ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการลงพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ร่วมกับ สส.ของพรรค เพื่อพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในขณะนี้ว่า ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ที่กําลังประสบปัญหาอุทกภัย และขอแสดงความเสียใจไปยังผู้สูญเสีย เนื่องจากได้รับรายงานก่อนลงพื้นที่ว่า มีเยาวชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต 4 ราย เนื่องจากไปเล่นน้ำในจุดที่มีกระแสน้ำรุนแรง
ณัฐพงษ์ ยังระบุว่า จากการลงพื้นที่และได้พบปะกับหน่วยงานต่างๆ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ทํางานอย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะ รพ.สต. และได้รับเสียงสะท้อนที่ฝากไปยังรัฐบาลว่า อยากให้รัฐบาลทํางานเชิงรุก ทั้งรถฉุกเฉิน และการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ และอําเภอ
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดพื้นที่ศูนย์พักพิงให้กับประชาชน ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนทำให้เสี่ยงต่อการถูกรถเฉี่ยวชนได้ รวมถึงขอให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยา อย่าให้ล่าช้า เพราะบางพื้นที่กว่าจะได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท ต้องรอถึง 2 เดือน ขณะที่ประชาชนหลายคนสะท้อนว่าเงินเยียว 9,000 บาท ไม่เพียงพอต่อความเสียหาย และขอให้พัฒนาเรื่องวระบบเตือนภัยมากกว่านี้

ส่วนข้อวิจารณ์ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ไม่มากพอ และยังเลือกไปวันเกิดของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ฝ่ายค้านจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร ณัฐพงษ์ มองว่า นายกฯ คงมีภารกิจอย่างหลากหลาย การไปงานวันเกิดใครก็แล้วแต่ อยู่ที่วิจารณญาณของนายกฯ ด้วย และเพื่อความเป็นธรรม ผมทราบว่านายกรัฐมนตรีคงไม่สามารถลงพื้นที่น้ำท่วมได้ครบทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คือผู้บริหารประเทศที่จะลงไปรับฟังปัญหาเขาอย่างครบถ้วนมากที่สุด ฟังปัญหาอย่างเดียวไม่พออยากให้เกิดการกระทําด้วย ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อจากนี้ คือมาตรการช่วยเหลือเยียวยาจริงๆ
เมื่อถามว่า หากเปรียบเทียบรัฐบาลอนุทิน กับรัฐบาลแพทองธาร เรื่องการจัดการปัญหา ณัฐพงษ์ ระบุว่า ภาพรวมตอนนี้ต้องบอกว่า รัฐบาลเพิ่งทําหน้าที่ได้ไม่นาน เชื่อว่าเอาปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ดีกว่า สิ่งที่ประชาชนส่งเสียงมาโดยตรงว่า การเยียวยายังช้าอยู่จะทําอย่างไรให้เร็วขึ้น ซึ่งเราจะใช้ทุกกลไกของสภา ในการเสนอข้อเรียกร้องต่างๆ ไปยังรัฐบาล และเร่งผลักดันกองทุนดีดบ้าน

🔴 ชี้ปรากฎการณ์ ‘ภูมิใจดูด’ เรื่องปกติ มองโลกสวยใกล้เลือกตั้ง มีย้ายขั้วสลับค่ายกันบ้าง แต่มาจากต้นเหตุเพราะ ‘รัฐธรรมนูญ’ ทำระบบการเมืองเป็นแบบนี้ มองการบริหารยังไม่มีอะไรน่าห่วง
ส่วนกรณีที่นักการเมืองเริ่มเข้าพรรคภูมิใจไทย จนถูกมองว่าเป็นพรรคภูมิใจดูด ณัฐพงษ์ มองว่า เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเข้าใกล้ฤดูกาลเลือกตั้งจะมีการสลับขั้วย้ายค่ายกันบ้าง แต่รากปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ระบบการเมือง และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ทําให้เกิดการย้ายพรรคได้ง่าย เช่น สส.งูเห่า ดังนั้นถ้าเราอยากได้การเมืองที่ตรงไปตรงมา ต้องกลับมาแก้ไขที่ระบบการเมือง และการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ณัฐพงษ์ ยังมองว่า การที่นักการเมืองไหลเข้าพรรคภูมิใจไทยแบบนี้ ยังไม่ทำให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นเสียงข้างมาก หรือสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อ MOA และพรรคประชาชนคงไม่ปล่อยให้สถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น และถ้าเห็นว่าเสี่ยงเราคงจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อล้มรัฐบาลทันที
ผู้สื่อข่าว ยังถามถึงกรณีที่ รมว.ยุติธรรม แต่งตั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรณีเขากระโดงและฮั้วสว. เป็นคณะทำงาน ซึ่งทำให้ถูกกังขาว่าอาจมีเครือข่ายกับรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเราจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อํานาจโดยมิชอบในกระบวนการยุติธรรม และหากถึงจุดที่รัฐบาลกําลังจะใช้อํานาจโดยมิชอบ ย้ำว่าเราจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

🔴 ดักคอ ‘เพื่อไทย’ อย่าจ้อง ‘ซักฟอก’ เพียงเพราะแค่อยาก ‘ล้างแค้น’ กวักมือมา ‘แก้รธน.’ ดีกว่า
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ ณัฐพงษ์ มองว่า หากพรรคไทยยื่นเอง ก็สามารถทําได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการทําให้ระบบการเมืองไทยสู่กลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ มีกลไกถ่วงดุลตรวจสอบที่ดี เป็นไปตามหลักสากล จึงไม่อยากให้ใช้เกมการเมืองในการตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อล้างแค้นอะไรกันหรือไม่
สิ่งหนึ่งที่สำคัญคืออยากให้พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะสำคัญกว่าเรื่องอื่น ต้องดูองค์ประกอบด้วย เช่น เรื่องการยุ่มย่ามเกี่ยวกับคดีการใช้อำนาจโดยมิชอบ แล้วจะทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย

🔴 มอง ‘รัฐบาลอนุทิน’ ยังไม่มีอะไรน่าห่วง ยังอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ รับยกสายหา ‘นายกฯ’ ขอเสียงโหวตผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด
ส่วนรัฐบาลที่เป็นอยู่ขณะนี้ เป็นไปตามที่พรรคประชาชนวางไว้หรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า เขาเองมีอิสระในฐานะฝ่ายบริหาร ส่วนเราเป็นฝ่ายค้าน แต่ทิศทางใหญ่ๆ ยังอยู่ในกรอบที่พรรคประชาชนโหวตเลือกอนุทินเป็นนายกฯ ยังอยู่ในกรอบที่เราประเมินไว้อยู่ ยังไม่มีอะไรที่เป็นข้อห่วงใยหรือข้อกังวลที่จะทำให้เราจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่า ได้มีพูดคุยกับอนุทิน หลังจากแถลงนโยบายหรือไม่ ณัฐพงษ์ ยอมรับว่า ได้พูดคุย 1 ครั้ง ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เป็นการหารือเรื่องผ่านกฎหมาย พ.ร.บ. อากาศสะอาด เป็นการยกสายหาอนุทินโดยตรง อยากให้ท่านกํากับพรรคร่วมรัฐบาลในการมาเป็นองค์ประชุม และโหวตผ่าน พ.ร.บ อากาศสะอาด เราพยายามดันอากาศสะอาดให้ผ่านสภาเร็วที่สุด
🔴 ‘ปชน.’ ตั้งเป้ากวาด สส. 250 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศตั้งเป้าว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะได้ สส. 200 ที่นั่ง และพรรคประชาชนจะได้ลดลง ณัฐพงษ์ มองว่า ก็เป็นสิ่งที่ทุกพรรคประเมินว่าตัวเองได้เยอะอยู่แล้ว ตั้งเป้าหมายให้สูง แต่เราเชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งข้างหน้า เป้าหมายของเราได้ 20 ล้านเสียง หรือประมาณ 250 ที่นั่ง โดยขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการเฟ้นหาผู้สมัครในการลงสมัครครั้งหน้า และหากดูตามนิด้าโพลก็ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของประชาชนว่ากระแสตก แต่เชื่อว่าการทําหน้าที่ของพวกเราทุกคนจนถึงวันเลือกตั้ง จะเป็นสิ่งที่ทําให้ประชาชนให้ความเชื่อมั่นของพวกเรากลับมา




