ไม่เลื่อนรายงานนิรโทษ คาด! ถกก่อนปิดสมัย

15 ต.ค. 2567 - 12:28

  • ‘ณัฐวุฒิ’ เผย วิปรัฐบาลไม่เลื่อนรายงานนิรโทษกรรมแล้ว เพราะให้สภาฯ ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง คาดพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุม ลั่น ต้องวัดความจริงใจของรัฐบาล ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลัง สว.งดประชุมสัปดาห์นี้ ทำตั้งกมธ.ร่วมล่าช้า เสร็จไม่ทันเลือกอบจ.ต้นปีหน้า

  • แจง ‘พรรคประชาชน’ ร่วม 14 ตุลาได้ แต่ไม่ได้ร่วมงานวัน ‘ในหลวง ร.9’ เหตุติดขัดการประสานงาน เผย ต้องนำคำสั่งศาล ปม ม.112 มาเป็นกรอบวางนโยบายต่อ ยันกฎหมายนี้มีปัญหา ต้องดูว่าเดินหน้าได้มากน้อยแค่ไหน ย้ำเรื่องเงินบริจาคถูกต้อง ยังไม่มีหนังสือร้องอย่างเป็นทางการ

  • ข้องใจ ‘วุฒิสภา’ งดประชุม ทำตั้งกมธ.ร่วมถกกฎหมายประชามิตล่าช้า งง ประชุมสภาสัปดาห์ที่แล้วปิดเร็ว ทั้งที่ ‘เท้ง’ เตรียมยื่น ร่างกม.ที่ดิน

nattawut_15oct2024_SPACEBAR_Hero_7bdae1a69a.png

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำสัปดาห์นี้ว่า จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางรางที่มีการเสนอ โดยนมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงพรรคประชาชน และร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน รวมถึงการตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลโดยหวังว่า คณะรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญในการมาตอบกระทู้ถาม เพราะเหลือเวลาในสมัยประชุมนี้ไม่มากก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งยังมีวาระสำคัญคือรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการตรากฎหมายนิรโทษกรรม หลังจากถูกเลื่อนมาแล้ว 2-3 ครั้ง วันนี้ทางวิปรัฐบาล ยืนยันว่า จะไม่เลื่อนแล้ว เพราะเนื้อหาในรายงานเป็นเพียงการเสนอแนะไม่ได้เป็นการผูกมัด หรือกำหนดว่า สภาฯ ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง แต่จะเป็นกุญแจที่สำคัญเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีนำไปสู่การนิรโทษกรรมต่อไป 

ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการงดประชุมวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ว่า อาจทำให้การตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความล่าช้า และคาดว่า จะตั้งได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตนในฐานะกรรมาธิการร่วมฝั่งสภาจะเร่งให้ดำเนินการโดยเร็ว แต่ตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่า จะหาข้อยุติได้หรือไม่ หรือจะถูกเสนอกลับมาแต่ละสภาฯ ทันก่อนปิดสมัยประชุมหรือไม่ แม้จะเปิดสมัยประชุมสภาฯ วิสามัญเพื่อพิจารณา หรือตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จ ก็จะเป็นการยากที่จะทำให้เสร็จทันการเลือกอบจ.ในต้นปีหน้า

“ต้องวัดความจริงใจและความมุ่งมั่นของฝ่ายรัฐบาลว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือ หลายมาตราการแก้ไขรายมาตรา ของพรรคประชาชนที่ได้ยื่นไปแล้ว”

ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบจริยธรรม สส.ในพรรคตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนว่า ผู้ที่ถูกดำเนินการในสถานะสมาชิกพรรคก้าวไกลในขณะนั้น เมื่อพรรคก้าวไกลจบลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงในเชิงข้อบังคับ แต่ในเชิงต่อเนื่องของความเป็นพรรคการเมือง กรณีนี้ไม่ใช่การย้ายพรรคในรูปแบบปกติ และหากมีการกระทำที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็เป็นเรื่องของพรรคที่ต้องตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริง ในการตั้งพรรคการเมืองที่ผ่านมา แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ บ้าง แต่การจัดโครงสร้างเกือบเสร็จสิ้น 100% มีความรับผิดชอบในหลายระดับ หากเป็นสมาชิกโดยทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง ในฐานะนายทะเบียนของพรรคที่จะเป็นคนดำเนินการ ซึ่งจะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาบ้าง ก็ดำเนินการในส่วนนั้นอยู่ แต่ยังไม่มีเรื่องร้ายแรงที่ถึงขั้น สส. ไปกระทำความผิดร้ายแรง และบางเรื่องที่เป็นปัญหาส่วนบุคคล ก็จะต้องพิจารณาว่าจะส่งบุคคลนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งถัดไปหรือไม่

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาถูกตั้งข้อสังเกตว่าพรรคอุ้ม สส.หรือไม่ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่มี พี่น้องสื่อมวลชนคงทราบดี แต่ความยากง่ายและความหนักเบาของแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน แต่ก็ได้สรุปบทเรียนจากสิ่งที่ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ในสมัยพรรคก้าวไกลสู่การออกข้อบังคับใหม่ของพรรคประชาชน ว่าจะทำอย่างไรให้ตอบสนองต่อผู้เสียหายและคนที่เลือกพรรคเรา

ส่วนเรื่องเงินบริษัทพรรคที่เงียบหายไปแล้ว แต่มีคนร้องแล้ว ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้างนั้น ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายงานและรายละเอียดในประเด็นที่มีการร้อง และยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานที่มีผู้ไปร้องว่าจะให้พรรคประชาชนไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่ทราบว่ามีเรื่องที่ร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหนในเชิงที่ไม่เป็นทางการ แต่ในเชิงทางการที่ส่งมาที่พรรคยังไม่มี เรื่องเงินบริจาค เรายืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่ใช่การเปิดบัญชีบริจาคใหม่ แต่เป็นบัญชีของพรรคในอดีตอยู่แล้ว ที่พอย้ายมาจะมีความต่อเนื่องตั้งแต่สมัยพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ที่ผ่านมาได้มีการแถลงอยู่ตลอดว่า เงินที่ได้รับบริจาคมานำไปใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง ดังนั้นข้อร้องเรียนในเชิงธุรการต่อพรรคทั้งหมด ไม่มีข้อใดที่มีความกังวลหรือหนักใจที่จะนำไปสู่ปัญหาอื่นของพรรค

ส่วนจุดยืน ม.112 หลังจากนี้ จะเป็นอย่างไรต่อนั้น ณัฐวุฒิ กล่าวว่า นโยบายเกือบทั้งหมด พิจารณาต่อเนื่องมาจากสมัยพรรคก้าวไกล นโยบายแต่ละอย่างต้องมาดูรายละเอียดว่าได้ผลักดันไปแล้วบ้างหรือไม่ สำหรับ ม.112 ย้ำมาโดยตลอดว่า เห็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งต้องตรงกัน แต่ก็เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะนำมาเป็นกรอบในการเดินหน้าว่าหากจะแก้ไขปัญหา ม.112 จะเดินหน้าตามกรอบที่ศาลกำหนดและสิ่งที่พรรคจะทำมากน้อยแค่ไหน โดยตนอยากเรียกร้องเรื่องนิรโทษกรรม หากเห็นตรงกันเป็นฉันทามติของสังคม อยากให้มาช่วยกันติดตาม โดยควรจะหาข้อสรุปให้สังคมและคืนความยุติธรรมบางส่วนให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคดี

เมื่อถามว่า เรื่องนี้อ่อนไหว อย่างวันที่ 14 ต.ค. วันรำลึกเหตุการณ์ 14 ต.ค. พรรคประชาชนไปวางพวงมาลา แต่วันที่ 13 ต.ค. วันนวมินทราธิราช พรรคประชาชนกลับไม่ไป จะทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยจากฝั่งอนุรักษ์นิยมหรือไม่ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในกรณีของงานพิธี ทุกอย่างที่มีการติดต่อหรือประสานงานมา เราเองก็เข้าร่วมตลอด ในวันที่ 13 ต.ค. ก็เข้าร่วมพิธีในจังหวัดอ่างทอง และเพื่อนสมาชิกก็เข้าร่วมพิธีตามจังหวัดต่างๆ แต่จากการสอบถามเบื้องต้น คาดว่า อาจจะเป็นเรื่องการประสานงานที่ทำให้เราไม่ได้ไปวางพวงมาลา แต่สำหรับวันอื่นๆ เราก็ไปร่วมมาโดยตลอด แล้วพิธีการทุกอย่างก็เป็นไปตามระเบียบที่สภาฯ วางไว้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การเข้าร่วมของ สส.พรรคประชาชน เป็นการเข้าร่วมส่วนตัวในระดับจังหวัด ไม่ใช่ส่วนกลางของพรรค ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่ในเดือน ต.ค. จะเห็นได้ว่ามีวันสำคัญหลายวันที่ต้องแยกส่วนระหว่างประเด็นเรื่องงานพิธีการกับประเด็นเรื่องวันสำคัญของพี่น้องประชาชนที่เราก็จัดอันดับความสำคัญทุกเรื่องอย่างเสมอกัน

ณัฐวุฒิ ในฐานะคณะกรรมการประสานงานร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน ยังกล่าวถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านประจำสัปดาห์ว่า หากติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจากสัปดาห์ที่ผ่านมา จะพบว่าจะมีการปิดประชุมสภาค่อนข้างรวดเร็ว โดยส่วนตัว ไม่ทราบสาเหตุว่า การปิดประชุมอย่างรวดเร็วเป็นเพราะเหตุใด แต่ในวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) จะมีการนำกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติขนส่งทางราง ซึ่งมีร่างทั้งของคณะรัฐมนตรีและของฝ่ายค้านยื่นร่างฉบับนี้ และอีกฉบับที่สำคัญคือร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้ยื่น อันที่จริงควรเป็นกฎหมายที่ควรเสนอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ประธานใช้อำนาจหรือเหตุอะไรในการปิดประชุม ทั้งที่จริงควรให้เกียรติผู้นำฝ่ายค้านในการเสนอกฎหมาย

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนที่ 17 ต.ค. นั้นจะเป็นการตั้งกระทู้สดด้วยวาจา ซึ่งโควตาของวิปฝ่ายค้านในสัปดาห์นี้ หนึ่งเรื่องจะเป็นของพรรคประชาชน ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาว่าจะถามประเด็นใดกับใคร ด้วยเนื้อหาอย่างไร และอีกหนึ่งโควตา เป็นของพรรคไทยสร้างไทย แน่นอนว่า ในความเป็นฝ่ายค้าน เรายืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทยก็ให้ความสำคัญ และกลับเข้ามาร่วมงานกับฝ่ายค้านอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งได้แต่คาดหวังว่า คณะรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญ เพราะก็เหลือเวลาการประชุมอีกไม่มากนัก ก่อนจะปิดสมัยการประชุม

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากหมดกระทู้ต่างๆ รายงานที่ค้างการพิจารณา ฉบับแรกจะเป็นของคณะกรรมมาธิการวิสามัญศึกษาการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร โดยรายงานดังกล่าว ถูกเลื่อนมาแล้ว 2-3 สัปดาห์ วันนี้ยังได้รับคำยืนยันจากวิปรัฐบาลว่า จะมีการพิจารณารายงานฉบับนี้ ร่วมทั้งจะไม่มีการเลื่อนพิจารณาอีก เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีหมุดหมายสำคัญ

ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่อยากให้ติดตาม จะเห็นได้ว่าวันนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมของวุฒิสภา แต่กลับมีการงดประชุม ส่วนตัวได้สอบถามกับเพื่อนสว.ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่มีร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับที่… พ.ศ. … การงดการประชุมจะทำให้คณะกรรมาธิการร่วม ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เกิดได้เร็วสุดในสัปดาห์หน้า แต่เราไม่มั่นใจว่า จะหาข้อยุติได้หรือไม่ หรือจะถูกเสนอกลับมาพิจารณาในที่ประชุมของแต่ละสภาทันในวันที่ 30 ต.ค. ที่จะเป็นวันปิดประชุมสภาได้หรือไม่ แต่หากจะเปิดประชุมวิสามัญก็สามารถทำได้ แต่หากเปิดในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน ก็คงเป็นการยากที่จะเปิด ส่งผลให้ไม่สามารถพิจารณาร่างดังกล่าวได้ ถึงแม้จะเห็นตรงกันทั้ง 2 สภา จนปรากฏออกมามีผลบังคับใช้ ก็ยากที่จะทำให้ทันในช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.นั้นยากขึ้นไปอีก ต้องวัดความจริงใจของฝ่ายรัฐบาลว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์