ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยทาง กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร เรื่องแมลงหวี่ขาว ซึ่งขณะนี้ระบาดหนักใน 7 อำเภอของ จ.อ่างทอง มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายนับหมื่นไร่
ทั้งนี้ ปกติชาวนาจะเจอเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลหนักอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มาเจอแมลงหวี่ขาว แม้จะฉีดยาฆ่าแมลง 2-3 รอบแล้ว ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ บวกกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าปุ๋ย ค่ายา และความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อผลผลิต จึงขอฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้น และระยะยาว ในการให้ความรู้กับเกษตรกร
กรวีร์ ยังหารือถึงโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการหลักของรัฐบาลที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาที่จะช่วยเหลือค่าปุ๋ย ไร่ละไม่เกิน 500 บาท สูงสุด 20 ไร่ เป็นเงิน 1 หมื่นบาท ซึ่งมีปัญหามากมาย ทั้งการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน สูตรปุ๋ยที่อาจจะไม่ตรงใจกับชาวนา ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ที่สำคัญคือ เงินที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องนำไปซื้อปุ๋ยและต้องสำรองจ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง
พี่น้องชาวนาฝากให้ผมมาพูดว่า อยากให้รัฐบาลได้ทบทวน และถ้าเป็นไปได้ พี่น้องเกษตรกรอยากได้การช่วยเหลือแบบไร่ละพันเหมือนเดิมที่ผ่านมา เอาปุ๋ยคนละครึ่งคืนไป เอาไร่ละพันกลับมา
— กรวีร์ ปริศนานันทกุล
ขณะที่ สส.รัฐบาลหลายราย ได้ลุกขึ้นหารือเรื่องโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เช่นกัน โดยทาง ฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย หารือว่า ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจต่อเกษตรกร ขอให้ยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง แต่โครงการเยียวยาชาวนาไร่ละ 1 พันบาท ขอให้คงไว้ตามเดิม
ทินพล ศรีธเรศ สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ชาวนาในพื้นที่เป็นกังวลกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งของรัฐบาลว่า จะตอบโจทย์ช่วยเหลือชาวนาจริงหรือไม่ ถ้าชาวนาไม่มีเงินสมทบเติมเพื่อซื้อปุ๋ยจะทำอย่างไร ตามปกติ ถ้าชาวนาไม่มีเงินก็จะ ‘เชื่อ’ ปุ๋ยมาก่อน หรือไม่ก็นำปุ๋ยจากกองทุนหมู่บ้านมาใช้ เมื่อขายผลผลิตได้แล้วจึงนำเงินไปใช้หนี้ แต่สำหรับโครงการนี้ กลับต้องนำเงินไปใส่สมทบไว้เสียก่อน นี่คือข้อกังวลของขาวนา
ซ้ำร้ายกว่านั้น ได้ยินมาว่าหากมีโครงการปุ๋ยคนละครึ่งแล้ว จะไม่มีโครงการไร่ละพัน ยิ่งทำให้ชาวนาทุกข์ใจเพิ่มมากขึ้น หากรัฐบาลยังยืนยันจะทำโครงการปุ๋ยคนละครึ่งอยู่ ชาวบ้านขอเรียกร้องอยากให้โครงการไร่ละพันอยู่เหมือนเดิม เพราะตอบโจทย์ชาวนามากกว่า จึงฝากไปยังรัฐบาล และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทบทวนพร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วย
— ทินพล ศรีธเรศ
ทางด้าน สนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวนาเกี่ยวกับปุ๋ยคนละครึ่ง ที่รัฐบาลกำลังดำเนินโครงการ เนื่องจากโครงการนี้แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือกลับเป็นการซ้ำเติม เพราะประชาชนจะต้องไปกู้เงินมาล่วงหน้าเพื่อมาสมทบก่อน และปุ๋ยที่ได้ไม่แน่ใจว่าจะมีคุณภาพ ถูกต้องตรงตามที่ต้องการหรือไม่ และไม่สามารถที่จะนำเงินเหล่านี้ไปใช้ช่วยลดปัจจัยการผลิตด้านอื่น ๆ ได้
ไม่เหมือนโครงการไร่ละ 1 พันบาท ซึ่งเกษตรกรได้รับเงินโดยตรง ไม่ต้องมีหนี้สิน สามารถนำเงินเหล่านั้นไปใช้ลดต้นทุนการผลิต ทั้งค่าเก็บเกี่ยว ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ได้ทุกอย่างครบวงจร
— สนอง เทพอักษรณรงค์
จึงขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของรัฐบาล
ขณะที่ วินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร พรรคภูมิใจไทย หารือว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา พี่น้องเกษตรกร อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ได้ทำหนังสือมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง แต่อยากได้โครงการเดิมที่รัฐบาลเคยช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ชาวนา ในการเพิ่มผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1 พันบาท จึงอยากฝากหนังสือดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรี ให้รับทราบด้วย




