'น้ำเงิน' ไล่รุก เขย่า 'เมืองคอน' สภาวะ 'ฟ้า' ถูกเจาะ-หมดยุค 'เสาไฟฟ้า' เมื่อ 'บ้านใหญ่' ปันใจ 'ปักษ์ใต้' เปลี่ยนไป

5 พ.ย. 2569 - 18:03

  • สมรภูมิการเมือง จ.นครศรีธรรมราช หมดยุค ’ระบบผูกขาด‘ ของ ’พรรคประชาธิปัตย์’ โดนค่าย ‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ รุกหนัก ดึง ‘บ้านใหญ่‘ เข้ามา พร้อมกับการจัดสรร ‘ทรัพยากร-โครงการ’ ต่างๆ จนแปรรูปสู่ ‘สมรภูมิพหุอำนาจ’

'น้ำเงิน' ไล่รุก เขย่า 'เมืองคอน' สภาวะ 'ฟ้า' ถูกเจาะ-หมดยุค 'เสาไฟฟ้า' เมื่อ 'บ้านใหญ่' ปันใจ 'ปักษ์ใต้' เปลี่ยนไป

มะโน เครือแก้ว หรือ "กำนันมะโน" แห่งตำบลกระบี่น้อย ผู้ก่อตั้งกลุ่ม "แนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน" (นปผ.) ได้ปลุกบรรยากาศทางการเมืองภาคใต้ให้กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง เตรียมเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล 7 พฤศจิกายน 2569

แม้เป้าหมายเฉพาะหน้าจะเป็นการส่งเสียงทวงถามการแก้ปัญหาปากท้อง ค่าน้ำมันแพง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ในมิติเชิงสัญลักษณ์ จุดสตาร์ตที่สี่แยกควนหนองหงส์กลับดึงภาพจำทางประวัติศาสตร์

ย้อนรอยไปเมื่อปี 2556 สี่แยกควนหนองหงส์แห่งนี้คือ "หมุดหมายประวัติศาสตร์" ของการลุกฮือปิดถนนและทางรถไฟโดยมวลชนชาวสวนยางพารา เพื่อต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ชนวนความไม่พอใจในวันนั้นถูกโหมประโคมจนกลายเป็นคลื่นมหาชน ก่อกำเนิดขบวนการ กปปส. ภายใต้การนำของ แกนนำลูกหม้อพรรคประชาธิปัตย์ จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ และจบลงด้วยการรัฐประหารโค่นล้ม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในที่สุด 

ในปี 2569 เสียงคาร์ม็อบของ กำนันมะโน ดังก้องขึ้น บริบททางการเมืองกลับเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ ปลายทางไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ ตระกูลชินวัตร แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง "ระบอบสีน้ำเงิน" ผู้กุมอำนาจรัฐอยู่

หากย้อนมองโครงสร้างอำนาจของ จ.นครศรีธรรมราช เมืองหลวงทางการเมืองของ ปักษ์ใต้ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนที่ผูกขาดโดย พรรคประชาธิปัตย์ ชนิดที่มีคำเปรียบเปรยทางการเมืองว่า "ต่อให้ส่งเสาไฟฟ้าลงสมัครก็ยังชนะ" แต่วันนี้มนต์ขลังดังกล่าวได้หายไปสิ้น

'ยุทธการบ้านใหญ่' ปันใจ เขย่า 'เมืองคอน'

ภาพการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ได้กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของการล่มสลายของระบบผูกขาดเดิม จากเดิมที่ พรรคประชาธิปัตย์vเคยกวาดที่นั่งแบบเบ็ดเสร็จ วันนี้สนามเมืองคอนกลับถูกผ่าออกเป็นเสี่ยงๆ 

โดย พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบ่งเค้กไปได้ถึง 4 ที่นั่ง เท่ากับประชาธิปัตย์ ที่เหลือเพียง 4 ที่นั่ง ขณะที่พรรคกล้าธรรมสามารถแทรกตัวปักธงได้อีก 1 ที่นั่ง

เบื้องหลังชัยชนะอันก้าวกระโดดของ พรรคภูมิใจไทย คือ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่" ที่แม่นยำ ภายใต้การนำทัพของขุนพลภาคใต้อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ร่วมกับ อารีย์ ไกรนรา ผู้กว้างขวางที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับเครือข่ายผู้นำท้องถิ่นในเมืองคอน

ภูมิใจไทย ไม่ได้ขายเพียงอุดมการณ์ลอยๆ แต่ใช้สรรพกำลังจากฝ่ายบริหาร ทรัพยากร และโครงการพัฒนาที่จับต้องได้ เข้าไปดึงดูดนักการเมือง บ้านใหญ่ท้องถิ่นให้ปันใจจาก ค่ายสีฟ้า

ตัวเลขผลคะแนนสะท้อนชัดเจนว่า ชัยชนะในเขต 8 ของ อวยพรศรี เชาวลิต และเขต 9 ของ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เกิดจากการที่ทั้งสองนำเอาฐานเสียงส่วนตัวและเครือข่ายตระกูลการเมืองย้ายข้ามฟากจาก ค่ายสีฟ้า มาอยู่ใต้ชายคา ค่ายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า บ้านใหญ่วิชัยกุล อยู่กับ ประชาธิปัตย์ มาอย่างยาวนาน

เป็นตัวชี้วัดชัดเจนว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ยึดติดกับยี่ห้อพรรคสีฟ้าอีกต่อไป แต่เทคะแนนให้แก่ตัวบุคคลและการดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในเขต 7 ชัยชนะของ อภินันท์ สโมสร คนรุ่นใหม่ที่มีเครือข่ายครอบครัวท้องถิ่นสนับสนุน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างฐานเสียงเจเนอเรชันใหม่ที่ประชาธิปัตย์ตามไม่ทัน 

มิหนำซ้ำ ในเขต 5 อิทธิพลของ พรรคกล้าธรรม ยังส่ง สมศักดิ์ แสงอารยะกุล หรือ โกเช้า อดีต ส.จ. คนดัง ปักธงเบียดเอาชนะทั้งภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งตอกย้ำว่าการเมืองเมืองคอนแตกกระจายเป็นหลายเสี่ยง

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะยังรักษาไว้ได้ 4 ที่นั่ง แต่สภาพการณ์แท้จริงกลับกลายเป็นการพึ่งพาบารมีของ "บ้านใหญ่เดชเดโช" เป็นหลัก โดยมี ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค คอยประคับประคองผ่านฐานเสียงของน้องชาย คือ พิทักษ์เดช เดชเดโช ในเขต 3 และมารดา กนกพร เดชเดโช ในเขต 4 

หากปราศจากเสาค้ำยันจากบ้านใหญ่ตระกูลนี้ ปราการค่ายสีฟ้าในเมืองคอนแทบจะพังทลายลงโดยสมบูรณ์

ปรากฏการณ์ล้มช้าง อบจ. รื้อฐานอำนาจ 'เดชเดโช'

ก่อนหน้าที่พรรคภูมิใจไทยจะแบ่งเค้ก สส. ในปี 2569 การส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตต่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เกิดขึ้นล่วงหน้าแล้วในสนามการเมืองท้องถิ่น นั่นคือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช

การเลือกตั้งนายก อบจ. ในครั้งนั้น ถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เดิมพันด้วยอนาคตทางการเมืองของบ้านใหญ่เมืองคอน เมื่อ กนกพร เดชเดโช อดีตนายก อบจ. แชมป์เก่า และ มารดาของ ชัยชนะ เดชเดโช ลงป้องกันตำแหน่งในนาม กลุ่มพลังเมืองนคร โดยมีเครือข่ายประชาธิปัตย์หนุนหลังเต็มพิกัด 

แต่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ท้าชิงหน้าใหม่อย่าง วาริน ชิณวงศ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้นำกลุ่ม "ทีมนครเข้มแข็ง"

เบื้องหลังของ วาริน คือการผนึกกำลังกันอย่างเป็น ระบบของขุมข่ายสีน้ำเงิน ทั้งแรงผลักดันจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ และการวางหมากของ อารีย์ ไกรนรา เสริมทัพด้วยแรงหนุนจาก พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล 

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าเกิดปรากฏการณ์ "ล้มช้าง" สะเทือนภาคใต้ เมื่อ วาริน ชิณวงศ์ เอาชนะ กนกพร เดชเดโช ได้สำเร็จ

ชัยชนะของ กลุ่มนครเข้มแข็ง ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเปลี่ยนตัวผู้กุมงบประมาณท้องถิ่นระดับพันล้าน แต่คือการรื้อถอนและทำลายโครงข่ายอุปถัมภ์ระดับรากหญ้า ทั้ง ส.อบจ., กำนัน, และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเคยเป็นฟันเฟืองให้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ มานานนับทศวรรษ 

เมื่อฐานรากระดับท้องถิ่นถูกพรรคภูมิใจไทยเจาะทะลุ ชะตากรรมของสนามการเมืองระดับชาติของพรรคประชาธิปัตย์จึงตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จะเห็นได้ว่าพัฒนาการทางการเมืองของนครศรีธรรมราช จากจุดพลิกผันที่ควนหนองหงส์ในปี 2556 สู่ขบวน คาราวานกำนันมะโนในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของคนเมืองคอนและชาวปักษ์ใต้ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับภาพจำอุดมการณ์เดิมๆ 

ความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ ปัญหาราคาสินค้าเกษตร และค่าครองชีพ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ประชาชนพร้อมที่จะส่งเสียงทวงถามและเคลื่อนไหว ไม่ว่าผู้กุมอำนาจรัฐในเวลานั้นจะเป็นขั้วการเมืองใดก็ตาม

ในมิติของพรรคการเมือง การปิดฉากลงของวาทกรรม "ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ" คือ บทเรียนอันเจ็บปวดแต่ทรงคุณค่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยครอบครองพื้นที่อย่างไร้คู่แข่ง ต้องยอมรับความจริงว่ามนต์ขลังของตราสัญลักษณ์พรรคได้เสื่อมสลายลงแล้ว 

เมื่อไม่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับการเมืองเชิงอุปถัมภ์ยุคใหม่ที่มีทรัพยากรหนุนหลังอย่างเป็นรูปธรรม การถูกเจาะพื้นที่โดยพรรคภูมิใจไทย จนเหลือเพียง 4 ที่นั่ง และการสูญเสียที่นั่งให้พรรคกล้าธรรม

ย่อมเป็นประจักษ์พยาน ว่า ระบบการเมืองเมืองคอนได้แปรสภาพสู่สมรภูมิการแข่งขันแบบพหุอำนาจอย่างแท้จริง

จ.นครศรีธรรมราชฃ จึงไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยของพรรคการเมืองใดอีกต่อไป หากนักการเมืองไม่สามารถพิสูจน์ผลงาน ไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาปากท้องของประชาชน และไม่รักษาเครือข่ายพื้นที่ให้เหนียวแน่น

AWInfo-nakhonsithammarat-democratparty-5nov26.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์