ไม่ยอมศิโรราบ พร้อมต่อสู้ ‘นันทนา’ โวยถูก ‘สว.เสียงข้างมาก’ ฟ้องปิดปาก

27 ต.ค. 2568 - 11:53

  • ‘นันทนา’ โวย เตรียมถูก สว.เสียงข้างมาก ฟ้องปิดปาก ส่งให้ ป.ป.ช. เชือด

  • ลั่น ไม่ยอมศิโรราบ พร้อมต่อสู้ส่งเสียงเพื่อประชาชน

  • ยัน ไม่ด้อยค่า สว.ขายหมู เจ้าตัวบอกภูมิใจในอาชีพ ถาม ผิดจริยธรรมตรงไหน

ไม่ยอมศิโรราบ พร้อมต่อสู้ ‘นันทนา’ โวยถูก ‘สว.เสียงข้างมาก’ ฟ้องปิดปาก

'นันทนา นันทวโรภาส' สว. แถลงถึงการฟ้องปิดปากในวุฒิสภา กรณีที่ในวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) จะมีการพิจารณารายงานผลการพิจารณาข้อร้องเรียนจริยธรรม 'นันทนา' ของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ว่า ในฐานะ สว. ที่ถูกฟ้องปิดปากในวุฒิสภา มีกำลังใจต่อสู้ เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลและความฉ้อฉลทั้งหมดในวุฒิสภาเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด

วันนี้กลุ่มสว.อิสระจึงมาแสดงพลังเพื่อต่อต้านการฟ้องปิดปากในวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้วุฒิสภาได้บรรจุวาระเรื่องด่วนดังกล่าว และให้มีการลงมติการร้องเรียนจริยธรรมเป็นวันสุดท้ายของสมัยการประชุมนี้

เนื่องจากมีผู้มาร้องต่อคณะกรรมการจริยธรรมว่า ส่วนตัวมีพฤติกรรมเสียดสีด้อยค่า สว. ท่านหนึ่งโดยการให้สัมภาษณ์ว่า ถูกโหวตออกจากกรรมาธิการพัฒนาการเมือง โดยได้ 'คนขายหมู' เข้ามาแทน จึงขอฟ้องประชาชนว่า กระบวนการคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการ ไม่ได้คำนึงถึงฐานประวัติกลุ่มอาชีพของผู้สมัคร สว. แต่ใช้เสียงข้างมากในการโหวต ซึ่งสิ่งที่เรียกคนที่เข้ามาเป็นกรรมาธิการตามอาชีพของเขาว่าคนขายหมูนั้น เป็นการด้อยและผิดจริยธรรมตรงไหน

เรื่องนี้มีการไต่สวนในศาลอาญามาแล้ว ซึ่งทนายได้ซักค้านในศาลไปแล้ว ทางสว. ก็บอกว่าตัวเองมีความภาคภูมิใจในอาชีพนี้ และเมื่อเรียกว่าคนขายหมูไปด้อยค่าหรือผิดจริยธรรมตรงไหน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า การกระทำที่วุฒิสภาโดยคณะกรรมการจริยธรรมนั้นได้พิจารณาตามหลักการที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเพียงแค่พูดว่าคนขายหมูแล้วมีผู้มาร้องก็กล่าวหาว่าผิดจริยธรรม จนจะมีการลงมติให้ตนมีความผิดเพื่อนำไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาต่อ

นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่นที่ได้ร้องเรียนเข้าไปในกรรมการจริยธรรมชุดนี้ อาทิ 'อลงกต วรกี' สว. ร้องไห้ล้อเลียนในสภาฯ และที่ 'พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์' สว. อภิปรายกล่าวหาว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำโรคจิต ก็มีผู้ไปร้องเรียนแต่ถูกยกไปอย่างรวดเร็ว

แต่กรณี 'คนขายหมู' ดันเป็นความผิดร้ายแรง ต้องมาลงมติในวันพรุ่งนี้ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ยอมศิโรราบ เพราะถือว่าสิ่งที่ออกมาส่งเสียงให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฮั้ว สว. เขากระโดง รวมถึงการแต่งตั้งกรรมาธิการ การกระทำต่างๆ เป็นผลประโยชน์ที่ จึงต้องออกมาพูด

ดังนั้นการกระทำของคณะกรรมการจริยธรรมถือเป็นการฟ้องปิดปาก หากใครที่มีท่าทีกระด่างกระเดื่องก็จะโดนเชือดเหมือนที่โดน เราจะปล่อยให้สมาชิกวุฒิสภา ใช้พวกมากลากไปปิดประตูตีแมวกับสว.อิสระที่คิดต่างเช่นนั้นหรือ

"คณะกรรมการจริยธรรมมี 22 คน 15 คน ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้วสว.รวมทั้งประธานกรรมการ คือ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ซึ่งดิฉันก็ได้ร้องคัดค้านไปว่า คณะกรรมการชุดนั้นเป็นคู่ขัดแย้งกับดิฉัน เพราะดิฉันร้องให้เขาหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เขาหยุดพิจารณาเรื่องของดิฉันให้เหลือ 7 คน เขาก็ไม่ยอมให้เขาพิจารณาเขาก็ไม่ยอมยัง ยังคงดำเนินการต่อไป ซึ่งชัดเจนว่า พยายามที่จะใช้เสียงข้างมากในการลงมาในการลงมติ และเรื่องนี้ดิฉันได้ร้องคัดค้านไปยัง ป.ป.ช. เนื่องจากเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยชัดเจน คู่ที่มีความขัดแย้งกับดิฉันกลับมาพิจารณา แต่มาพิจารณาคดีของดิฉันระหว่างสอบสวน ดิฉันก็โดนกลั่นแกล้ง พาพยานมาให้ปากคำ แต่กลับไม่ให้พยานเข้าไปให้ปากคำ นี่คือการกลั่นแกล้งหรือไม่ และมีการ เก็บโทรศัพท์บอกว่าเป็น ประชุม ลับ ไม่ยอมให้ทนายเข้าไปด้วย คดีอาชญากรเมื่อเขาให้การยังต้องมีทนาย และดิฉันเป็นอาชญากรระดับไหนทนายถึงเข้าไปไม่ได้ นี่คือการปิดหูปิดตาประชาชนเป็นการปิดประตูตีแมว "

นันทนา กล่าว

นันทนา กล่าวว่า นี่เป็นที่มาไม่มีใครรู้เลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเข้ามาอยู่ในระเบียบวาระของการประชุมวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ที่ประชุมลงมติว่าตนมีความผิด ถ้าใช้เสียงสว. 3 ใน 5 คือ 120 เสียงจะผ่านได้ฉลุย เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีหัวสว.มี 130 กว่าคน และตนจะต้องถูกเชือดส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์