หิมาลัย ผิวพรรณ (เสธ.หิ) ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่ รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกมาทวงสปิริต ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขอให้เก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาล ว่า คนจะเป็นพระต้องบวชออกมาจากโบสถ์ ก่อนจะไปบิณฑบาตได้ คนจะเป็นนายกต้องมาจากสภาฯ ไม่ใช่ตั้งกันที่ร้านอาหาร
หิมาลัย กล่าวต่อว่า เราไม่ได้บอกว่าเขาผิด แต่ขอถามถึงมุมมองของคนวัยรุ่นหนุ่มสาว ขอให้คิดถึงหัวอกของผู้หลักผู้ใหญ่บ้างว่า ที่ผ่านมาวัฒนธรรมเขามีมาแบบนี้ ต้องรักษาน้ำใจทางนี้บ้าง เราไม่ได้บอกว่าเขาผิด เช่น ตนถามว่าไปเชิญเขามาต่างๆ มันเป็นเรื่องใหม่ เราไม่ว่า แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล
การที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เดินทางไปพบภาคเอกชนนั้นไม่เป็นไร แต่การไปเชิญสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมสันนิบาตเทศบาล สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล มาประชุม ทั้งที่เขาเป็นหน่วยงานราชการ ถามว่าเหมาะสมหรือไม่
“เพราะคนเป็นพระต้องผ่านการบวชจากโบสถ์มาก่อนแล้วค่อยเรียกลูกศิษย์วัด เณรมากราบไหว้ ก่อนจะไปบิณฑบาตได้ คุณจะเป็นนายกฯ ก็ต้องผ่านสภาฯ ให้เรียบร้อย” หิมาลัย กล่าว
หิมาลัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาต้องถือว่าพรรคเพื่อไทยมีวุฒิภาวะ เพราะโดนกระทำมาตลอด อีกทั้งตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ผ่านมาเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกสภาฯ เพราะต้องรู้ระเบียบข้อบังคับของสภาฯ รู้หลักกฎหมาย มีประสบการณ์ในการควบคุมการอภิปรายของสมาชิก ถ้าประธานสภาฯ ไม่ได้รับการยอมรับ การคุมในสภาฯ จะยากมาก ไม่จำเป็นว่าพรรคอันดับหนึ่งต้องได้เป็นประธานสภาฯ เพราะที่ผ่านมาอย่างเช่น ชวน หลีกภัย ก็ได้เป็นประธานสภาฯ เพราะเป็นที่ยอมรับ และเขารู้กฎหมาย
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลโจมตีว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงไม่มีน้ำใจนักกีฬา หิมาลัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็ทำหน้าที่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมส่งมอบงานให้กับรัฐบาลชุดใหม่แล้วตามบริบท ส่วนใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ต้องรอสภาฯ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาล
“ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจนเทิลแมน ไม่มีทางเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแน่นอน”
หิมาลัย กล่าวต่อว่า เราไม่ได้บอกว่าเขาผิด แต่ขอถามถึงมุมมองของคนวัยรุ่นหนุ่มสาว ขอให้คิดถึงหัวอกของผู้หลักผู้ใหญ่บ้างว่า ที่ผ่านมาวัฒนธรรมเขามีมาแบบนี้ ต้องรักษาน้ำใจทางนี้บ้าง เราไม่ได้บอกว่าเขาผิด เช่น ตนถามว่าไปเชิญเขามาต่างๆ มันเป็นเรื่องใหม่ เราไม่ว่า แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล
การที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เดินทางไปพบภาคเอกชนนั้นไม่เป็นไร แต่การไปเชิญสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมสันนิบาตเทศบาล สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล มาประชุม ทั้งที่เขาเป็นหน่วยงานราชการ ถามว่าเหมาะสมหรือไม่
“เพราะคนเป็นพระต้องผ่านการบวชจากโบสถ์มาก่อนแล้วค่อยเรียกลูกศิษย์วัด เณรมากราบไหว้ ก่อนจะไปบิณฑบาตได้ คุณจะเป็นนายกฯ ก็ต้องผ่านสภาฯ ให้เรียบร้อย” หิมาลัย กล่าว
หิมาลัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาต้องถือว่าพรรคเพื่อไทยมีวุฒิภาวะ เพราะโดนกระทำมาตลอด อีกทั้งตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ผ่านมาเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกสภาฯ เพราะต้องรู้ระเบียบข้อบังคับของสภาฯ รู้หลักกฎหมาย มีประสบการณ์ในการควบคุมการอภิปรายของสมาชิก ถ้าประธานสภาฯ ไม่ได้รับการยอมรับ การคุมในสภาฯ จะยากมาก ไม่จำเป็นว่าพรรคอันดับหนึ่งต้องได้เป็นประธานสภาฯ เพราะที่ผ่านมาอย่างเช่น ชวน หลีกภัย ก็ได้เป็นประธานสภาฯ เพราะเป็นที่ยอมรับ และเขารู้กฎหมาย
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลโจมตีว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงไม่มีน้ำใจนักกีฬา หิมาลัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็ทำหน้าที่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมส่งมอบงานให้กับรัฐบาลชุดใหม่แล้วตามบริบท ส่วนใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ต้องรอสภาฯ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาล
“ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจนเทิลแมน ไม่มีทางเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแน่นอน”



