การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ มีไฮไลท์อยู่ที่ประเด็นการผลักดัน ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ โดยมีวาระการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการอากาศสะอาดเพื่อประชาชน ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในฐานะประธานที่ประชุม ได้ขอความเห็นจากที่ประชุมให้นำร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับ ที่ถูกจัดอยู่ในระเบียบวาระได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาด เพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ตามที่ คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม ตัวแทนภาคประชาชนเสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเสนอ และ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เสนอ
รวมถึงร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับ ที่ไม่ถูกจัดอยู่ในระเบียบวาระประชุม ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ, ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาอากาศสะอาด ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ และร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอ เข้ามาพิจารณาพร้อมกันทั้ง 7 ฉบับ เพราะมีเนื้อหาหลักการในทำนองเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมก็อนุญาต
โดยสาระสำคัญของทั้ง 7 ฉบับ มุ่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น มีแนวโน้มสูงในช่วงต้นปีและปลายปีของทุกปี จึงต้องกำหนดกลไกบริหารจัดการมลพิษทางอากาศทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการปล่อยฝุ่น ควันมลพิษเข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ
จากนั้น ที่ประชุมเปิดโอกาสให้อภิปรายแสดงความเห็น สส.ทุกคนอภิปรายอย่างกว้างขวางสอดคล้องไปทางเดียวกัน แสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มีความรุนแรงขึ้นทุกปี จำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ มีมาตรการทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศ การลดการเผาพืชผลการเกษตร ลดควันไอเสียรถยนต์ และทุกหน่วยงานราชการต้องบูรณาการให้ความร่วมมือกัน บังคับใช้กฎหมายให้เกิดอากาศบริสุทธิ์




