นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นหาเสียงร่วมกับ นฤมล รัตนาภิบาล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 บางกระปิ วังทองหลาง เบอร์ 5 พรรคพลังประชารัฐ บริเวณตลาดนัดน้อมจิตต์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และเป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรคฯ เพราะเคยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่ ส.ส. และครั้งนี้ เนื่องจากผู้สมัครฯ คือ นฤมล รัตนาภิบาล ถือว่ามาจากสมาชิกสภาเขต (สข.) เขตบางกะปิ ได้ลงพื้นที่มายาวนาน จึงทำให้มีความมั่นใจและเข้าใจในปัญหาของประชาชนในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี จึงอยากฝากให้พี่น้องประชาชน เลือกตัวแทนที่มีความเข้าใจในการแก้ปัญหาให้เห็นผลอย่างแท้จริง
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบนโยบายให้ผู้สมัครฯ ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งได้รับฟังปัญหาต่างๆ ที่นางนฤมล ได้นำเสียงสะท้อนมาเสนอต่อคณะกรรมการบริหารฯ ถึงความต้องการที่จะได้รับการดูแลและการสนับสนุน ทั้งในเรื่องการหาแหล่งเงินทุน เพื่อประกอบอาชีพที่มั่นคง นับเป็นเรื่องที่หลายคนฝากความหวังไว้กับพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนโยบายทึ่จะช่วยเหลือลดค่าของชีพที่เป็นปัญหาของผู้มีรายได้น้อย” เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ระบุ
ด้าน นฤมล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 กล่าวถึงการร่วมเดินหาเสียงว่า ได้บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนถึงนโยบายของพรรคฯ ในเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการลดค่าของชีพ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ โดยในเขตบางกะปิ ที่มีทั้งย่านธุรกิจ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง รวมถึงเป็นชุมทางสัญจรเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งนี้ มั่นใจว่านโยบายจะเข้าถึงประชาชน เพราะที่ผ่านมา พี่น้องชาวบางกะปิ กลุ่มผู้สูงอายุต่างชื่นชอบนโยบายการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี ที่จะได้ 3,000 บาท, อายุ 70 บาทปี จะได้ 4,000 บาท, อายุ 80 ปีขึ้นไป 5,000 บาท และฝากความหวังหาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี จะทำให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างเป็นสุข ลดการพึ่งพาลูกหลาน และมีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเอง
ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ยังระบุถึงเสียงสะท้อนในพื้นที่และนโยบายเกี่ยวกับผู้ประกอบการ หรือผู้ค้ารายเล็ก-รายน้อย ที่อยากได้เงินกู้จากกองทุนประชารัฐ 300,000 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และต้องปิดกิจการไป เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบกิจการใหม่อีกครั้ง
“พรรคพลังประชารัฐ สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ เมื่อหัวหน้าพรรคฯ สามารถขึ้นเป็นผู้นำประเทศได้ ก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นนักประสานให้ทุกหน่วยงาน ที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาต่างๆ จนสามารถจะพลิกวิกฤตเศรษฐกิจของไทย ให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่มีชีวิตที่ดีขึ้น”
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบนโยบายให้ผู้สมัครฯ ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งได้รับฟังปัญหาต่างๆ ที่นางนฤมล ได้นำเสียงสะท้อนมาเสนอต่อคณะกรรมการบริหารฯ ถึงความต้องการที่จะได้รับการดูแลและการสนับสนุน ทั้งในเรื่องการหาแหล่งเงินทุน เพื่อประกอบอาชีพที่มั่นคง นับเป็นเรื่องที่หลายคนฝากความหวังไว้กับพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนโยบายทึ่จะช่วยเหลือลดค่าของชีพที่เป็นปัญหาของผู้มีรายได้น้อย” เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ระบุ
ด้าน นฤมล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 กล่าวถึงการร่วมเดินหาเสียงว่า ได้บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนถึงนโยบายของพรรคฯ ในเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการลดค่าของชีพ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ โดยในเขตบางกะปิ ที่มีทั้งย่านธุรกิจ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง รวมถึงเป็นชุมทางสัญจรเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งนี้ มั่นใจว่านโยบายจะเข้าถึงประชาชน เพราะที่ผ่านมา พี่น้องชาวบางกะปิ กลุ่มผู้สูงอายุต่างชื่นชอบนโยบายการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี ที่จะได้ 3,000 บาท, อายุ 70 บาทปี จะได้ 4,000 บาท, อายุ 80 ปีขึ้นไป 5,000 บาท และฝากความหวังหาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี จะทำให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างเป็นสุข ลดการพึ่งพาลูกหลาน และมีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเอง
ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ยังระบุถึงเสียงสะท้อนในพื้นที่และนโยบายเกี่ยวกับผู้ประกอบการ หรือผู้ค้ารายเล็ก-รายน้อย ที่อยากได้เงินกู้จากกองทุนประชารัฐ 300,000 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และต้องปิดกิจการไป เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบกิจการใหม่อีกครั้ง
“พรรคพลังประชารัฐ สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ เมื่อหัวหน้าพรรคฯ สามารถขึ้นเป็นผู้นำประเทศได้ ก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นนักประสานให้ทุกหน่วยงาน ที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาต่างๆ จนสามารถจะพลิกวิกฤตเศรษฐกิจของไทย ให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่มีชีวิตที่ดีขึ้น”







