว่า  คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ว่าเมื่อไหร่ที่ศาลเห็นว่า มีข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ศาลมีสิทธิ์ที่จะยุติการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลคงต้องต่อสู้ให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงให้มากที่สุด 

ชัยธวัช ยังกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ในพรรค ส่วนตัวคิดว่า บทเรียนที่สำคัญน่าจะเป็นบทเรียนสำหรับสังคมไทยและผู้มีอำนาจมากกว่าว่า การยุบพรรคการเมืองไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองแต่อย่างใด ซ้ำร้ายอาจจะนำไปสู่การขยายความขัดแย้งทางการเมืองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งสวนทางกับการคาดหวังของพี่น้องประชาชนหลังจากที่เรามีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหารแล้ว

“ซ้ำร้ายนะครับ การยุบพรรคการเมืองด้วยอ้างเหตุผลเรื่องการล้มล้างการปกครอง การเซาะบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ในทางด้านกลับ เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน อาจจะเป็นเรื่องที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันในด้านกลับก็ได้ เพราะยิ่งดึงประเด็นเรื่องสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น เรื่องนี้ต้องระมัดระวัง” ชัยธวัช กล่าว

ส่วนกระแสการตั้งพรรคสำรอง ชัยธวัช กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ก่อน ส่วนที่วิเคราะห์กันว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่กลับคำวินิจฉัยตัวเองนั้น แม้ว่าจะมีโอกาสน้อย แต่ก็ต้องสู้อย่างเต็มที่ 

“เรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการกลับคำวินิจฉัยนะครับ คำวินิจฉัยครั้งที่แล้ว เป็นกรณีที่วินิจฉัยสั่งการให้พรรคก้าวไกลยุติการกระทำที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่านะครับเข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง แต่การวินิจฉัยให้ยุบพรรคก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” ชัยธวัช กล่าว

ส่วนกระแสการดูด สส.ในพรรค ชัยธวัช กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นห่วงสังคมไทยมากกว่า เราลองจินตนาการถึงสังคมไทยหลังจากนี้ เรากำลังเข้าสู่วังวนแบบเดิมๆที่หาทางออกไม่เจอ และอาจจะยิ่งถลำลึกต่อไปมากขึ้นก็ได้ การยุบพรรคการเมืองจากเหตุที่กล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองและเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีผลดีต่อสถาบันแต่ประการใด ส่วนตัวยืนยันในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่า เริ่มมี สส. ภายในพรรคก้าวไกล รวมถึงพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค โพสต์เชิงตัดพ้อทำใจกับเรื่องนี้ไว้แล้วใช่หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องยุบพรรคไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำใจ แต่ต้องเป็นเรื่องที่ยืนยันว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในทางการเมือง 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการที่ สส.พรรคก้าวไกล เริ่มไปคุยกับพรรครัฐบาล จะต้องมีการตรวจสอบหรือไม่ ชัยธวัช ระบุว่า ไม่ใช่หน้าที่ของพรรค เรามั่นใจว่าผู้แทนราษฎรที่ดี ก็คือผู้แทนราษฎรที่ดีเรื่องนี้ไม่สามารถมีใครไปบังคับใจกันได้ พรรคมีหน้าที่ต้องเตรียมทุกทางออกให้กับสมาชิก 

ส่วนกระแสข่าวเรื่อง สส.ไปพบพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชัยธวัช กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าต้องตรวจสอบรัฐบาล ไม่ว่าพรรคไหน 

“ถ้าเรายังยอมรับวิธีการทำงานการเมืองแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นปัญหาของพรรคก้าวไกล เป็นปัญหาของวิธีการการเมืองแบบเดิมๆ ซึ่งควรจะหมดไปได้แล้ว รวมถึงการคิดว่าจะเอาชนะกันทางการเมือง ด้วยการยุบพรรคการเมือง ผมเป็นบทเรียนสังคมแล้วว่ามันไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นมีแต่แย่ลงนะครับ” ชัยธวัช กล่าว

เมื่อถามว่าการสกัดกั้นพรรคก้าวไกล มีพรรครัฐบาลเข้าไปร่วมด้วย มองแบบนั้นหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะเป็นเรื่องกระแสข่าว ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์