วิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยพาดพิงถึงการดำเนินนโยบายที่ผ่านมาในทำนองที่ว่า จะรวมหนี้สร้างไทยต่อไป หรือรวมไทยสร้างหนี้ต่อไปหรือไม่ พร้อมกล่าวในทำนองที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม
“ที่ผ่านมา หลายเรื่องพูดไปแล้วก็ได้รับการแก้ไข เช่น ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ ผู้คนดีใจเศรษฐกิจเดินหน้า เสียดายแต่ว่าคนยกเลิกกับกลายเป็นลุงป้อม ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ลุงตู่ ผู้กู้ชนะ 10 ทิศ เก่งกว่าลุงตู่เยอะ น่าจะสลับที่นั่งบ้าง พี่น้องจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน สำนวนจีน คนทำไม่สู้ฟ้าลิขิต ลุงตู่ ทำมา 8 ปี คนได้ดีคือลุงป้อม” วิรัตน์ กล่าว
วิรัตน์ กล่าวอีกว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกระบวนการทุจริต กองทัพภาคที่ 1 ในพื้นที่ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยอ้างหลังประกาศกฎอัยการศึก มีการเช่าที่ดินกรมป่าไม้ ครอบคลุมยาวตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา 165 กิโลเมตร โดยไม่จ่ายเงิน เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ชาวบ้านรีบเข้าไปปรับไถที่ดิน เพื่อรักษาสิทธิครอบครองที่ดิน แต่ถูกกลั่นแกล้งไม่ให้เข้าพื้นที่ และต่อมา กองทัพภาคที่ 1 ได้ต่อสัญญาเช่าอีก และพบการกระทำที่คาดว่าจะทำผิดกฎหมาย อย่างขนของเถื่อน
“นายกฯ ต้องไปตรวจสอบและหาทางแก้ไข พื้นที่ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ตอนนี้กลายเป็นของกัมพูชาเรียบร้อย เพราะคนไทยเข้าไม่ได้ ปล่อยบ้านเรือนคนกัมพูชาสร้างยาวจรดศุลกากรของ 2 ประเทศ ทำอย่างนี้ คือการยอมเสียอธิปไตยไปแล้ว” วิรัตน์ กล่าว
วิรัตน์ ยังอ้างสื่อฯ ท้องถิ่นแฉเองว่า มีการขนของเถื่อนบริเวณชายแดน จึงคิดว่ามีผลประโยชน์ และมีสิ่งแอบแฝงหรือไม่ นอกจากนี้ ทหารกัมพูชายังเหิมเกริมยิงปืนข่มขู่ชาวบ้านที่จะเข้าไปรังวัดที่ดิน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายของไทย
“ส่วนที่บอกนายกฯ ไม่เคยทุจริตเชิงนโยบาย ไม่ทราบสภาฯ มีกระโถนไหม ขอยืมหน่อยอยากอ้วก ทั้งหมดนี้ ทุจริตตั้งเชิงนโยบายยันเชิงตะกอน สงครามไม่มี จะต่อสัญญาเช่า 30 ปีทำไม กีดกันชาวบ้านไม่ให้เข้าใช้ที่ดินทำกิน คงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ส่งเสริมกระบวนการค้าผิดกฎหมายชายแดน คำโบราณว่า ‘หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก’ เป็นธรรมดามากๆ ถ้าเราไม่โกงเราจะปล่อยให้คนอื่นโกงต่อหน้าเราหรือ ดังนั้น แนะนำนายกฯ หัวต้องนิ่งหางไม่ส่าย และเชิญท่านแม่ทัพมาดูว่า หัวท่านส่ายหรือไม่ส่าย สุดท้าย ขอถามว่าท่านนายกฯ ว่าเคยเห็นความสำคัญของการปฏิรูปกองทัพหรือไม่ ดูแล้วหวังพึ่งนายกฯไม่ได้ คงต้องรอท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นคนมาปฏิรูป” วิรัตน์ กล่าว
“ที่ผ่านมา หลายเรื่องพูดไปแล้วก็ได้รับการแก้ไข เช่น ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ ผู้คนดีใจเศรษฐกิจเดินหน้า เสียดายแต่ว่าคนยกเลิกกับกลายเป็นลุงป้อม ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ลุงตู่ ผู้กู้ชนะ 10 ทิศ เก่งกว่าลุงตู่เยอะ น่าจะสลับที่นั่งบ้าง พี่น้องจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน สำนวนจีน คนทำไม่สู้ฟ้าลิขิต ลุงตู่ ทำมา 8 ปี คนได้ดีคือลุงป้อม” วิรัตน์ กล่าว
วิรัตน์ กล่าวอีกว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกระบวนการทุจริต กองทัพภาคที่ 1 ในพื้นที่ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยอ้างหลังประกาศกฎอัยการศึก มีการเช่าที่ดินกรมป่าไม้ ครอบคลุมยาวตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา 165 กิโลเมตร โดยไม่จ่ายเงิน เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ชาวบ้านรีบเข้าไปปรับไถที่ดิน เพื่อรักษาสิทธิครอบครองที่ดิน แต่ถูกกลั่นแกล้งไม่ให้เข้าพื้นที่ และต่อมา กองทัพภาคที่ 1 ได้ต่อสัญญาเช่าอีก และพบการกระทำที่คาดว่าจะทำผิดกฎหมาย อย่างขนของเถื่อน
“นายกฯ ต้องไปตรวจสอบและหาทางแก้ไข พื้นที่ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ตอนนี้กลายเป็นของกัมพูชาเรียบร้อย เพราะคนไทยเข้าไม่ได้ ปล่อยบ้านเรือนคนกัมพูชาสร้างยาวจรดศุลกากรของ 2 ประเทศ ทำอย่างนี้ คือการยอมเสียอธิปไตยไปแล้ว” วิรัตน์ กล่าว
วิรัตน์ ยังอ้างสื่อฯ ท้องถิ่นแฉเองว่า มีการขนของเถื่อนบริเวณชายแดน จึงคิดว่ามีผลประโยชน์ และมีสิ่งแอบแฝงหรือไม่ นอกจากนี้ ทหารกัมพูชายังเหิมเกริมยิงปืนข่มขู่ชาวบ้านที่จะเข้าไปรังวัดที่ดิน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายของไทย
“ส่วนที่บอกนายกฯ ไม่เคยทุจริตเชิงนโยบาย ไม่ทราบสภาฯ มีกระโถนไหม ขอยืมหน่อยอยากอ้วก ทั้งหมดนี้ ทุจริตตั้งเชิงนโยบายยันเชิงตะกอน สงครามไม่มี จะต่อสัญญาเช่า 30 ปีทำไม กีดกันชาวบ้านไม่ให้เข้าใช้ที่ดินทำกิน คงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ส่งเสริมกระบวนการค้าผิดกฎหมายชายแดน คำโบราณว่า ‘หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก’ เป็นธรรมดามากๆ ถ้าเราไม่โกงเราจะปล่อยให้คนอื่นโกงต่อหน้าเราหรือ ดังนั้น แนะนำนายกฯ หัวต้องนิ่งหางไม่ส่าย และเชิญท่านแม่ทัพมาดูว่า หัวท่านส่ายหรือไม่ส่าย สุดท้าย ขอถามว่าท่านนายกฯ ว่าเคยเห็นความสำคัญของการปฏิรูปกองทัพหรือไม่ ดูแล้วหวังพึ่งนายกฯไม่ได้ คงต้องรอท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นคนมาปฏิรูป” วิรัตน์ กล่าว




