ขอตัด 5 เปอร์เซ็นต์! ‘ปชน.’ อภิปรายถล่มงบฯ ก.เกษตรฯ

4 ก.ย. 2567 - 13:21

  • ‘ณัฐชา’ อภิปรายถล่มงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ขอตัด 5 เปอร์เซ็นต์

  • ซัดเจอวิกฤต ‘ปลาหมอคางดำ’ ขนาดนี้ แต่ยังมาขอเงินไปทำ ‘ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ’

  • พร้อมเหน็บขุดลอกกว๊านพะเยา ที่บ้าน ‘รัฐมนตรี’ ชี้ไม่จริงใจแก้ปัญหาให้ประชาชน

Nattacha_People_s_Party_Discussion_the_budget_of_Mo_AC_SPACEBAR_Hero_21774cec93.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 วาระที่ 2 ในวันที่ 2 ช่วงการพิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ปรับลดจากวงเงินเดิมที่ 5.6 หมื่นล้านบาท

โดยหนึ่งในไฮไลท์เป็นในคิวของ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ลุกขึ้นอภิปรายขอตัดงบประมาณ 5% เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเรื่องปลาหมอคางดำ ถือเป็นภัยคุกคามจากสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติไปแล้ว 19 จังหวัด 76 อำเภอ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 50,000 ราย เป็นสิ่งที่จับต้องได้และเห็นได้ชัดว่าปี 2567 มีผลกระทบอย่างไร

แต่ปี 2568 งบประมาณที่ขอมาเพิ่มผลผลิตแหล่งน้ำชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าของชีพให้กับประชาชนจำนวน 307 ล้านบาท ถูกปรับลดไป 51 ล้านบาท เห็นว่ารายการนี้ ถ้ากรมประมงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ปกป้องแหล่งน้ำ ปกป้องสัตว์น้ำที่อยู่ในการดูแลของกรมประมงเอง ก็คงไม่ต้องใช้งบประมาณสูงขนาดนี้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น งบประมาณในการที่จะมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกเป็นวาระแห่งชาติที่เรียบร้อยแล้ว

แต่วาระแห่งชาติอย่างไร ในงบประมาณปี 2568 ไม่มีเลย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในเรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของกรมประมงยังทำได้ไม่ดีพอ ไม่หนำซ้ำ ยังอนุมัติงบประมาณไปก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่จังหวัดของท่านรัฐมนตรีอีก 208 ล้านบาท เป็นงบผูกพันไปถึงปี 2570 ปีนี้ของบฯ ไป 41 ล้านบาท ผมคิดว่าไม่ควรอย่างยิ่ง วันนี้วิกฤตหนักหนักที่สุดและมากที่สุด ควรจะให้น้ำหนักไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ บุคลากร เวลา และทรัพยากรอื่นๆที่ต้องมุ่งเน้นไป นั่นคือเรื่องวิกฤตการรุกรานจากปลาต่างถิ่น แต่ในงบประมาณปีนี้ ไม่มีอะไรที่จริงใจและจริงจังเลย นอกจากพบสิ่งปลูกสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำในบ้านท่านรัฐมนตรี การขุดลอกกว๊านพะเยาในบ้านท่านรัฐมนตรี ผมเห็นว่า ณ วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมประมง ไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น จึงขอเสนอปรับลดงบประมาณในส่วนของกรมประมง

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

ก่อนหน้านั้นใน เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายขอปรับลดงบของกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนของค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการต่างประเทศ 8 โครงการเพื่อศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำ การสร้างเขื่อนและการดูแล ที่ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา รวมวงเงิน 7.6 ล้านบาท 

โดยมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างและดูแลเขื่อนมากว่า 40 ปีแล้ว

อีกทั้งมองว่า มีนัยสำคัญถึงทิศทางของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือ เขื่อนน้ำยม แต่เชื่อว่าไม่ใช่แค่แห่งเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เขื่อนมีประโยชน์ แต่เป็นการจัดการน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้จริงหรือไม่ เพราะมีผลการศึกษาว่าการสร้างเขื่อนได้ไม่คุ้มเสีย

โครงการจัดการน้ำมีความจำเป็นแต่เขื่อนขนาดใหญ่ทั่วโลก มีข้อสรุปว่าไม่ใช่ทางออก ทั้งนี้ ประเทศที่พัฒนาเลิกสร้างเขื่อน และเขื่อนที่หมดอายุได้ทยอยทุบทำลาย ความรู้ยุคสมัยใหม่มีวิธีการบริหารจัดการน้ำเองได้ ไม่ต้องศึกษาดูงาน

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

‘ภูมิใจไทย’ ทวงโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง-ช่วยชาวนาไร่ละพัน

ส่วนทางด้าน สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ได้ใช้สิทธิอภิปรายเพื่อทวงถามความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลในส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ต่อยอดมาจากรัฐบาลที่ผ่านมา

โดย อำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายขอความชัดเจนเกี่ยวกับรายการที่จะชดเชยและเยียวยาชาวนาในโครงการไร่ละ 1,000 บาท ในส่วนของการสนับสนุนปัจจัยการผลิต “อย่าให้ชาวนาหมดกำลังใจ ขายที่นาไปทำอย่างอื่น ประเทศไทยจะไม่มีข้าวกิน”

พร้อมฝากไปยังนายกฯ และสำนักงบประมาณ ช่วยชาวนาในการเยียวยา ที่จัดสรรให้ไร่ละ 1,340 บาท ไม่พอกับต้นทุนขอให้เพิ่มอย่างสมเหตุสมผล

ขณะที่ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายขอปรับลดงบ 2% พร้อมทวงถามโครงการที่ช่วยเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตโดยเฉพาะชาวนา ซึ่งมีนโยบายที่ตั้งใจผลักดัน คือ ปุ๋ยคนละครึ่ง   

สส.อ่างทอง ชี้ให้เห็นว่า ในกระทรวงเกษตรกรฯ ไม่มีรายการที่ช่วยเหลือเกษตรกร แม้จะอยู่ในช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ เปลี่ยนรัฐมนตรี แต่โครการที่ช่วยชาวนาจำเป็นและต้องมี โดย กมธ.ได้ซักถามหน่วยงานหรือไม่ หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เป็นรายการอื่นของงบประมาณ ขอให้ กมธ.ชี้แจง 

นอกจากนั้น ในส่วนของกรมชลประทาน ได้ตั้งงบไว้ 1.9 หมื่นล้านบาท แต่ปรับลด 57 ล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อการแก้ปัญหาระบบน้ำในประเทศให้ลดน้อยลง ทั้งนี้ ใน กมธ.ได้พูดถึงการแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

ทางด้าน ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องแก้ปัญหาราคายางที่ยุทธศาสตร์ เพื่อให้มีราคาที่ดีและชาวสวนยางมีความมั่นคั่ง ส่วนเรื่องของทุเรียน ที่พบว่ามีราคาตกต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สงขลา ราคาที่ 80 บาท ทั้งที่ในช่วงต้นฤดูกาลและท้ายฤดูกาลของทุเรียน มีราคาสูงถึง 250 บาท ดังนั้น ขอฝากให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณา

วันนี้ ผมตัด 5% แต่สิ่งที่อยากฝากคือ การดูแลเกษตรกร เพราะถือเป็นหัวใจหลักของประเทศ

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ

สำหรับบรรยากาศการประชุมในวันนี้ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ส่วนการประชุมวานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกนั้นใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมง (ปิดการประชุมในเวลา 21.47 น.) โดยการพิจารณาจบที่มาตรา 13 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 49,248,592,900 บาท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์