‘แพทองธาร’ ยังต้องลุ้น! ป.ป.ช.ไต่สวน ‘คดีคลิปเสียง’

8 ต.ค. 2568 - 18:40

  • ‘ป.ป.ช.’ ตั้งองค์คณะไต่สวน ‘คดีคลิปเสียง แพทองธาร–สมเด็จฮุนเซน’

  • หลังหลังได้รับคำวินิจฉัยศาล รธน. เผยอาจช้าในช่วงผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง

  • แต่แนวทางไม่ต่างจาก ‘คดีฝ่าฝืนจริยธรรมนักการเมือง’

‘แพทองธาร’ ยังต้องลุ้น! ป.ป.ช.ไต่สวน ‘คดีคลิปเสียง’

สุรพงษ์ อินทรถาวรรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เผยความคืบหน้า “คดีคลิปเสียง แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา”

ซึ่งภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งแล้ว ในส่วนของ ป.ป.ช. จะดำเนินการพิจารณาคดีนี้ต่ออย่างไรนั้น โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า “คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ซึ่ง ป.ป.ช. ก็จะดูสำนวนคำวินิจฉัยทั้งหมด ว่าข้อเท็จจริงที่รัฐธรรมนูญวินิจฉัยมา ป.ป.ช. สามารถรับฟังความจริงเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งได้มีการตั้งองค์คณะไต่สวนไว้แล้ว การกระทำอาจแยกเป็น 2 ส่วน คือ

  • ความผิดทางอาญา มีการกล่าวหาความผิดด้านความมั่นคง
  • ความผิดมาตรฐานทางจริยธรรม

ซึ่งในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของคุณสมบัติ ที่ดำเนินตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ในส่วนของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องที่ แพทองธาร จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไป หรือตัดสิทธิ์การใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องของช่องทางที่องค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริงจะดูว่า “การกระทำของ แพทองธาร ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ป.ป.ช. จะต้องนำมาใช้เป็นหลักในการไต่สวนจะไปทิศทางอาญาหรือจริยธรรม” ซึ่งตรงนี้เป็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่องค์คณะจะต้องไปดูและรับไปพิจารณา

ส่วนจะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่? โฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า “เห็นว่าเฉพาะคดีนี้ไม่อยากให้ความเห็นเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์การทำงานคดีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของตนเองคิดว่าไม่น่าจะใช้เวลานานมาก เพราะเรื่องนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวและทีมงานเมื่อได้คดีมาแล้วจะสามารถวางแผนได้เลยว่าคดีนี้จะเกี่ยวกับพยานบุคคลใดและเอกสารที่ใช้ หรือคำแปลที่ได้มีการถอดเทปสรุปแล้วหรือยัง ดังนั้นระยะเวลาอาจจะไม่ยาวมาก แต่มีขั้นตอนหนึ่งที่จะต้องใช้ระยะเวลา คือ หลังจากที่แจ้งข้อกล่าวหาแล้วผู้ถูกกล่าวหาที่แจ้งข้อเท็จจริงกลับมาจะใช้เวลาพอสมควร หากพูดว่าต้องเสร็จภายใน 6 เดือนอาจจะกระทบต่อองค์คณะไต่สวนได้”

แต่เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญ นโยบายของประธาน ป.ป.ช. บอกว่าไม่ช้า เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ในช่วงปฏิรูปองค์กร ดังนั้นคดีใดที่สื่อมวลชนสนใจและเป็นคดีสำคัญจะมีการกำหนดกรอบเวลาการทำงานทุกเรื่อง เช่น 15 วัน 30 วัน 60 วัน จะต้องมีความคืบหน้า ดังนั้นคดีที่มีความสำคัญจึงไม่ต้องห่วง ตนเองจะตามให้อย่างแน่นอน

ส่วนกรณีการชี้ขาดการฝ่าฝืนจริยธรรม ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้มาแล้ว? สุรพงษ์ ชี้แจงว่า “เรื่องของคุณสมบัติเป็นเรื่องของการดำรงตำแหน่ง ว่าจะดำรงตำแหน่งได้หรือไม่ได้ แต่เรื่องของการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมที่ ป.ป.ช. มาดูนั้น และศาลฎีกามีคำพิพากษาออกมา เป็นเรื่องตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรือที่เรียกว่า ‘ประหารชีวิตทางการเมือง’ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป และห้ามใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี”

“ส่วนมาตรฐานทางจริยธรรม จะใช้ตัวเดียวกัน คือ มาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และบังคับใช้กับ ส.ส., ส.ว. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้วย ดังนั้นถือว่าใช้ข้อกฎหมายเดียวกัน และแนวคำพิพากษาเดียวกัน ยกเว้นข้อเท็จจริงนั้นแตกต่างออกไปที่ไม่เคยมีแนวคำวินิจฉัยออกมา”

“ซึ่งถ้ามีข้อเท็จจริงเช่นกรณีดังกล่าว ส่วนตัวเข้าใจว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้ว ทาง ป.ป.ช. ก็จะต้องนำมาดูอยู่แล้ว ดังนั้นแนวการวินิจฉัยจะไม่แตกต่างกันมาก ยกเว้นจะมีข้อเท็จจริงและกฎหมายที่แตกต่าง”

ถ้าไม่มีอะไรพลิกแพลงหรือเปลี่ยนแปลงไป แนวคำวินิจฉัยก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจากที่ศาลเคยมีคำวินิจฉัยมาหลายๆ คดีที่ผ่านมา ที่เราชี้มูล และศาลฎีกาพิพากษามาแล้ว ผมคิดว่าสื่อมวลชนก็น่าจะตามอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคดีของ ส.ส.จังหวัดราชบุรี หรืออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ส.ส.ในสภาเสียบบัตรแทนกัน ก็ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นแนวปฏิบัติ ดังนั้นการทำงานของ ป.ป.ช. ก็ดี หรือแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาก็ดีไม่น่าจะแตกต่างกันมาก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์