ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้(14 ส.ค.) คิดว่าจะมีแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างไรว่า จะรอดูคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง แต่คิดว่าคงไม่มีอะไร และยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการให้องค์กรอิสระ ที่ไม่ได้ยืดโยงกับประชาชนมาตัดสินนักการเมืองในคดีแบบนี้ และไม่เห็นด้วยกับการมาถอดถอนนักการเมืองด้วยวิธีการแบบนี้
ส่วนในฐานะที่อดีตพรรคก้าวไกลเคยมีประสบการณ์มาก่อนจะให้กำลังใจอะไรหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ เพียงระบุว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีมาเจอกันในวันพฤหัสบดีในการตอบกระทู้ถามสดที่ฝ่ายค้านตั้งถาม
ปกรณ์วุฒิ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปในวันนี้ ว่า ในวันพรุ่งนี้ ที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในวันพฤหัสบดีจะเป็นการตั้งกระทู้ถามสดถามนายกรัฐมนตรี จาก ‘ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน เรื่องการดำเนินงานของรัฐบาลภายใน 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลทำไปมีความคืบหน้าอย่างไร
ส่วนการเสนอชื่อชิงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่หนึ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ แต่จะคุยกันในที่ประชุมวันนี้ เท่าที่ทราบ ยังไม่มีพรรคใดที่ประสงค์เสนอชื่อแคนดิเดตชิงตำแหน่งดังกล่าว และในส่วนของพรรคประชาชนเอง ไม่คิดว่าจะมีความเสียหาย หากจะส่งแคนดิเดตลงแข่ง แม้รู้ตัวดีว่าฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อย แต่สิ่งที่เห็นว่าควรบันทึกไว้ คืออยากให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสภาฯ ทำให้สภาฯ ‘มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี’ ใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งหลายสิ่งที่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ทำไว้ คิดว่าหลายอย่างน่าจะเป็นประโยชน์ หากรองประธานสภาฯ คนใหม่ เห็นว่า มีประโยชน์ก็ควรหยิบมาทำต่อ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะต้องพูดคุยในที่ประชุม สส. ในช่วงบ่ายว่าจะส่งแคนดิเดตลงตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับเสียง สส.
เมื่อถามว่า หากมีมติส่งแคนดิเดตที่ถูกเลือกจะเตรียมตัวทันหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา การทำงานตั้งแต่พรรคก้าวไกลมาจนถึงวันนี้ ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการส่งชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่หนึ่งเพื่ออะไร เวลาเตรียมตัว 1 วันก็เพียงพอ พร้อมย้ำว่า ยังไม่มีรายชื่อแคนดิเดต เนื่องจากยังไม่มีการพูดคุยกัน ต้องรอในช่วงบ่ายวันนี้
ปกรณ์วุฒิ ยังย้ำว่า หากดูเสียงของฝ่ายค้านในการโหวตร่าง พ.ร.บ. คิดว่าทุกร่าง พ.ร.บ. พรรคประชาชนก็โหวตทุกมติ ทั้งที่รู้ว่าแพ้เราก็โหวต ก็ไม่มีอะไร เพราะเรารู้ว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย เพียงแค่ต้องการแสดงจุดยืนบางอย่างเท่านั้น ถือว่าไม่มีอะไรเสียหาย
เมื่อถามว่าตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มาจาก MOU แม้จะถูกฉีกไปแล้ว แต่ควรเป็นคนใต้ของพรรคประชาชนหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ ระบุว่า “ไม่ได้มองครับ และไม่ได้คาดหวังในการรักษาคำพูด”
เมื่อถามว่ามีกระแสว่าพรรคภูมิใจไทยจะเสนอชื่อ ภราดร ปริศนานันทกุล ลงชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของวิปรัฐบาล ที่จะตกลงกันว่าเป็นของพรรคใด หากตกลงกันแล้วว่าเป็นของพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทยคิดจะส่งใคร ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่ได้ไปก้าวก่ายตรงนั้น
เมื่อถามว่าการส่งคนลงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง จะต้องทำงานร่วมกันกับผู้นำฝ่ายค้านด้วย นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ด้วยความที่เสียงข้างน้อย จึงรู้ตัวว่าเมื่อโหวตไปจึงไม่ชนะ หากพรรคร่วมรัฐบาลกรุณาจะโหวตให้พรรคประชาชนได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งก็ยินดี




