แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาว่า คงไม่ใช่เพียงภูมิใจไทยที่จะเกาะติดคำวินิจฉัย แต่น่าจะเป็นทุกพรรคการเมือง
ส่วนจะเป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าพูดในมุมของการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะแยกหน้าที่กันชัดเจนกับฝ่ายบริหาร แต่สำหรับฝ่ายบริหารก็แน่นอนว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสำหรับสภาชุดนี้ มีการเปลี่ยนไป 2 ชุดแล้ว ดังนั้นหากจะมีอะไรเกิดขึ้นก็คงเป็นส่วนของฝ่ายบริหาร
เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรีรอดพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อเลยหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอรอดูคำวินิจฉัยของศาลก่อนว่า จะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้รอดูวันที่ 29 ส.ค. แต่พรรคภูมิใจไทย ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่า จะยังคงยื่นญัตติอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตาม 152 และ ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีญัตติด่วนขอให้ยกเลิก MOU 43-44 หลังจากที่ประธานที่ประชุมสภาฯ อ้างผิดพลาดทางการสื่อสารว่า ญัตติดังกล่าวยังอยู่ในวาระที่พิจารณา พรรคภูมิใจไทยยืนยันที่จะให้สภาพิจารณาญัตติต่อ ซึ่งญัตติที่ค้างอยู่เป็นของ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเกี่ยวกับ MOU 43-44 แต่ยังมีอีกญัตติของพรรคภูมิใจไทยที่ขอให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเนื้อหารายละเอียดผลเสียซึ่งยืนยันว่าจะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อ
ส่วนสัปดาห์นี้จะมีความผิดพลาดเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ยืนยันกับประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาลแล้วว่า จะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อเมื่อวานนี้
เมื่อถามถึงสถานการณ์ที่ดูมีความพยายามไม่อยากให้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งอาจมีการประชุมลับด้วยนั้นแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการยืนยันแค่ว่า จะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อ แต่เรื่องอื่นๆ ต้องมีการคุยกันอีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะมีเสียงเรียกร้องมาจากสัปดาห์ที่แล้วที่ไม่ได้มีการประชุม เพราะเนื้อหา MOU 43-44 มีเนื้อหาที่สั้นมาก ไม่น่าจะเป็นประชุมลับ แต่ก็ต้องคุยกันอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ฝ่ายค้านจะมีการพูดคุยกันน่าจะได้ข้อสรุปออกมา
ส่วนถ้าวันที่ 28 ส.ค.นี้ ไม่ได้พิจารณาอีกจะทำอย่างไร แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ก็ต้องถามกลับไปที่วิปรัฐบาลว่า เหตุในการไม่ได้พิจารณาคืออะไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคนที่บอกว่าไม่ให้พิจารณาคือไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในขณะนั้น และประธานวิปรัฐบาล แต่ถ้าสัปดาห์นี้ไม่ได้พิจารณาอีกคงต้องคุยกันยาว และขอฝากสื่อมวลชนไปถามว่า เพราะอะไร เพราะสองสัปดาห์ติดแล้วยังไม่ได้พิจารณา
เมื่อถามถึง เหตุผลที่ฝ่ายรัฐบาลให้มาว่า ผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ไม่ทราบเรื่องเลยนั้นฟังขึ้นหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โดยปกติการประสานงานฝ่ายค้านประสานผ่านวิปรัฐบาล ซึ่งผู้ที่จะประสานกับประธานในที่ประชุมคือตัวแทนจากวิปรัฐบาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานในที่ประชุมคงเห็นได้ชัดว่า มีการพูดคุยกันไปมาในห้องประชุมระหว่างวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตามข่าวที่ออกมาประธานบอกว่าไม่ได้แจ้งวาระ ดังนั้นจึงอยู่ที่ทางวิปรัฐบาลกับประธานที่ทำหน้าที่ในห้องประชุมว่า ไม่ประสานงานกัน
แนน บุณย์ธิดา ยังกล่าวถึงกรณี วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาลที่ออกมาระบุ วิปรัฐบาลรอคำตอบจากฝ่ายค้าน จะเอาอย่างไรกับญัตติว่า ยืนยันว่าสรุปให้ทุกอย่าง ก่อนที่ประธานจะกล่าวปิดประชุมมากกว่า 20 นาที เพราะครั้งแรกที่พูดคุยกันประธานวิปรัฐบาลไปคุยกับประธานวิปฝ่ายค้าน ในโซนที่นั่งพรรคประชาชน และเดินมาพูดคุยกันต่อที่นั่งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการพูดคุยกัน โดยทางวิปรัฐบาลขอเป็นประชุมลับ และเมื่อได้ข้อสรุปก็กลับมาคุยกันใหม่ว่า ขอไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้หรือไม่ ให้ส่งเรื่องไปที่กรรมาธิการสามัญแทนได้หรือไม่ ซึ่งมีการพูดคุยกันแล้วว่า จะส่งไปที่คณะไหน เพราะมีในเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และเรื่องของความมั่นคง
“จึงมีการตกลงกันว่าจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่มี รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นประธานฯ โดยรังสิมันต์ บอกว่า หากสภาส่งไปก็จะตั้งคณะอนุกรรมธิการให้ ซึ่งนี่คือข้อตกลงที่เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว ขั้นสุดท้ายประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านเดินมาบอกว่าหลังจากเสร็จวาระรับทราบรายงานให้ขอเลื่อนญัตติเหล่านี้ขึ้นมา จังหวะนั้นเองประธานในที่ประชุมก็สั่งปิดประชุมทันที ดังนั้น การรอสัญญาณคงไม่น่าใช่เพราะเราคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วในห้องประชุม”
— โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุ




