พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการชี้แจงทำความเข้าใจข้อดี ข้อเสียกับประชาชนเกี่ยวกับ MOU ปี 2543 และ 2544 ว่า ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้กำหนดว่าจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมก็ศึกษาอยู่
ส่วนกรณีการก่อเหตุปล้นร้านทองที่ สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีคนในรู้เห็น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานมายังไม่ถึงขนาดนั้น แต่ต้องดูกันต่อไป ซึ่งจากที่รับรายงานมาเป็นการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการ BRN เข้ามาปฏิบัติการและหนีกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นช่วงรอยต่อที่มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 และทีมการทำงานหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขาอาจจะอาศัยจังหวะดังกล่าว แต่ต้องให้เวลาแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ซึ่งพึ่งรับหน้าที่ได้ 7 วัน และทราบว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกจะลงพื้นที่ หลังจากนั้น พล.อ.ณัฐพล จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ด้วย
ทั้งนี้ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งแม่ทัพภาคที่ 4 มาจากคนนอกพื้นที่ จึงทำให้เกิดเกียร์ว่างใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะทหารทุกคนมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว และการปล้นทองไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์
เมื่อถามย้ำว่า มีการทำเป็นระบบ เหมือนมีคนในคอยให้ข้อมูล ทั้งพิกัดร้านทองและเส้นทางการหลบหนี พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องดูในรายละเอียดกันต่อไป ซึ่งต้องฟังข้อมูลจากแม่ทัพภาคที่ 4
พล.อ.ณัฐพลยอมรับว่า ได้รับรายงานเว่า ทองที่ปล้นไป ถูกขนหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการติดตามจับกลุ่มผู้ก่อเหตุและนำทองกลับมานั้น ต้องประสานประเทศเพื่อนบ้าน จึงอยากให้รอการดำเนินการของเจ้าหน้าที่
พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่งตั้งให้ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้พูดคุยกันเบื้องต้น เนื่องจากรัฐบาลมีเวลาสั้นเพียง 4 เดือน จึงอยากให้ขณะพูดคุยได้จัดลำดับความเร่งด่วน งานไหนควรจะต้องทำให้สำเร็จภายใน 4 เดือน พร้อมทั้งได้ให้กำลังใจว่า ไม่ต้องทำในทุกเรื่องให้เสร็จเรียบร้อย เพียงแต่ใน 4 เดือน ต้องมีอะไรที่เห็นผลเป็นรูปธรรมบ้าง




