พวกท่านใจดำเกินไป! ‘สส.ศรีสะเกษ’ บี้ทวงเงินช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดชายแดน

31 ก.ค. 2568 - 14:01

  • ‘สส.ศรีสะเกษ’ ซัดรัฐใจดำ! เงินเยียวยาชายแดนยังไม่ถึงมือ

  • ‘รมช.มหาดไทย’ โต้ทันควัน พร้อมต่อสายถาม ‘ผวจ.อุบลราชธานี’ กลางสภาฯ

  • ‘ภูมิใจไทย’ โวยละเมิดข้อบังคับ ย้อนให้ชาวบ้านโฟนอินมาถามในห้องประชุมได้ด้วยหรือไม่

พวกท่านใจดำเกินไป! ‘สส.ศรีสะเกษ’ บี้ทวงเงินช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดชายแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ ธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ถามกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ แต่เนื่องจาก ภูมิธรรม ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทน

ธนา กล่าวว่า “จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน ทั้งศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีงบประมาณจากส่วนกลางลงพื้นที่แม้แต่บาทเดียว ทุกวันนี้เราอาศัยเงินบริจาคเป็นหลัก และนำงบฯ ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาสำรองจ่าย

วันนี้พวกท่านนอนหลับได้อย่างไร ท่านสนใจพี่น้องชายแดนบ้างหรือไม่ ทุกวันนี้ประชาชนหวาดผวา ในเมื่อท่านมีงบประมาณในมือหลายแสนล้านบาท เป็นงบกลางที่ใช้ง่ายมาก และยังมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ท่านอ้างว่าจะดูแลประชาชน แต่วันนี้ท่านเก็บไว้ทำไม ถามว่าพี่น้องชายแดนเป็นประชาชนที่ท่านต้องดูแลหรือไม่ ผมรู้สึกเสียใจที่ครั้งหนึ่งเคยโหวตให้ท่านเป็นรัฐบาล ส่วนเงินเยียวยาหากเปรียบเทียบกับกรณีผู้เสียชีวิตภาคใต้ จะได้เงินเยียวยา 7 ล้านบาท แต่กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านให้ 1 ล้านบาท วันนี้พวกท่านใจดำเกินไป

ธนา กิจไพบูลย์ชัย

ขณะที่ ธีรรัตน์ ชี้แจงว่า “สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย อปท. สามารถใช้งบที่มีอยู่ในการจัดเตรียมศูนย์อพยพได้ทันที ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม เราลงไปตั้งแต่ช่วง 1 - 3 วันแรก และรัฐมนตรีหลายคนได้ลงไปในพื้นที่ด้วย ประชาชนในพื้นที่ก็ขอบคุณรัฐบาลที่เร่งจัดหารถอพยพประชาชนในพื้นที่ ส่วนงบประมาณช่วยเหลือได้อนุมัติลงไปทันที จังหวัดละ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรอบวงเงินที่ผู้ว่าฯ ดำเนินการได้ทันที มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ”

นอกจากนี้ ดิฉันได้เรียกประชุมผู้ว่า 7 จังหวัดชายแดน ให้ยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ และเชิญกรมบัญชีกลางมาให้ข้อมูลหน่วยงานว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ อะไรที่ติดกฎระเบียบขอให้งดใช้หลักการนั้นๆ เพื่อให้ใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วมากขึ้น และยังมีเงินเยียวยาของกรมคุ้มครองสิทธิฯ ประกันสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพิ่มเติมในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟตามศูนย์อพยพต่างๆ

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

ธนา ยังถามถึงความล่าช้าเรื่องการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ ว่า “เมื่อท่านมี SMS alert ทำไมไม่ส่งข้อความเตือนประชาชน ทุกวันนี้ให้ประชาชนฟังเสียงตูมๆ แล้ววิ่งหนีแบบนี้มันไม่แฟร์กับประชาชนในพื้นที่ ทุกวันนี้ทุกคนใช้โทรศัพท์หมดแล้ว ถ้าส่งเป็นข้อความจะดีกว่า ได้รับทราบจากผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ที่อ้างว่าเบิกอะไรไม่ได้เลย กลัวติดคุก หรือว่าท่านไม่สนใจพี่น้องประชาชน ผู้ว่าฯ ต้องดูแลประชาชน ขนาดผู้ว่ายังอ้างว่าเบิกไม่ได้ ทำไม่ได้ อยากให้มาดูที่ศรีสะเกษ ผู้ว่าฯ ไม่เคยพูดว่ากลัว ผู้ว่าฯ สุรินทร์ก็ไม่แย่ เพราะไม่ได้อ้างแต่ระเบียบ แล้วพูดแต่ว่าไม่ได้ๆ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รมช.มหาดไทย ได้ต่อสายถึง อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กลางห้องประชุมสภาฯ เพื่อสอบถามปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนจริงหรือไม่ ซึ่งผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ยืนยันว่า “งบประมาณต่างๆ เบิกจ่ายได้ทั้งหมด ไม่มีอุปสรรค”

ทำให้ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงทันที ว่า “ธีรรัตน์ ทำผิดข้อบังคับการประชุม ให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมโฟนอินเข้ามาได้อย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้ ผมให้เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่ และชาวบ้านโฟนอินเข้ามาสอบถามในห้องประชุมได้ด้วยหรือไม่”

จากนั้น ประธานฯ ในที่ประชุมได้ตักเตือน ก่อนที่ ธีรรัตน์ จะชี้แจงต่อว่า “งบประมาณที่ได้จังหวัดละ 100 ล้านบาท สามารถนำมาจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงให้กับบุคคลภายนอกที่มาช่วยงานได้ ส่วนบ้านเรือนที่เสียหาย ต้องรอฝ่ายความมั่นคงอนุญาตให้เข้าไปสำรวจความเสียหายได้ก่อน และให้ส่งเอกสารมาทางออนไลน์เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้”

ยืนยันว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ไม่เคยหลับสบายใจแม้แต่วันเดียว พักหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ตื่นมาทำงานใหม่

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

ขณะที่ ธนา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ฝากบอกพรรคร่วมรัฐบาล ว่า หากยังสนับสนุนรัฐบาลที่บริหารประเทศบนความล้มเหลวล่าช้า จะยอมอยู่กับรัฐบาลที่นอนหลับบนความทุกข์ร้อนของประชาชน ถ้าคิดว่าทำได้ก็ขอให้อยู่กับรัฐบาลนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ต้องห่วงว่าประชาชนจะกลัว เพราะประชาชนที่รักชาติพร้อมสู้ แม้รัฐบาลจะไม่ช่วย เราก็พร้อมดูแลตัวเอง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์