ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ , สมชาย แสวงการ อดีต สว. , นิติธร ล้ำเหลือ , เจษฏ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่าง รธน. และ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องการแจ้งการจัดทำโครงการหรืออนุมัติจัดจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่า มีการดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรม มาตรา 144 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง หรือกรณีการนำงบประมาณไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเติมเงิน 10,000 บาท หรือแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต พร้อมยื่นข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย และเอกสาร เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนเพิ่มเติม
ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ระบุว่า การยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบเรื่องนี้ เป็นการยื่นผ่านช่องทางที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหก ซึ่งได้บัญญัติขึ้นมาในปี 2560 เพื่อให้เป็นมาตรการตรวจสอบและเป็นบทบังคับย้อนหลังการกระทำผิดได้ด้วย อันเป็นคนละช่องทาง คนละกรณีการร้องของ สส.หรือ สว. ตามวรรคสาม
ทั้งนี้ รธน. 2560 กําหนดมาตรการบังคับและบทลงโทษให้การกระทําที่ฝ่าฝืนเป็นความผิด มีการกําหนดโทษ และให้สิทธิยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 88 และเพิ่มมาตรการให้ติดตามเรียกเงินงบประมาณที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์คืนได้ภายในอายุความ 20 ปี และห้ามผู้กระทําผิดกลับมาดํารงตําแหน่งหรือสมัครรับเลือกตั้งอีก เพื่อป้องกันการใช้ตําแหน่งเดิมสร้างความเสียหาย
หากพ้นตําแหน่งจากการใช้งบผิด ต้องเว้นช่วงก่อนลงสมัครใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตในกรณีทุจริตร้ายแรงตามมาตรา 235 และมีกลไกเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น คือ มาตรา 144 วรรคสี่ถึงวรรคหก จะเชื่อมโยงกับ มาตรา 88 และ 89 ของ ตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยให้เจ้าหน้าที่ที่แจ้งการกระทําผิดพ้นความรับผิด และกําหนดวิธีดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่แจ้ง รวมถึงการดําเนินคดีและติดตามความเสียหายโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ดังนั้นการตีความมาตรา 144 ต้องอ่านทั้งมาตราและบทกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง ไม่สามารถแยกอ่านเฉพาะวรรคใดวรรคหนึ่งได้
ชาญชัย กล่าวอีกว่า ได้นำข้อมูลเจตนารมณ์การยกร่าง รธน. 2560 มาตรา 144 วรรค 4-5-6 มามอบให้ ป.ป.ช. ถ้าความปรากฏ ประชาชนมีสิทธินำเรื่องการทุจริตงบประมาณ มาร้อง ป.ป.ช. ซึ่งทาง ปปช. มีสิทธิร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ หรือ จนท. ผู้ใดรู้ว่าโครงการขัด มาตรา 144 ก็ร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ และให้เรียกเก็บค่าเสียหาที่เกิดขึ้นจากการทกระทำ โดยมีอายุความ 20 ปี ดังนั้นถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่วินิจฉัยครบทุกวรรค จะเป็นปัญหาต่อศาล รธน. หรือไม่
ทั้งนี้ ป.ป.ช. รับปากไว้ 60 วัน ซึ่งวันนี้ครบกำหนดแล้ว โดยความคืบหน้าล่าสุดเรื่องรวบรวมเสร็จทั้งหมดแล้ว รอส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา จึงมาส่งข้อกฎหมายถึง ป.ป.ช. เพิ่มเติม
สมชาย แสวงการ กล่าวว่า เรื่องอายุความ 20 ปี มีเพื่อให้ตรวจสอบและเรียกคืนเกิดขึ้นได้ ซึ่งสามารถทำได้กับรัฐบาลที่กระทำการอันไม่ชอบได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งที่เรายืนไปจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเศรษฐาและรัฐบาลแพทองธาร ตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2567-68 ซึ่งเจตนารมณ์ไปตามเอาผิด มีอายุความ 20 ปี โดยในครั้งนี้การยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ยื่นตาม มาตรา 144 วรรค 4-5-6 ซึ่งในขณะนี้ครบ 60 วันแล้ว ที่ ป.ป.ช. พิจารณา น่าจะมีมติส่งศาล รธน. วินิจฉัยได้โดยภายในสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า



