พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบ.ทก. ถึงกรณีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประสานขอตัวทหารกัมพูชาที่อยู่ในการดูแลของไทยว่า เราดูแลอย่างดี ให้อาบน้ำ แปรงฟัน หาอาหารให้กิน ในส่วนที่ได้รับบาดเจ็บเราก็ให้การรักษา ข้อเท็จจริงเราเตรียมส่งตัวกลับ แต่พอทางกัมพูชาออกมาบอกว่าเราลักพาตัว จึงต้องป้องกันตัวเองโดยสอบถามทหารเหล่านั้นและบันทึกปากคำเอาไว้ว่า การถูกควบคุมตัวไม่ได้เกิดจากการลักพาตัว แต่เป็นการควบคุมตัว ซึ่งวิธีการบิดเบือนข่าวเราต้องเอาข้อเท็จจริงตอบโต้ อาจจะช้าไม่ทันใจ แต่มีผลที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีทหารกัมพูชาจากนอกพื้นที่เข้ามา เมื่อเกิดการปะทะส่วนหนึ่งจึงหลงอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายไทย เราจะแจ้งให้ทหารเหล่านี้ออกมา เพื่อควบคุมตัวและส่งกลับตามหลักมนุษยธรรม
“ตรงนี้ต้องขออภัยเพราะอาจจะไม่ค่อยถูกใจนัก ทั้งที่เขาทำกับเราขนาดนี้ แต่เรายังมีมนุษยธรรม แม้เขาจะผิดหลักกฎหมายนานาชาติก็ต้องให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมของโลก แต่ถ้าเราไปทำเหมือนเขาแสดงว่า เราก็พอกัน จึงต้องขออภัยประชาชนและสื่อมวลชน” พล.อ.ณัฐพล ระบุ
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า การที่เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีการปะทะ ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น แต่การที่เขาพาทูตทหารเข้าพื้นที่ หากยังมีการยิงกันอีกประชาคมโลกคงรับไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า เราไว้ใจเขาได้มากแค่ไหน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไว้ใจได้ประมาณหนึ่งแต่ก็ไม่ประมาท คืนที่ผ่านมาได้เน้นย้ำกองกำลังที่อยู่ตามชายแดนให้ไม่ประมาท จนกว่าสถานการณ์จะชัดเจนแน่นอน
ส่วนกรณีกัมพูชาพาทูตทหารลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้า ประเมินอย่างไร และมีแผนจะพาทูตทหารลงพื้นที่บ้างหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กองทัพบกเร่งดำเนินการ แต่ผู้ช่วยทูตทหารบางประเทศยังไม่พร้อม เราอยากให้ไปพร้อมๆ กัน ประกอบกับเราต้องมั่นใจว่า กัมพูชาเขาหยุดยิงจริงๆ การที่เขาพาผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่เขาคงไม่กล้าที่จะยิงแล้วเราถึงได้คิดที่จะพาผู้ช่วยทูตทหารเข้าไป เพราะการที่จะพาไปทุกคนต้องปลอดภัย เรารับประกันได้ว่า ไม่ละเมิดการหยุดยิง แต่ไม่มั่นใจว่าเขาจะละเมิดหรือไม่ หากเราพาเข้าไปแล้วเกิดการยิงขึ้นมา เราต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย โดยเรามีแผนจะนำทูตทหารลงพื้นที่ในวันที่ 1 ส.ค. เบื้องต้นมีมากกว่า 15 ประเทศ
เมื่อถามว่า การที่กัมพูชาพาทูตทหารลงพื้นที่ก่อนเรา ทำให้เราเสียเปรียบในเรื่องการสื่อสารต่อประชาคมโลกหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่เสียเปรียบ ข้อเท็จจริงมีอยู่ และแม้ว่าเรายังไม่พาทูตทหารลงพื้นที่ แต่เราได้แถลงข่าวการละเมิดการหยุดยิงของกัมพูชา ส่งข้อมูลให้ทูตทหารประเทศต่างๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งแม้ทูตทหารบางประเทศในกัมพูชาได้ลงพื้นที่ไป แต่ก็จะมีข้อมูลทูตทหารที่อยู่ในประเทศไทยส่งกลับไปประเทศนั้นๆ ด้วย เขาก็ต้องพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลว่าจะเชื่ออันไหน
พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงการสื่อสารของ ศบ.ทก. ว่า รับข้อตำหนิในส่วนที่ยังมีข้อบกพร่อง วันนี้ (31 ก.ค.) ในที่ประชุม ศบ.ทก. จะพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ข้อมูลไปถึงประชาชนอย่างบูรณาการ ยอมรับ เป็นห่วงเรื่องการสื่อสาร ข้อมูลที่สื่อติติงมายินดีรับฟัง ขอเพียงอย่างเดียวอย่าช่วยกัมพูชาโจมตีหน่วยงานที่กำลังทำงานอยู่ เตรียมใจไว้แล้วว่ามาอยู่ตรงนี้ต้องเจอเสียงท้วงติง แต่น้องๆ ที่เป็นข้าราชการประจำอาจไม่คุ้นเคย เกรงจะเสียกำลัง จึงต้องขอกำลังใจจากสื่อมวลชนด้วย มีความคิดจะให้มีการชี้แจงเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และยืนยัน ศบ.ทก.เป็นกลไกของรัฐบาล ที่โซเชียลมีเดียโจมตีว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร ความจริงคือเราทำอยู่
ทั้งนี้ ในส่วนของปราสาทตาควาย ทางกัมพูชาได้ยึดคืนไปหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางหน่วยบอกว่าควบคุมได้ ก็ต้องฟังหน่วยที่รายงานเข้ามา ตอนนี้ข่าวที่ออกกันมา บิดเบือนกันไปกันมาตลอด และเช้าวันเดียวกันนี้ ได้รับข่าวที่ดีที่นักกีฬากอล์ฟมือต้นๆ ลำดับโลกของไทย โพสต์ข้อความช่วยกองทัพ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจว่า ไม่ใช่แค่กองทัพ แต่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วย จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนแสดงความสามารถว่า สื่อมวลชนสามารถตอบโต้กัมพูชาได้ ขอร้องกับสื่อว่าสามารถหาข่าวได้เร็ว ไปถามคนไม่เกี่ยวข้องแล้วมาตำหนิกองทัพไม่ว่า แต่เมื่อสื่อได้ข้อมูลจากพล.อ.ณัฐพล ขอให้เอาข้อเท็จจริงไปชี้แจงตอบโต้ด้วย ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้ตอบโต้ข่าว สื่อมวลชนมีความสามารถ จึงขอให้แสดงขีดความสามารถให้ประชาชนได้เห็นว่าสามารถตอบโต้กัมพูชาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยตนยินดีที่จะสนับสนุนข้อมูลข้อเท็จจริง




