ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ให้ความเห็นกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาผลการออกเสียงประชามติ ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุในทำนอง “รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน” ว่า “ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่ มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทามติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน”
พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ และถือเป็นฉันทามติของประชาชน โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง
อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบาย และสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต
ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มาตรา 68 ได้ระบุให้ กกต. รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมิได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในมาตรา 256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ (ซึ่งมี ณัฐวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ) ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่
ผมรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯ ก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯ คนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไปแล้ว
ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ทางเลือกที่มีขณะนี้ ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ
แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้ อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ
หากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาด และที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที




