ปิดฉากพยาน ป.ป.ช. คดี 44 สส.แก้ ม.112 ‘เอกภพ’ แฉปมถูก ‘ฝั่งส้ม’ กดดันเหตุไม่ร่วมลงชื่อ

27 ต.ค. 2569 - 15:07

  • ศาลฎีกาไต่สวนพยาน ป.ป.ช. นัดสุดท้ายคดี ‘44 อดีต สส.ก้าวไกล’ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมลงชื่อ “แก้ ม.112”

  • ‘เอกภพ’ ย้อนเบื้องหลังเสนอร่างกฎหมาย เผยกลุ่มไม่ร่วมลงชื่อถูกเปิดชื่อจนทัวร์ลง พร้อมอ้างถูกกีดกันในพรรค

  • นัดหน้าเข้าสู่การไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ‘วิโรจน์’ ประเดิมปากแรก

ปิดฉากพยาน ป.ป.ช. คดี 44 สส.แก้ ม.112 ‘เอกภพ’ แฉปมถูก ‘ฝั่งส้ม’ กดดันเหตุไม่ร่วมลงชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานครั้งที่ 4 ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง และ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกลเป็นผู้คัดค้าน กรณีถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากการลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยการไต่สวนครั้งนี้เป็นนัดสุดท้ายของพยานฝ่าย ป.ป.ช. ก่อนเข้าสู่กระบวนการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้านในนัดถัดไป

ไต่สวนพยาน ป.ป.ช. 2 ปาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ฝั่งผู้คัดค้านส่วนใหญ่มีทนายความที่ได้รับมอบอำนาจเดินทางมาศาล ยกเว้น ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งดำเนินการในฐานะทนายความด้วยตัวเอง รวมถึง นิติพล ผิวเหมาะ, สุรวาท ทองบุ, องค์การ ชัยบุตร และสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส่วนฝ่ายผู้ร้องมีพัฒนาพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เดินทางมาศาล

พยานฝ่าย ป.ป.ช. ที่เข้ารับการไต่สวนในนัดนี้มี 2 ปาก ได้แก่ เอกภพ เพียรวิเศษ อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือทนายบิลลี่ อดีต สส.กทม. พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โดยศาลใช้เวลาไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง

‘จิรวัฒน์’ ถูกซักถามตั้งแต่หลักการเสนอร่างกฎหมายถึงการติดตามความคืบหน้า

พยานปากแรกที่เข้ารับการไต่สวนคือจิรวัฒน์ โดยฝ่าย ป.ป.ช. ซักถามหลายประเด็น ตั้งแต่หลักการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไปจนถึงการติดตามตรวจสอบความคืบหน้า

ขณะที่ทนายความฝ่ายผู้คัดค้านซักถามถึงบทบาทของนักวิชาการในการประชุม สส. ของพรรค โดยระบุว่า ในการประชุมแต่ละครั้งมีนักวิชาการเข้ามาให้คำแนะนำ รวมถึงมีการนำสถิติผู้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายมาตรา 112 มาเปรียบเทียบ และเปรียบเทียบกับกฎหมายของต่างประเทศด้วย

ด้านธีรัจชัยและสมเกียรติ รวมถึงทนายความของสุรวาทและองค์การ ซักถามในประเด็นว่า ผู้คัดค้านมีพฤติกรรมไม่ดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ และมีความเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อพรรคก้าวไกลหรือไม่ โดยจิรวัฒน์ตอบในลักษณะกลาง ๆ ว่าไม่ทราบ

‘เอกภพ’ ย้อนเหตุชุมนุมปี 2563 ก่อนพรรคเสนอแก้ ม.112

สำหรับเอกภพ ฝ่าย ป.ป.ช. ซักถามถึงเหตุการณ์ที่พรรคก้าวไกลเสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 ว่ามีสาเหตุมาจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงเวลานั้นหรือไม่

เอกภพกล่าวย้อนถึงเหตุการณ์ชุมนุมช่วงปลายปี 2563 ซึ่งต่อมามีการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมในข้อหาตามมาตรา 112 ก่อนที่ทีมงานของพรรคจะเข้าไปประกันตัวผู้ถูกจับกุม และมีการพูดคุยถึงแนวทางการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

เหตุผลหนึ่งที่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือการมองว่าโทษในคดีของบุคคลธรรมดายังอยู่ในระดับสูง จึงเกิดคำถามว่าจะลดโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไร

เอกภพระบุว่า ในการประชุมช่วงแรกมี สส. หลายคนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว แต่พรรคยังคงเดินหน้าเสนอร่างเข้าสู่สภา โดยตนและเพื่อนอีก 9 คนไม่ได้ร่วมลงชื่อ อย่างไรก็ตาม คนในพรรคกลับเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อ ทำให้ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย หรือที่เรียกกันว่า “ทัวร์ลง”

นอกจากนี้ เอกภพยังกล่าวถึงการถูกกีดกันภายในพรรค พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ป้ายชื่อที่นั่งของตนในสภาผู้แทนราษฎรถูกดึงออก จนไม่สามารถนั่งในห้องประชุมได้

‘เอกภพ’ แจงฝ่ายไม่เห็นด้วย ชี้คนไม่ลงชื่อเสี่ยงถูกกดดัน

ในการซักถามอีกครั้ง ธีรัจชัยและสมเกียรติ รวมถึงทนายความของสุรวาทและองค์การ ยังคงสอบถามในประเด็นเดิมว่า ผู้คัดค้านมีพฤติกรรมไม่ดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ และมีความเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 ต่อพรรคก้าวไกลหรือไม่

เอกภพตอบว่า ผู้คัดค้านทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและไม่มีท่าทีสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 พร้อมย้ำว่า หาก สส. ไม่ร่วมลงชื่อ อาจถูกโจมตีผ่านโซเชียลมีเดียจนเกิดกระแส “ทัวร์ลง” และอาจถูกพิจารณาไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในนามพรรคอีก

นัดหน้าเริ่มไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ‘วิโรจน์’ ปากแรก

สำหรับคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไขมาตรา 112 การไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช. ผู้ร้อง รวม 9 ปาก ได้เสร็จสิ้นแล้ว

ส่วนการไต่สวนในนัดถัดไปจะเป็นการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน โดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส. พรรคก้าวไกล และรองหัวหน้าพรรคประชาชน จะเป็นพยานปากแรกที่เข้ารับการไต่สวน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์