พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือและพยานหลักฐานให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีพฤติการณ์ที่น่าจะขัดต่อจริยธรรมร้ายแรงของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ป.ป.ช.
พร้อมพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ พล.อ.ประวิตร เป็น สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากการตรวจสอบเรื่องการขาด-ลา ของ พล.อ.ประวิตร ได้รับเอกสารจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีการเรียกประชุมตั้งแต่ 3 กรกฎาคม 2566 จนถึงปัจจุบันมีการประชุมหลายครั้ง
ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรน่าจะใช้การลาเป็นฉากบังหน้าโดยขาดประชุมจนถึงประมาณ 84 ครั้ง เกือบจะ 100% ในการทำงาน ดังนั้น สส. ที่เป็นผู้ออกกฎหมายหากทำงานลักษณะนี้ไปอยู่องค์กรไหนองค์กรนั้นก็เจ๊งหมด เพราะการทำงานในลักษณะนี้น่าจะเข้าข่ายที่เรียกว่าการลาเป็นฉากบังหน้า และน่าจะเป็นการแจ้งเท็จต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร มาประชุมเพียง 11 ครั้ง ได้ทำการตรวจสอบเชิงลึกแล้ว การมาประชุมเซ็นชื่อและยืนยันตัวตน ซึ่งแน่นอนว่าขัดต่อระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร และประกาศขอประธานสภาโดยเฉพาะในอดีตที่ ชวน หลักภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร มีข้อบังคับและการประกาศชัดเจนว่า สส. ต้องมาประชุมโดยลงชื่อที่บริเวณชั้น 2 หน้าห้องประชุม หลังจากนั้นก็ต้องไปยืนยันตัวตน ที่จะต้องกระทำด้วยตัวเองไม่อนุญาตให้คนอื่นทำได้
โดยคาดว่าจะมีการนำสมุดเซ็นชื่อ ไปให้เซ็นนอกเหนือจากบริเวณที่กำหนดและนำบัตรประจำตัว สส. ของ พล.อ.ประวิตรไปยืนยันตัวตน โดยเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นหรือไม่ เรื่องนี้ขัดกับข้อบังคับที่ผิดโดยมีลักษณะคล้ายที่ ป.ป.ช. เคยได้รับคำร้องให้ตรวจสอบ สส. กดบัตรแทนกัน และมีการร้องไปสู่ศาลฎีกา มีการอ้างว่า พล.อ.ประวิตร มีปัญหาเรื่องสุขภาพไม่แข็งแรง และให้เจ้าหน้าที่นำสมุดไปให้เซ็นที่รถ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่รัฐแตะบัตรแทนเป็นเรื่องอันตราย ขอเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐอักษรย่อ ต.เต่า และ อ.อ่าง
“อยากเตือนสติ พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่อดีตเคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก มีตำแหน่งใหญ่ทางการเมืองมาแล้ว ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อความสง่าต้องลาออกจาก สส. แถลงข่าวและออกมาขอโทษประชาชนก็จะได้จบเรื่อง ตนจะได้ไม่ต้องตรวจสอบต่อ แต่หากยังเชื่อไอ้ห้อย ไอ้โหนรอบตัว และออกมาดิสเครดิต ตนก็คงต้องเจอการร้องเรียนภาคต่อๆ ไป” พร้อมพงศ์ กล่าว
พร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การยื่นหนังสือร้องเรียนครั้งนี้ไม่หวังโจมตีทางการเมือง เพราะไม่เคยรู้จัก พล.อ.ประวิตร มาก่อน ถ้าจะร้องก็ร้องหมดทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะรัฐบาลนี้หรือใครก็ตาม การมาร้องก็มีข้อมูลเชิงลึก ไม่ได้ส่งไปรษณีย์มาร้อง เหมือนนักร้องแผ่นเสียงสะดุดบางคน และเผยว่าที่ผ่านมามีใครโทรมาข่มขู่บ้าง เดินวนเวียนแถวบ้านบ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัว ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ตนมี




