‘ปธ.กมธ.แก้รธน.’ ตั้งทีมถกประเด็นเห็นต่าง

31 ต.ค. 2568 - 15:58

  • ‘ปธ.กมธ.แก้รธน.’ เผยตั้งคณะทำงานดูประเด็นเห็นต่างในการแก้รัฐธรรมนูญ รับยังบอกไม่ได้ต้องเปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญถกหรือไม่ ชี้กรรมาธิการใช้เวลาอย่างน้อย 10 ครั้ง ยันทำเต็มที่ ให้เร็วที่สุด คาดแล้วเสร็จ พ.ย.นี้

  • หนุนแนวคิด ‘นักวิชาการ’ แก้ รธน.- พ.ร.ป.เลือกตั้งสส. ให้กำหนดบัตรเลือกตั้ง ‘สส.เขต-บัญชีรายชื่อ’ เบอร์เดียวกันแต่ละพรรค ป้องลดสับสน แต่ติงอาจสุ่มเสี่ยงถูกมองแก้เพื่อประโยชน์พรรคการเมือง เลยต้องค้างไว้ก่อน ขอเดินหน้าปลดล็อครื้อกติกาประเทศทั้งฉบับ ก่อนคืนอำนาจปชช.

‘ปธ.กมธ.แก้รธน.’ ตั้งทีมถกประเด็นเห็นต่าง

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 156 มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 รัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 4 จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่และจะต้องมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่ ซึ่งในส่วนของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา ก็ให้ความร่วมมือแจ้งกับสมาชิกเตรียมความพร้อม หากมีการประชุมรัฐสภาวิสามัญ ซึ่งในเนื้อหาสาระขณะนี้มีการพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ที่ยังมีความเห็นแย้งกันอยู่หลายประการ อย่างการไม่สามารถได้มาซึ่งผู้ร่างหรือผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่ไม่ได้ตัดสิทธิ์การพิจารณาเลือกแบบทางอ้อม ในส่วนของรัฐสภาที่จะเป็นผู้เลือก รวมถึงหน้าตารูปแบบของกรรมาธิการยกร่างจะออกมาเป็นอย่างไร ควรจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ทั้งนี้อยากให้กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ประชาชน มีส่วนร่วมมากที่สุด และในท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องกำหนดรูปแบบ ขั้นตอนกระบวนการและหลักการพื้นฐาน ดังที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลฯ หรือสามารถระบุข้อจำกัดหรือข้อห้ามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขได้หรือไม่

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ในประเด็นเหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วน มีนพ.ชลน่านศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ,เชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ,พริษฐ์ วัชรสินธุสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ,พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) และนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ซึ่งคณะทำงานเหล่านี้จะเป็นผู้ไปดำเนินการพิจารณาในแต่ละประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอยู่ได้ตกผลึกหรือเป็นฉันทามติ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วสัปดาห์หน้าก็จะเริ่มเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา ซึ่งในกรณีที่หาฉันทามติได้อาจจะไม่จำเป็นจะต้องลงมติแต่ในกรณีที่หาฉันทามติไม่ได้จะต้องมีการลงมติ

“สัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้าจะเดินหน้าเต็มที่ ส่วนจะมีสัปดาห์ต่อๆไ ปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระของกรรมาธิการที่จะพิจารณา ซึ่งหากดูจากเนื้อหาทั้งหมด น่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ครั้งเป็นอย่างน้อย ส่วนตัวคาดหวังว่า ถ้าทำได้เร็วที่สุดก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุดแต่ถ้ายังมีเรื่องที่ทำไม่แล้วเสร็จก็คงจะพยายามเร่งกระบวนการให้ได้มากที่สุด และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำไปสู่การเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของเนื้อหาสาระ ไม่สามารถตอบตอนนี้ได้ ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ แล้วเสร็จ ให้เร็วที่สุด”

ณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนไหน เพราะปลายทางอย่าง กกต. ที่ต้องเตรียมการจัดทำประชามติก็รออยู่ ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เข้าใจว่า กกต. พร้อมจัดทำประชามติและเลือกตั้ง และนอกเหนือจากนี้ยังมีการถามประชามติในประเด็นอื่นด้วย เช่น MOU 43-44 ฉะนั้นเชื่อมั่นว่า กกต.พร้อมทุกอย่างอยู่ที่ กรรมาธิการจะพิจารณาเนื้อหาสาระครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อไร ซึ่งจากการพิจารณามาแล้วทั้ง 4 ครั้ง มองว่า เกือบจะได้ข้อสรุปในทุกประเด็นแล้ว และเมื่อได้ข้อสรุป การเข้าเนื้อหาสาระรายมาตราจะต้องแก้อย่างไร เชื่อว่าจะเดินได้เร็วขึ้น คาดว่า เดือนพ.ย.นี้ ทางคณะกรรมาธิการจะพิจารณาได้แล้วเสร็จ ส่วนจะเป็นวันไหนเมื่อไหร่ จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาในสมัยวิสามัญหรือสามัญหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้

ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ในประเด็นการกำหนดให้บัตรเลือกตั้ง สส. แบบเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อให้เป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศเพื่อลดความสับสนของประชาชนว่า ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 เคยมีการเสนอในประเด็นดังกล่าวมาแล้วในนามพรรคก้าวไกล เสนอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เบอร์เดียวกัน แต่กรรมาธิการฯ และสภาในยุคนั้นไม่เห็นด้วย

“มีหลายพรรคการเมืองที่เสนอในลักษณะเดียวกัน จริงๆ ไม่ใช่เรื่องเบอร์อย่างเดียว อะไรที่เป็นประโยชน์ไงที่สุดต่อประชาชน ควรจะต้องแก้เสียทีเดียว เช่นกรณีบัตรเลือกตั้ง สามารถมีโลโก้ มีชื่อ มีสี หากพัฒนาได้บัตรเลือกตั้งที่มีสีสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองต่างๆ ก็อาจทำให้ประชาชนสะดวกมากยิ่งขึ้นในการเลือกตั้ง”

ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ในการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในปัจจุบันนี้ไม่มีประเด็นดังกล่าวพิจารณา แต่มีข้อมูลว่าหลายพรรคการเมืองได้ทำการศึกษาและสนใจในเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อเสนอเข้ามาในการยื่นเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา คาดว่าจะมีการหยิบยกมาพิจารณา แต่ในแง่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา หรือการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้อง ในบางครั้งใช้ระยะเวลาจึงไม่อาจสามารถที่จะแก้ไขในระยะเวลาอันสั้นได้

“ส่วนตัวเห็นว่า หากมีการแก้ไขได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณและสนับสนุนสิ่งที่อาจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี เสนอ และตรงใจกับหลายพรรคการเมืองที่อยากเสนอ ในลักษณะแบบนั้น แต่ผมคิดว่า หลายพรรคการเมืองต้องมองว่า บางประเด็นอาจจะสุ่มเสี่ยงหรือตีความว่าเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองของตนเองหรือไม่ จึงขอค้างไว้ก่อนได้หรือไม่ ต้องมาพิจารณากันว่าจะปลดล็อคการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ คืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนอีกครั้งน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า”

ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาชนมีการศึกษาในเรื่องนี้อยู่ และหารือในที่ประชุมสมาชิกพรรค แต่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในบางส่วน ซึ่งประเด็นนี้มีบุคคลที่ทำงานรับผิดชอบโดยตรงคือ พริษฐ์ ศึกษามาในนามของกรรมาธิการพัฒนาการเมือง แต่ยังไม่ได้เห็นตัวเนื้อหาในรายละเอียดของร่างกฎหมาย หากมีการนำเสนอจะต้องมีคำอธิบายต่อประชาชน ว่าการเสนอจะไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเพื่อประโยชน์ของพรรคตนเอง ขอให้เสนอบนพื้นฐานของประชาชนจะสะดวกในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะมีบัตรเลือกตั้งหลายใบ หากแก้แล้วเกิดประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อให้กาบัตรและถูกต้องตามเจตนารมณ์ พร้อมสนับสนุน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์