‘ภท.’ มอง ความผิด ‘ม.112’ ไม่ใช่ ‘คดีการเมือง’

16 ก.ค. 2568 - 12:15

  • ‘ภท.’ ยังไม่เคาะเอาไงกับ ‘ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ขอรอหารืออีกครั้งหลังสรุป

  • ยันอะไรเป็นประโยชน์ พร้อมเดินหน้า แต่ไม่รวมความผิด ‘ม.112’ เปรียบเป็นการ ‘หมิ่นประมาทบุคคล’ ไม่ใช่ ‘คดีการเมือง’

  • ฟาดกลับ ‘เดชอิศม์’ งบจะกระจุกหรือกระจาย ขึ้นอยู่กับคนอนุมัติ เซ็ง อะไรๆ ก็ ‘พรรคสีน้ำเงิน’ ถามใครเป็น ‘ฝ่ายแค้น’ กันแน่

‘ภท.’ มอง ความผิด ‘ม.112’ ไม่ใช่ ‘คดีการเมือง’

แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในที่ประชุมสภาฯ วันนี้ ได้มีการประสานงานกับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะรับหรือไม่รับร่างไหนหรือไม่ว่า เราไม่ทราบมติของวิปรัฐบาล เพราะสิ่งหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทย พูดมาเสมอตั้งแต่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ร่างกฎหมายที่ใดก็แล้วแต่ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ว่าร่างกฎหมายนั้น จะเป็นร่างของรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน เราก็พร้อมจะพิจารณาให้ หรือหากร่างไหนที่เมื่อออกมาแล้วจะมีโทษมากกว่าเป็นคุณ เราก็จะมีการพิจารณาเป็นร่างๆ ไป

สำหรับมติของพรรคภูมิใจไทยจะมีการรับร่างใดบ้างนั้น แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นเมื่อวานนี้้เท่านั้น ในส่วนเนื้อหาของร่าง และการฟังญัตติของผู้เสนอ รวมถึงการอภิปรายของสมาชิก โดยในวันนี้จะมีการสรุป ซึ่งจะต้องมีการคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนการนิรโทษกรรมจะเป็นการผ่าทางตันทางการเมืองในช่วงเวลานี้ได้หรือไม่ แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านว่า การผ่านกฎหมายในแต่ละฉบับ จะเป็นการผ่านทางตัน จะเป็นทางออก หรือจะเป็นการทำให้บรรยากาศดีขึ้นหรือไม่ แล้วแต่มุมมอง

เมื่อถามถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับภาคประชาชน โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คงต้องบอกเหมือนที่ตอบไปว่า ทุกอย่างเราดูที่เนื้อหา เราไม่ได้บอกว่า ฉบับนี้ใครเสนอแล้วเราจะรับหรือไม่รับ ที่ผ่านมา เช่น กรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีของกฎหมายสมรสเท่าเทียม เราก็รับหมด และมีการพิจารณาได้ตามเนื้อหานั้น

ทั้งนี้ หากในส่วนเนื้อหามีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่รับใช่หรือไม่ แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า จริงๆ ใช้คำว่าอาจคงไม่ได้ เพราะเรามีความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่แล้วว่า เราจะไม่รับเรื่อง ม.112 เพราะนี่ไม่ใช่คดีทางการเมือง คดี ม.112 หากจะเปรียบกับกฎหมายบุคคลธรรมดา ก็คือกฎหมายหมิ่นประมาท ซึ่งเราก็เห็นในหลายกรณีกันแล้วว่า มีการไกล่เกลี่ย ขอโทษกัน รวมถึงมีการยกฟ้องไปเพราะฉะนั้น เรามองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คดีทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนเป็นคดีหมิ่นประมาทด้วย ถ้าขอโทษ ขออภัย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเราเห็นแล้วว่า เมื่อมีการขอพระราชทานอภัยโทษ คนที่ขอก็ได้รับ

แนน บุณย์ธิดา ยังกล่าวถึงกรณี เดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอหารือการใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท สำหรับในส่วนของท้องถิ่น ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ขอสอบถามกลับไปยังรัฐมนตรีที่ออกมาพูดถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1.57 แสนล้านบาท ที่มีการกล่าวอ้างถึงการได้รับการจัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัวในบางท้องที่ โดยยกตัวอย่างจังหวัด พร้อมพูดถึงพรรคสีน้ำเงินนั้น ก็ต้องบอกว่า หลังๆ ไม่รู้เป็นอะไร นอนไม่หลับก็คิดถึงพรรคสีน้ำเงิน กินข้าวไม่ได้ก็พรรคสีน้ำเงิน เราเหมือนเป็นเป้าโจมตี แต่ต้องถามกลับคืนไปว่า ท่านคือหนึ่งใน ครม. ท่านเห็นอยู่แล้วว่า ในงบประมาณทั้งหมดนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่ได้รับอนุมัติไปมีแค่ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงคมนาคม กรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน

แนน บุณย์ธิดา กล่าวต่อว่า ส่วนที่ท่านระบุว่า มีท้องถิ่นได้รับการจัดสรรไปแล้วนั้น ก็ยังไม่มี เราก็รออยู่เหมือนกันขอย้ำว่า ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็แล้วแต่ในประเทศนี้ ไม่มีใครของบประมาณแบบพอดี ทุกหน่วยงานขอเกินไปทั้งนั้น ก็เป็นหน้าที่ของท่านว่าท่านจะอนุมัติให้ใคร เท่าไหร่ อย่างไร จะกระจุก จะกระจาย ก็ขึ้นอยู่กับที่การอนุมัติของท่านเอง ทุกหน่วยงานมีสิทธิ์เขียนคำขอ เขาจะเขียนเท่าไหร่ก็ได้

“การที่ท่านออกมาโวยวายตามหน้าข่าวว่า หน่วยงานได้รับการจัดสรรแล้วไปกระจุกตรงนั้นตรงนี้ ท่านก็คือหนึ่งในคนที่จะพิจารณาอนุมัติ แล้วทำไมถึงไม่อนุมัติตามที่ท่านอยากจะอนุมัติ และการที่มาพาดพิงคนอื่นเช่นนี้ ตอนนี้เราก็เริ่มงงแล้วว่า ตกลงแล้ว ใครเป็นฝ่ายแค้น ใครเป็นฝ่ายไหนกันแน่ ทำไมถึงมาพาดพิงกันแต่ทางเรา พูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา”

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

แนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า เราก็รอดูอยู่เหมือนกันว่า การอนุมัติงบประมาณจำนวน 1.57 แสนล้านบาทนั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบไหน เพราะท่านแจ้งเองว่า เงินจำนวนนี้ ท่านไม่แจกแล้วเงินหมื่น ท่านเอามาปรับเปลี่ยนเป็นโครงการเหล่านี้ เราก็รอดูอยู่ว่า จะเป็นการกระตุ้นแบบไหน เพราะประชาชนตั้งความหวังไว้เยอะ เขาพลาดหวังไปแล้วจากเงินหมื่น จึงรอดูว่า สิ่งที่ท่านอนุมัติไปแล้ว จะกระตุ้นได้หรือไม่อีกทั้งเงินที่ยังเหลืออยู่อีกประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท จะเป็นการอนุมัติแบบกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่

“1.57 แสนล้านบาท เป็นหน้าที่ท่าน หน้าที่คณะรัฐมนตรีโดยตรง ถ้าท่านโวยวาย ก็คงโวยวายกันเองนั่นแหละว่า ใครกันแน่ไปจิ้มให้มันลงตรงไหน”

แนน บุณย์ธิดา กล่าว

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียด เราไม่อาจทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ทำเรื่องขอ ท้องถิ่นหลายที่ก็ขอตรงกันหมด หลายหน่วยงานก็ขอตรงไปที่สำนักงบประมาณ ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะนำเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี ย้ำว่า เงินจำนวนนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภา เพราะสภาสามารถอนุมัติงบปกติที่กำลังพิจารณากันอยู่ คือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวนกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่เรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นอำนาจที่นอกเหนือสภา

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตถึงการที่รัฐมนตรีออกมาพูดในห้วงเวลานี้ แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ก็ต้องถามกลับไปว่า ล็อตแรกที่ถูกแบ่งออกมา 1.1 แสนล้านบาทนั้น ไปลงที่ไหน ตามหน้าข่าวที่ออกมาแสดงว่า ไม่ทั่วถึง ไม่ลงตัวใช่หรือไม่ จึงมีการออกมาโวยโวยวายหรือไม่ ถ้าจะโวยวายก็ต้องยกเหตุผลของตัวเอง ว่าทำไม หรือท่านรู้สึกอย่างไร ไม่ควรจะพาดพิงถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในการอนุมัติงบประมาณส่วนนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์