ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ชัดเจนว่าการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) คือญัตติที่ไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ในสมัยประชุมเดียวกัน ทำให้ สส.อีสานพรรคเพื่อไทย จับกลุ่มคุยกันว่า ถึงเวลานี้การจัดตั้งรัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้รัฐบาลใหม่เร็วที่สุด
เพราะวันนี้ประเทศมีปัญหามาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข ตอนนี้เลือกตั้งมาแล้วกว่า 2 เดือน ยังไม่มีรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคอันดับ 2 จึงต้องรับไม้ต่อ และรีบดำเนินการ เพราะปัญหาประชาชนรอไม่ได้
โดยหลังจากนี้คงต้องสลาย 8 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะผลคะแนนที่ออกมาเห็นชัดว่ากลุ่ม สว.ไม่เห็นด้วยกับการให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลก็ต้องแยกตัวออกมา
ส่วนที่อาจจะมีกระแสโจมตีพรรคเพื่อไทยนั้น กลุ่ม สส.อีสาน มองว่า การที่พรรคเพื่อไทยอยากมุ่งหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชนก็อาจเจอกระแสโจมตีบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อได้เข้ามาทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้นแล้วกระแสเหล่านั้นจะซาลงไป
ที่สำคัญเรื่องเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีก้าวไกลต้องชัดเจนให้ได้ก่อนวันที่ 27 กรกฎาคม เพราะวันดังกล่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ซึ่งจากการประชุมรัฐสภาวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เห็นแล้วว่าแคนดิเดตนายกฯ จะโหวตได้เพียงชื่อละหนึ่งครั้ง ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ อาจทำให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยต้องสะดุดไปด้วย
เพราะวันนี้ประเทศมีปัญหามาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข ตอนนี้เลือกตั้งมาแล้วกว่า 2 เดือน ยังไม่มีรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคอันดับ 2 จึงต้องรับไม้ต่อ และรีบดำเนินการ เพราะปัญหาประชาชนรอไม่ได้
โดยหลังจากนี้คงต้องสลาย 8 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะผลคะแนนที่ออกมาเห็นชัดว่ากลุ่ม สว.ไม่เห็นด้วยกับการให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลก็ต้องแยกตัวออกมา
ส่วนที่อาจจะมีกระแสโจมตีพรรคเพื่อไทยนั้น กลุ่ม สส.อีสาน มองว่า การที่พรรคเพื่อไทยอยากมุ่งหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชนก็อาจเจอกระแสโจมตีบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อได้เข้ามาทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้นแล้วกระแสเหล่านั้นจะซาลงไป
ที่สำคัญเรื่องเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีก้าวไกลต้องชัดเจนให้ได้ก่อนวันที่ 27 กรกฎาคม เพราะวันดังกล่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ซึ่งจากการประชุมรัฐสภาวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เห็นแล้วว่าแคนดิเดตนายกฯ จะโหวตได้เพียงชื่อละหนึ่งครั้ง ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ อาจทำให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยต้องสะดุดไปด้วย




