พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม สมช.ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่ไทยขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ไปที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 4-7 ส.ค. แทน ว่า ทราบจากผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชาแจ้งกลับมาว่า กัมพูชาตอบรับแล้ว เพราะเราได้แจ้งไปว่า รัฐบาลกัมพูชาให้ข่าวที่ทำให้ประชาชนกัมพูชาเกลียดชังคนไทย ดังนั้นการที่ประชุมต้องไปประชุมหลายวัน อาจเกิดความไม่เรียบร้อยได้ จึงอยากให้ไปประชุมในประเทศที่สาม ซึ่งเราได้ประสานมาเลเซียแล้ว และทางกัมพูชาได้ตอบรับแล้ว ส่วนสาเหตุที่ขอขยายระยะเวลาประชุมจากวันเดียวเป็น 3 วัน เพราะวาระที่เราเตรียมการไปหารือเวลาเพียง วันไม่น่าจะจบ และหากประชุมวันที่ 4-7 ส.ค. ยังไม่จบ อาจต้องขยายเวลาหรือเลื่อนไปประชุมครั้งต่อไป โดยเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ ถ้าไม่เป็นไปตามที่กำหนดก็ต้องพิจารณาเลื่อนไปครั้งต่อไป จนกว่าจะได้ตามที่รัฐบาลมุ่งหมาย
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สาเหตุที่เปลี่ยนสถานที่ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจกัมพูชา แต่เราไม่ไว้ใจสถานการณ์ ตอนนี้เขาปลุกปั่นทำให้คนกัมพูชาไม่เข้าใจคนไทย การที่เราไปประชุมและอยู่ท่ามกลางคนกัมพูชา ลองคิดดูว่าระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. ซึ่งฝ่ายเลขาฯ ของเราอยู่ที่นั่น จะเป็นอย่างไร เป็นห่วงทีมงาน จึงคิดว่า ไม่เหมาะสม จึงต้องพูดคุยกัน และไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เราอยู่ในช่วงเจรจาหยุดยิง ทำไมฝ่ายกัมพูชาจึงออกข่าวสร้างความไม่เข้าใจให้กับประชาชน ทั้งที่ฝ่ายเราพยายามยึดว่า ความตึงเครียดที่เกิดจากรัฐบาล ประชาชนไม่เกี่ยวเราพูดกับประชาชนเสมอให้ปฏิบัติกับคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยตามปกติ เพราะเขาไม่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล แต่ทางกัมพูชาพูดให้คนมีความรู้สึกไม่ดีกับคนไทย การที่คณะกรรมการของเราไปอยู่ที่นั่น 3 วัน เป็นเรื่องที่ทำให้เรากังวล เราจึงขอเปลี่ยนสถานที่เพื่อความเรียบร้อย
เมื่อถามว่า เป้าหมายที่เราจะไปยื่นต่อกัมพูชา รวมถึงสิ่งที่เราจะไม่ยอมรับจากกัมพูชามีอะไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หากพูดไป เขาจะทราบหมด ต้องขออภัยด้วย
ส่วนในการเจรจาจะหยิบยกพื้นที่ปราสาทตาควายมาคุยด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สิ่งที่ถามมานี้เป็นเรื่องที่ต้องขอไว้ก่อน ต้องขออภัย อะไรตอบได้ จะตอบ แต่บางเรื่องที่ตอบไปแล้ว ทำให้เราเสียเปรียบ ต้องขออภัยสื่อ แต่ยืนยันว่า ตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันเราอยู่ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชน เลยเครียดว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนพอใจ ซึ่งจะพยายาม
สำหรับการประชุมครั้งนี้จะมีผู้สังเกตการณ์เป็นจีนและสหรัฐอเมริกาเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า “คงไม่ใช่ แต่ผมต้องหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะพึ่งทราบจากฝ่ายเลขาฯ ว่า มีการขอผู้สังเกตการณ์ แต่ความคิดของผม ครั้งนี้เป็นการประชุมแบบทวิภาคี เป็นกลไกปกติที่คุย 2 ประเทศ ต่างจากการเจรจาหยุดยิงเมื่อครั้งที่แล้วที่เป็นการไกล่เกลี่ย แต่ครั้งนี้เป็นการประชุมทวิภาคี และในเงื่อนไขการเจรจาครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีเรื่องนี้”
ส่วนกรณีสื่อกัมพูชาและสื่อมาเลเซียนำเสนอข่าวว่ารัฐบาลสวีเดนจะระงับการเซ็นสัญญาซื้อขายเครื่องบินกริพเพนให้กับไทย หลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีทางอากาศในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะความสัมพันธ์ของไทย-สวีเดนไม่มีปัญหา




