ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 ระบุว่า 19 พ.ค. 66 ครบรอบ 13 ปี การยุติการชุมนุมที่มีประชาชนเสียชีวิตมากที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สลายการชุมนุมเวลากลางคืน ปืนติดลำกล้องยิงจากระยะไกล ประกาศเขตกระสุนจริง ยิงคนมือเปล่าหน้าวัดเขตอภัยทาน คือปฏิบัติการโดยรัฐ ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก
ณัฐวุฒิ ระบุว่า ทุกปีมีกิจกรรมรำลึก และตลอดมามีการติดตามทวงถามความยุติธรรมให้คนเจ็บคนตาย โดยสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการเลือกตั้งหลังโศกนาฏกรรม ดำเนินการเรื่องสำคัญไว้ 4 ประการ
1. มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จ่ายเงินเยียวยา ผู้บาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จากการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองให้ทุกฝ่าย ภายใน 7 เดือนหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ ครม.ชุดดังกล่าวถูกยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อสู้คดีเกือบ 7 ปี ถึงที่สุด ป.ป.ช.ยกคำร้อง
2. ดำเนินคดีผู้สั่งการฐานบงการฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล จำเลยสำคัญคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, สุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกส่งฟ้องคดีถึงศาลฯ แต่ทั้ง 2 คนร้องแย้ง จนศาลฎีกาวินิจฉัยถึงที่สุดว่า ศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดี ต้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเริ่มต้นที่ ป.ป.ช. ซึ่งต่อมา ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องจำเลยทั้งคู่ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทำคดีดังกล่าว ถูกอภิสิทธิ์และสุเทพ ฟ้องม.157 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
3. เห็นชอบให้สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดำเนินการเรื่องการประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง โดยใช้ทั้งหลักประกันจากหน่วยงานรัฐ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยใช้ตำแหน่งประกันตัว
4. ผู้ต้องขังที่ศาลพิพากษาแล้วหรือไม่อนุญาตให้ประกัน มีการจัดตั้งเรือนจำพิเศษ สำหรับคุมขังผู้ต้องขังคดีการเมือง แยกจากผู้ต้องขังอื่น ต่อมาถูกยกเลิกโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังรัฐประหาร คดีความที่แทบถึงทางตัน พายเรือในอ่าง และหยุดนิ่งตลอด 9 ปี ใต้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับคืนสู่ความหวังที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง หลังการเลือกตั้ง และกำลังจะมีรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายเสนอแนวทาง ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งตนไม่ขัดข้อง แต่จากการหารือฝ่ายกฎหมาย และทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทย เราพบแนวทางที่น่าจะกระชับเวลา ตรงเป้า และถือเอาเป็นหลักประกันไม่ให้ผู้มีอำนาจ ใช้กำลังปราบปรามประชาชน ด้วยใจลำพอง ลอยนวลพ้นผิดโดยง่ายได้อีก
ณัฐวุฒิ ระบุว่า ท่ามกลางเงาทะมึนของความขัดแย้ง ซึ่งอาจขยายตัวเป็นวิกฤต ในอนาคตอันใกล้ ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีสาระสำคัญคือ 1. หากยื่นเรื่องแล้ว ป.ป.ช.ไม่รับพิจารณา ให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยตรงแล้วแต่กรณี 2. กรณี ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติว่าคดีไม่มีมูลให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้อัยการสูงสุดพิจารณาหากอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีมีมูลความผิดอาญาให้ยื่นฟัองคดีได้ แต่ถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีไม่มีมูล ผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องคดีได้โดยตรง
“ผมเตรียมประสานงาน ส.ส.ที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมายไว้แล้ว 30 รายชื่อ จะเสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้เสนอร่างโดย ครม.ประกอบด้วย และขอพลัง ส.ส.ในสภาฯ เสนอเป็นญัตติด่วน ให้เป็นกฎหมายอีก 1 ฉบับ ในแผนงาน 100 วันแรกของรัฐบาล หากสำเร็จตามนี้ญาติผู้เสียชีวิต น่าจะเริ่มต้นฟ้องคดี ได้ภายใน 6 เดือน หลังรัฐบาลเริ่มต้นใช้อำนาจบริหาร” ณัฐวุฒิ ระบุ
ณัฐวุฒิ ระบุว่า ทุกปีมีกิจกรรมรำลึก และตลอดมามีการติดตามทวงถามความยุติธรรมให้คนเจ็บคนตาย โดยสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการเลือกตั้งหลังโศกนาฏกรรม ดำเนินการเรื่องสำคัญไว้ 4 ประการ
1. มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จ่ายเงินเยียวยา ผู้บาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จากการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองให้ทุกฝ่าย ภายใน 7 เดือนหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ ครม.ชุดดังกล่าวถูกยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อสู้คดีเกือบ 7 ปี ถึงที่สุด ป.ป.ช.ยกคำร้อง
2. ดำเนินคดีผู้สั่งการฐานบงการฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล จำเลยสำคัญคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, สุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกส่งฟ้องคดีถึงศาลฯ แต่ทั้ง 2 คนร้องแย้ง จนศาลฎีกาวินิจฉัยถึงที่สุดว่า ศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดี ต้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเริ่มต้นที่ ป.ป.ช. ซึ่งต่อมา ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องจำเลยทั้งคู่ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทำคดีดังกล่าว ถูกอภิสิทธิ์และสุเทพ ฟ้องม.157 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
3. เห็นชอบให้สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดำเนินการเรื่องการประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง โดยใช้ทั้งหลักประกันจากหน่วยงานรัฐ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยใช้ตำแหน่งประกันตัว
4. ผู้ต้องขังที่ศาลพิพากษาแล้วหรือไม่อนุญาตให้ประกัน มีการจัดตั้งเรือนจำพิเศษ สำหรับคุมขังผู้ต้องขังคดีการเมือง แยกจากผู้ต้องขังอื่น ต่อมาถูกยกเลิกโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังรัฐประหาร คดีความที่แทบถึงทางตัน พายเรือในอ่าง และหยุดนิ่งตลอด 9 ปี ใต้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับคืนสู่ความหวังที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง หลังการเลือกตั้ง และกำลังจะมีรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายเสนอแนวทาง ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งตนไม่ขัดข้อง แต่จากการหารือฝ่ายกฎหมาย และทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทย เราพบแนวทางที่น่าจะกระชับเวลา ตรงเป้า และถือเอาเป็นหลักประกันไม่ให้ผู้มีอำนาจ ใช้กำลังปราบปรามประชาชน ด้วยใจลำพอง ลอยนวลพ้นผิดโดยง่ายได้อีก
ณัฐวุฒิ ระบุว่า ท่ามกลางเงาทะมึนของความขัดแย้ง ซึ่งอาจขยายตัวเป็นวิกฤต ในอนาคตอันใกล้ ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีสาระสำคัญคือ 1. หากยื่นเรื่องแล้ว ป.ป.ช.ไม่รับพิจารณา ให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยตรงแล้วแต่กรณี 2. กรณี ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติว่าคดีไม่มีมูลให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้อัยการสูงสุดพิจารณาหากอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีมีมูลความผิดอาญาให้ยื่นฟัองคดีได้ แต่ถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีไม่มีมูล ผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องคดีได้โดยตรง
“ผมเตรียมประสานงาน ส.ส.ที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมายไว้แล้ว 30 รายชื่อ จะเสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้เสนอร่างโดย ครม.ประกอบด้วย และขอพลัง ส.ส.ในสภาฯ เสนอเป็นญัตติด่วน ให้เป็นกฎหมายอีก 1 ฉบับ ในแผนงาน 100 วันแรกของรัฐบาล หากสำเร็จตามนี้ญาติผู้เสียชีวิต น่าจะเริ่มต้นฟ้องคดี ได้ภายใน 6 เดือน หลังรัฐบาลเริ่มต้นใช้อำนาจบริหาร” ณัฐวุฒิ ระบุ






