ซัด! รัฐบาล จะแก้หนี้แต่กู้สร้างหนี้

30 พ.ย. 2566 - 12:26

  • ‘กมธ.งบฯ’ เผยร่างงบฯปี 67 ตั้งวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท จากที่หน่วยงานขอ 5.8 ล้านล้านบาท ชี้ งบฯ 67 ไร้เงินกู้ 5 แสนล้าน

  • เล็งร่างงบฯ 68 สภาฯเสนอประกบคู่ร่างรัฐบาล หวังเห็นร่างงบฯ ตอบโจทย์ปชช.ที่สุด

  • ด้านฝ่ายค้านจ่อชำแหละวินัยใช้งบรัฐบาล อัด ‘รัฐบาล’ ย้อนแย้งบอกจะแก้หนี้แต่จ่อกู้แจกสร้างหนี้สาธารณะให้ประชาชน

Nattapong_budget67_no_loan_five_hundred_billion_SPACEBAR_Hero_435f3e99d1.jpg

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.ฯ ในวันนี้ว่า จะมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การแก้ปัญหาเอลนีโญ ซึ่งงบส่วนใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาจะเป็นเกี่ยวกับการสร้างฝายเก็บน้ำในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องที่เราจะพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ และเกิดการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกมธ.ฯ มีวาระพิจารณาหลายอย่าง เช่น คณะอนุกรรมการงบฯปี 67 ที่เราได้เรียกหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณฯทั้งหมดมาชี้แจงว่า แต่ละหน่วยขออะไรบ้าง ซึ่งเป็นจำนวนเงินประมาณ 5.8 ล้านล้านบาท และสำนักงบประมาณฯตัดเหลือ 3.48 ล้านล้านบาท และตอนนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่กำหนดว่ากรอบงบฯแต่ละกระทรวง ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เรากำลังรอคือคำของบประมาณที่ถูกอนุมัติจัดสรรในรายโครงการ โดยจะออกมาประมาณวันที่ 23 ธ.ค. และจะมีมติครม.วันที่ 26 ธ.ค. เราก็จะนำข้อมูลที่ได้จากหน่วยงานมาประกบข้อมูลจากสำนักงบฯว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า งบประมาณปี 67 ยังไม่มีส่วนที่เกี่ยวกับการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี และมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า แหล่งที่มาของเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ไม่สามารถใช้แหล่งเงินจากงบประมาณเป็นหลักได้ เพราะรัฐบาลออกข่าวมาแล้วว่า จะใช้พ.ร.บ.เงินกู้ ซึ่งทราบกันดีว่า มีปัญหาหลายอย่าง เช่น จะขัดกับพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง หรือวินัยหนี้สาธารณะหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กำลังรอคำตอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เราก็อยากได้ความชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่สามารถจะนำไปอภิปรายงบประมาณได้หรือยัง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีหลายอย่าง โดยเฉพาะระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ เช่น วาระล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอวาระเกี่ยวกับระเบียบแบ่งชั้นผู้รับเหมา ที่ค่อนข้างชี้จัดว่าผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมทางหลวงชนบทเอื้อให้เกิดการฮั้วประมูล เพราะเห็นได้ชัดว่าการประมูลของผู้รับเหมาชั้นพิเศษ มีความแตกต่างกับราคากลางเล็กน้อย ในขณะที่ผู้รับเหมารายอื่นสามารถประมูลงานได้ถูกกว่าถึง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ จึงมีความเป็นไปได้ที่เกิดการฮั้วประมูล จึงเชิญหน่วยงานมาชี้แจงและแก้ไขกฎระเบียบเหล่านี้ 

เมื่อถามว่า ในส่วนการอภิปรายงบประมาณนั้น ได้มีการแจกแจงให้พรรคร่วมฝ่านค้านได้รับผิดชอบหัวข้อการอภิปรายอะไรบ้าง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีแผนว่าจะเปิดเผยข้อมูลคำขอ 5.8 ล้านล้านบาท เทียบคู่กับ 3.48 ล้านล้านบาท ที่ทางสำนักงบฯจัดสรรมา สส.ทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านช่วยกันตรวจสอบ เพราะสำนักงบฯ เป็นผู้ถือหลักเกณฑ์เพียงผู้เดียว ในการจัดสรรงบ ซึ่งทางกมธ.ฯ ได้เข้าไปดูงานที่สำนักงบฯแล้ว และได้คำชี้แจงกลับมาว่าหลักเกณฑ์ต่างๆ ไม่ได้เป็นลักษณะระเบียบที่ให้ทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ นั่นคือ ไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ เป็นการตัดสินใจภายในลำนักงบฯ ทั้งหมด ดังนั้น ตนคิดว่าเป็นสิทธิและหน้าที่ของสส.ทุกคนที่สามารถตั้งคำถามถึงการตัดงบประมาณว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่จะให้มีการผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 67

เมื่อถามว่า ประเมินภาพรวมการใช้งบที่ผ่านมาของรัฐบาล มีความเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า งบประมาณปี 67 เป็นปีแรกที่ดีเลย์มาครึ่งปี แน่นอนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น สามารถใช้งบไปก่อน แต่งบการลงทุนที่เป็นรายจ่ายจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถเบิกจ่ายได้เลย ซึ่งเราได้เห็นข้อถกเถียงต่างๆแล้วว่าวิธีการจ่ายงบประมาณด้วยการกู้และแจก กับการใช้แหล่งงบประมาณไปในแง่ของการลงทุน เราคิดว่าตัวคุณทางเศรษฐกิจของการลงทุนในโครงสร้างขั้นพื้นฐาน จะเกิดประโยชน์ กับประชาชนในระยะยาวมากกว่า จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านสภาโดยเร็ว 

ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 68 ที่จะเข้าต่อจากปี 67 ทางกมธ.ฯ ตั้งใจจะให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 68 เป็นร่างที่ฝ่ายนิติบัญญัติเสนอประกบกับร่างของฝ่ายบริหาร ซึ่งเราได้ตัวอย่างจากหลายๆประเทศที่ใช้รูปแบบดังกล่าว จึงคิดว่า ในช่วงปลายปีนี้ที่เป็นช่วงกำหนดส่งคำของบประมาณปี 68 ของทุกหน่วยงาน เราก็จะเรียกทุกหน่วยรับงบประมาณชี้แจงคำขอ แบบเดียวกับที่ทำกับงบประมาณปี 67 แต่จะแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ทางกมธ.ฯ จะมีเวลาพิจารณากันเพิ่มขึ้น และสามารถให้ข้อเสนอกับสำนักงบฯได้ว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ที่สส.ในฐานะตัวแทนประชาชนอยากเห็นนั้นเป็นอย่างไร ในส่วนขั้นตอนของร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 68 ประมาณช่วงกลางม.ค. ปีหน้า เป็นเดดไลน์ส่งคำของบประมาณ หลังจากนั้นสำนักงบฯจะรวบรวม เพื่อส่งให้ครม.อนุมัติ และให้ความเห็นส่งมา 2-3 รอบ 

ณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีนโยบายการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลที่เศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง ได้แถลงไปวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมาถือว่ามาถูกทางหรือไม่ว่า การแก้หนี้เป็นประโยชน์ของประชาชนอยู่แล้ว แต่เราก็รู้สึกได้ว่าการดำเนินการของรัฐบาลหลายอย่างมีความย้อนแย้งในตัวเอง เพราะเมื่อบอกว่ากำลังแก้หนี้ให้ประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน ก็กำลังออกพ.ร.บ.กู้เงิน สร้างหนี้สาธารณะให้กับประชาชนทุกคน ส่วนตัวคิดว่าเป็นคำถามที่ควรถูกถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์