‘ก้าวไกล’ หวั่น พรรค 2 ลุง ขวางแก้ รธน.

18 ส.ค. 2566 - 14:41

  • ‘ก้าวไกล’ เดินเกมให้สส.อภิปรายสู้ หลัง ‘วันนอร์’ ใช้อำนาจประธานตีตกญัตติทบทวนเสนอนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ โอดถูกเหมารวมหวังส่งชื่อ ‘พิธา’

  • จี้ ‘เพื่อไทย’ ตอบให้ชัดแก้รัฐธรรมนูญเป็นแค่นโยบายหาเสียงหรือไม่

  • หวั่นถูก ‘พรรค2ลุง’ ขวางแก้รธน.ฉบับประชาชน ยันไม่แตะคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ชี้ ผ่านตรวจสอบจากประชาชนแล้ว

Moveforword_Party_worry_2_Uncle_Party_object_amend_the_constitution_SPACEBAR_Thumbnail_84493d48db.jpeg
‘ก้าวไกล’ เดินเกมให้สส.อภิปรายสู้ หลัง ‘วันนอร์’ ใช้อำนาจประธานตีตกญัตติทบทวนเสนอนายกฯซ้ำได้หรือไม่ โอดถูกเหมารวมหวังส่งชื่อ ‘พิธา’ จี้ ‘เพื่อไทย’ ตอบให้ชัดแก้รัฐธรรมนูญเป็นแค่นโยบายหาเสียงหรือไม่ หวั่นถูก ‘พรรค2ลุง’ ขี่คอขวางแก้รธน.ฉบับประชาชน ยันไม่แตะคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ชี้ ผ่านตรวจสอบจากประชาชนแล้ว  
 
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่าย ว่า วันนี้มีการพูดคุยกันวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ก็ยืนยันว่าจะไม่ให้มีการลงมติในเรื่องของญัตติทบทวนมติที่เราเคยมี โดยให้เหตุผล 2 ข้อ ข้อแรกคือในเรื่องของคำว่าเด็ดขาด ซึ่งมันอยู่ในข้อ 151 ที่ประธานสภาตีความว่าพอเด็ดขาดแบบนี้ มันก็จะเห็นเป็นอื่นไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้ทักท้วงว่าเด็ดขาดที่ว่ามันไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกแล้ว จะต้องเป็นอย่างนี้ต่อไปกัลปาวสาน ซึ่งมันไม่ใช่ สุดท้ายมันก็เป็นอำนาจของที่ประชุมที่จะมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในเมื่อเราเป็นคนที่ออกมติเราก็สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเราพิจารณากันอย่างรอบคอบ มันก็มีคนทักท้วงกันเป็นจำนวนมาก ถ้าเราทำอะไรผิดพลาดไป แล้วบอกว่าห้ามเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าสภาของเราอันตรายมาก เพราะว่าในการทำงานมันก็มีโอกาสที่จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่เราก็มีอำนาจในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง 
 
รังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อสองมีความพยายามตีความซึ่งเข้าใจว่ามาจากทางฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาคือคิดไปไกลว่าการเสนอของเราแบบนี้จะนำไปสู่การเสนอพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรามีจุดประสงค์ลึกๆ เป็นแบบนั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย แต่เป็นเรื่องของหลักการล้วนๆ เป็นเรื่องของกรณีที่เราต้องการให้สภามีอำนาจในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงความผิดพลาด แต่ไม่เป็นไร สำหรับพรรคก้าวไกลเราก็คงยืนยันและมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าประธานรัฐสภาจะใช้อำนาจในการวินิจฉัยเพื่อไม่ให้มีการลงมติในเรื่องของญัตติที่จะให้มีการทบทวนมติ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะต้องไปพูดคุยกันในสภาต่อไป แต่วันนี้ประธานสภาได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็จะไม่ยอมให้มีการพิจารณา  
 
เมื่อถามว่า จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง รังสิมันต์ กล่าวว่า ในความเป็นจริงถ้าเป็นญัตติที่ถูกต้องอยู่ในระเบียบวาระมันก็ต้องมีการเดินหน้าในการพิจารณาและลงมติ แต่ว่าประธานสภาก็จะใช้อำนาจในการที่จะไม่ให้มีการลงมติ โดยอ้างในเรื่องของข้อกฎหมาย ทางเราก็ยืนยันว่าเราก็อยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมายเหมือนกัน จริงๆ ถ้าเกิดว่ามันเห็นไม่ตรงกันมันก็ต้องลงมติ แต่ว่าประธานสภาก็จะไม่เปิดโอกาสตรงนั้น อย่างไรก็ตามเดี๋ยวก็คงต้องพยายามพูดคุยกันในที่ประชุมต่อไป  
 
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการแก้เกมอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก็พยายามพูดคุยด้วยเหตุผล เราก็เตรียมผู้อภิปรายไว้ 2-3 คน ถ้าอธิบายด้วยเหตุผลไปแล้วยังมีกระบวนการในการใช้เสียงข้างมากของที่ประชุมที่จะทำให้เราไม่สามารถที่จะพิจารณาเรื่องนี้ได้เราก็ต้องคงต้องทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้าได้แค่นั้นมันก็ต้องได้แค่นั้น   
 
เมื่อถามถึงการแก้รัฐธรรมนูญ รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่านโยบายหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าสมมติว่าเงื่อนไขของพรรครวมไทยสร้างชาติก็ดีหรือกรณีไหนก็ดี จะไม่นำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าจะต้องทำพรรคเพื่อไทยว่าตกลงจะเอาอย่างไร หรือจะเป็นหนึ่งในวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ไม่ได้เป็นคำสัญญาก็ตอบให้ชัด แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าเรามีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่ออกจากคสช. ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557  โดยในส่วนของ สส.เรามีเพียงพอที่จะเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ว่าการจะแก้ไขให้สำเร็จก็ต้องอาศัยเสียงของส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นฝั่งของรัฐบาลถ้าสูตรนี้สำเร็จ ไปจนถึง สว. ซึ่งก็ต้องเป็นพูดคุยกันและเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา  
 
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือว่าไม่ว่า หากมีพรรค 2 ลุงร่วมกับพรรคเพื่อไทยจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นไปไม่ได้ รังสิมันต์ กล่าวว่า ยอมรับว่าตนเป็นกังวลเพราะว่าพรรคลุงเองเขาค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของรัฐธรรมนูญว่าถ้าเป็นการแก้ไข ก็ไม่ใช่เป็นการแก้ไขที่อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน อย่างไรก็ตามต้องพยายามพูดคุยและหาทาง ถึงที่สุดพรรคเพื่อไทยหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็ต้องตอบคำถามว่าในเมื่อตัวเองก็มีนโยบายในเรื่องนี้แล้วไฉนถึงปล่อยให้พรรคการเมืองอื่นเป็นคนกำหนดพรรคเพื่อไทยว่าจะมีหรือไม่มีนโยบายอะไร แต่เวลานี้ก็ต้องให้โอกาสพรรคเพื่อไทยในการดำเนินการ เพราะเขาเองก็พูดหลายครั้ง เขาพูดกับเรา ตอนที่มาเตะเราออกเขาก็พูดกับเราชัดเจนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็จะยุบสภา การแถลงข่าวก็พูดลักษณะเดียวกัน ดังนั้นตนคิดว่าต้องให้โอกาสเขาในการดำเนินการ  
 
ด้านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า   พรรคก้าวไกลยืนยันว่าไม่มีการอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯใดๆทั้งสิ้น เรายืนยันว่าพรรคการเมืองได้รับเสียงจากประชาชน และประชาชนได้ตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งพรรคการเมือง นโยบาย และแคนดิเดตนายกฯ มาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกลจะพูดก็เป็นเรื่องของการยืนยันจุดยืนและหลักการเท่านั้น ส่วนวางตัวคนอภิปรายไว้หรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน  
 
เมื่อถามว่าเวลา 30 นาทีในการอภิปรายจะมีการจัดสรรกันอย่างไร ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการพูดคุยกันในวิป แต่ยังไม่ได้เป็นการสรุปว่าจะใช้เวลาถึง 30 นาทีหรือไม่ เราจะมีการเผื่อไว้ด้วยว่าในกรณีที่อาจจะมีการพาดพิงมาถึงพรรค ซึ่งหวังว่า จะไม่มี เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แคนดิเดตของพรรคก้าวไกล จึงหวังว่า จะไม่มีการพาดพิงหรือต่อว่าอะไรพรรคก้าวไกล แต่ก็เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์