ไฟเขียว! ‘สมช.’ อนุมัติสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา

2 ต.ค. 2568 - 18:08

  • ‘นายกฯ’ ถก ‘สมช.’ อนุมัติสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก ‘บก.กองทัพไทย’ กำหนดรูปแบบ-จุดสร้าง

  • ส่งสัญญาณถึงผู้นำกัมพูชา “หากจะอยู่กันแบบนี้ ไทยพร้อม”

  • ยันไม่ใช้กำลังดันเขมรพ้น ‘หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว’ แจงเลือกไทม์ไลน์เหมาะสมแทนเดดไลน์ 10 ต.ค.

ไฟเขียว! ‘สมช.’ อนุมัติสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า มีเรื่องพิจารณา 3 เรื่อง ซึ่งรายละเอียดอื่นๆให้ทางเลขาธิการ สมช. ชี้แจง โดยในหลักการได้มีการอนุมัติกรอบการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนรายละเอียดเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้นำดำเนินการ ซึ่งการสร้างรั้วมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ และความสะดวกของประชาชนในพื้นที่

เมื่อถามถึง “การผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยของไทยบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว” ซึ่งในวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะครบเส้นตายที่ทาง ‘ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว’ ขีดเส้นเอาไว้? นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องใช้กฎหมายที่ถูกต้องและต้องคำนึงหลักมนุษยธรรม รวมถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ซึ่งกองทัพบก จะต้องไปหารือกับผู้ว่าจังหวัดสระแก้ว รวมถึงกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่าจะถึงขั้นใช้กำลังผลักดันหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “นี่คือประชาชน ไม่ใช่ทหาร เราต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตเนื่องจากคนลำบากอยู่แล้ว มีทั้งเด็ก สตรี คนชรา” พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลจะผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำออกจากพื้นที่ ในเวลาที่เหมาะสม

เมื่อถามว่ามีการระบุเป็นไทม์ไลน์หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “วันเวลาขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และคงไม่ใช่วันที่ 10 ต.ค.นี้”

เมื่อถามว่าเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่จะกดดันรัฐบาลหรือไม่? นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ พร้อมทั้งระบุว่า การประชุม สมช.วันนี้ ไม่ได้มีการหารือถึงการยกเลิกเอ็มโอยู 43 ซึ่งให้เป็นเรื่องของสภาฯ ดำเนินการ

ส่วนในที่ประชุมจะมีแนวทางหรือมาตรการอย่างไรในการกดดันให้กัมพูชาทำตามข้อตกลง เช่น การถอนเอาหนักและกำลังทหารออกจากพื้นที่? นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะจะใช้กรอบการประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทยกัมพูชา (GBC) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายไทย และได้ประชุมมาก่อน ซึ่งเราก็ยังยืนยันจุดยืนว่าก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่เราต้องการให้กัมพูชาดำเนินการก่อน

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงประชุมอาร์บีซีและจีบีซีที่ผ่านมา “เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง” ไม่ยอมไปไหน? นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “จากนี้ไปก็จะเริ่มไปไหนแล้ว อีกทั้งยังมีความคืบหน้าของการเจรจา อย่างกรณีที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงในเวทีการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ในการชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกบิดบิดเบือนไป ซึ่งมองว่าจะนำไปสู่การเจรจา”

ส่วนที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลมุ่งหวังจะใช้เวทีต่างประเทศ ในการกดดันทางกัมพูชามากกว่าการใช้กำลังทางทหารใช่หรือไม่? นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็ต้องใช้ควบคู่กันไป ในส่วนของกองทัพ ก็ต้องมีความพร้อม โดยเราไปบอกที่สหประชาชาติว่า “เราไม่ใช่ผู้รุกราน แต่เป็นเราต่างหากที่ถูกรุกราน” ฉะนั้นเราต้องรักษาสถานะตรงนี้ เพราะเราไปยืนยันว่า เราเป็นผู้ที่ถูกรุกราน แต่เรื่องของการป้องกันอธิปไตย ทางกองทัพมีความพร้อมในการป้องกันอธิปไตยและแผ่นดิน

ได้รับการยืนยันมาจากกองทัพ และรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนกองทัพ ดูได้จากผลการ ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในการอนุมัติงบประมาณกว่า 800 ล้าน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของกองทัพ ปกป้องแผ่นดินของราชอาณาจักรไทย

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรกดดันให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงอาร์บีซีและจีบีซี? อนุทิน กล่าวว่า “ทุกวันนี้ก็กดดันอยู่กลายๆ แล้ว”

เมื่อถามว่าปัจจุบันนี้ทางกัมพูชาได้ตอบรับอะไรมาบ้างหรือไม่ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวในเวทียูเอ็น? นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่เราได้ทำไปและและการตอบรับไม่เหมือนกับการที่เราพูดคุยกันอยู่ในตอนนี้ การติดต่อมาของประเทศที่อจากให้ให้เกิดสันติภาพ เพื่อเสนอแนวทางต่างๆนี่ก็คือการตอบรับ บางครั้งไม่ได้พูดกันโดยตรง แต่มีการสื่อสาร ที่ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่า เพื่อนำไปสู่การตอบรับหรือดำเนินการใดๆ ของทั้งสองประเทศให้ดีขึ้น

เมื่อถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันกัมพูชายังไม่ตอบรับในหลายประเด็น เช่น การทำแผนอพยพออกจากพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว รวมถึงการไม่ร่วมเก็บกู้วัตถุระเบิด ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นเหตุ? อนุทิน กล่าวว่า “เราก็ไม่ตอบสนองอะไรกับเขา ดังนั้นสิ่งที่เขาอยากให้เราดำเนินการ เช่น การเปิดด่านหรือขอให้ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เราก็ไม่ทำ”

ผมไม่อยากใช้คำว่ากดดัน เพราะทุกวันนี้ก็กดดันกันมากอยู่แล้ว ควรหาวิธีที่จะสื่อไปให้เห็นว่า เราพร้อมหากจะอยู่กันไปแบบนี้ แต่ถ้าอยากให้ชีวิตประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองดีขึ้น เขาก็ต้องตอบรับข้อเสนอเรา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์