‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีข้อกังวล เรื่องเสียงของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) จะไม่พอว่า ตนคงไปตอบแทน สว.ไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเป็นกฎหมายที่ประชาชนได้ประโยชน์ ภายใต้กรอบระยะเวลา ณ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ สส.ทุกคนก็น่าที่จะพร้อมผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าทุกพรรคมองเห็นแล้วว่า ต้องมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ไม่ช้าก็เร็ว ภายใต้กรอบระยะเวลา 4 เดือน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกพรรคพยายามผลักดันให้ตัวเองไม่เสียคะแนน
พรรคประชาชนมีการพูดคุยกับ สว.แล้วหรือยัง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการทํางานร่วมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการประสานงานกันในสภา ส่วน หาก สว.ไม่เห็นตรงกับ สส.จะมีปัญหาหรือไม่นั้น เชื่อว่า วิญญูชนและสาธารณชน พอจะรับรู้รับทราบได้อยู่ว่า มีกระบวนการในการขัดขวาง อาจไม่ได้ออกมาพูดตรงๆ แต่เป็นกระบวนการขัดขวางรัฐสภา เพื่อทําให้การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตาม MOA หรือไม่ ถ้ามีจริงๆ เราก็จะใช้กลไกในสภาตรวจสอบรัฐบาล และล้มรัฐบาลได้ เพราะเป็นสิ่งที่เดียวที่เรามีอํานาจอยู่ในสภาฯตอนนี้
‘หัวหน้าพรรคส้ม’ ปัดเป็นนั่งร้านใคร
ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อตกลง MOA ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย เรื่องห้ามไม่ให้พรรคภูมิใจไทยกระทำตัวให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่มีกลุ่มก้อนการเมืองไหลเข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรรประชาชนถูกมองเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทยว่า เราไม่ได้เป็นนั่งร้านให้กับใคร และไม่ได้เป็นนั่งร้านให้กับพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้ามาทําหน้าที่ เราก็พร้อมตรวจสอบ ทั้งการอภิปรายในสภาฯ และกลไก 151 หากมีเหตุที่ทําให้เราเชื่อได้ว่า รัฐบาลอนุทินทําผิด MOA ก็พร้อมใช้ทุกกลไกในการเดินหน้าตรวจสอบ
เมื่อถามว่าเป็นผลของ MOA ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคภูมิใจไทย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้หากมองในมุมหนึ่ง เชื่อว่าอาจจะเร็วไปที่อาจจะประเมินแบบนั้น เพราะสุดท้ายถ้าจะดูว่าพรรคภูมิใจไทยละเมิด MOA หรือไม่ อาจจะต้องยึดการลงมติในสภาฯ เป็นสําคัญด้วย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่พรรคประชาชนเองว่า ได้มีการดําเนินการอย่างไร เช่น หากต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมา ก็ต้องมีการลงมติซึ่งการลงมติ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้ละเมิดข้อตกลงหรือไม่
ส่วนได้ประเมินกลุ่มการเมืองไหลเข้าไปยังพรรคภูมิใจไทยไว้ก่อนหรือไม่นั้น มีการประเมินไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้ แต่อย่างที่บอกไปว่า หากเราเห็นตามหน้าข่าว บางทีอาจจะตัดสินไม่ได้แบบนั้น 100% เพราะการรวมขั้ว รวมกลุ่มการเมืองต่าง ๆ บางทีมีเรื่องของตําแหน่งรัฐมนตรี หรือตําแหน่งอื่นๆ ที่มีการต่อรองกัน แต่ยืนยันว่า เราพร้อมทําหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบ ส่วนการละเมิดหรือไม่ละเมิด MOA นั้นก็อยู่ที่เสียงในสภาฯ ที่จะมีการลงมติ
“ผมน้อมรับสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องพยายามอธิบายและทําความเข้าใจของกับสังคม เราจะเป็นนั่งร้านหรือไม่ก็อยู่ที่การทําหน้าที่ของเราถ้าเราทําหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มแข็งอย่างเต็มที่ ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า พรรคประชาชนไม่ได้เป็นนั่งร้านให้นายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกฯ หรือพรรคภูมิใจไทย และสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่า ตกลงแล้วภูมิใจไทยละเมิดข้อตกลงหรือไม่ ต้องดูที่การลงมติในสภา และเสียง สส.”
— หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว




