‘หัวหน้าเท้ง’ ส่งสัญญาณซักฟอก ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ซัด ‘อนุทิน’ เกียร์ว่างที่สุดในประเทศ

6 ต.ค. 2569 - 13:24

  • ‘ณัฐพงษ์’ ส่งสัญญาณยื่นญัตติซักฟอกเร็ว ๆ นี้ ลั่นเปิดชื่อรัฐมนตรีพร้อมกันทีเดียว

  • ชูปม “ระบอบสีน้ำเงิน” โยงโกงเลือก สว. กลไกตรวจสอบไม่ทำงาน ไล่ตั้งแต่น้ำท่วมถึงทุนเทา

  • จวก ‘อนุทิน’ เกียร์ว่าง ปล่อยวิกฤตน้ำท่วม พร้อมย้ำฝ่ายค้านต้องรวบทุกปมเข้าสู่การซักฟอก

‘หัวหน้าเท้ง’ ส่งสัญญาณซักฟอก ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ซัด ‘อนุทิน’ เกียร์ว่างที่สุดในประเทศ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคประชาชนจะยื่นญัตติในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน โดยไม่ว่าจะยื่นเมื่อใด ญัตติดังกล่าวควรเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ภายในเดือนตุลาคมนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่ควรเกินต้นเดือนพฤศจิกายน

เล็งซักฟอกหลายคน รอเปิดชื่อพร้อมญัตติ

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรอบญัตติและรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ยังไม่ต้องการเปิดเผยรายละเอียด เพราะเห็นว่าควรรอยื่นญัตติอย่างเป็นทางการครั้งเดียว เพื่อให้สังคมได้เห็นพร้อมกันทั้งหมด

เมื่อถามว่าจะมีรัฐมนตรีมากกว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า จากโจทย์ที่มีอยู่ในขณะนี้ “ก็คงมีหลายคน” แต่ขอรอให้มีการยื่นญัตติก่อน

ชี้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ปมใหญ่ ตั้งแต่ สว. ถึงกลไกตรวจสอบ

สำหรับประเด็นการอภิปราย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องสำคัญในขณะนี้คือการเมืองที่อยู่ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” โดยมองว่ารัฐบาลมีความพัวพัน และสังคมเห็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเลือก สว. รวมถึงการควบคุมหรือมีอิทธิพลเหนือองค์กรอิสระ จนทำให้กลไกถ่วงดุลและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

ณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างปัญหามลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัวประชาชน โดยระบุว่า แม้จะพบโรงงานอุตสาหกรรมเพียงแห่งเดียวที่ยังดำเนินกิจการอยู่ แต่เมื่อสอบถามหน่วยงานในพื้นที่กลับได้รับคำตอบว่าโรงงานปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุของมลพิษ

“ปัญหาเล็กๆ ที่ใกล้ตัวประชาชนแบบนี้ไปจนถึงปัญหาเรื่องใหญ่ๆ ตราบใดที่กระบวนการในการบังคับใช้กฎหมาย กลไกในการถ่วงดุลตรวจสอบไม่ทำงาน เลยทำให้บ้านเมืองเราไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย คนมีอำนาจรัฐก็ทำอะไรก็ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจประชาชน”

เขากล่าวว่า ประเด็นที่จะนำมาอภิปรายจึงควรรวมทุกเรื่องที่เป็นปัญหา ตั้งแต่เรื่องน้ำท่วม การโกงเลือก สว. การบริหารจัดการที่ล้มเหลว ไปจนถึงปัญหาทุนเทา

เมื่อถามถึงกรณี สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสามีของสุชาดาว่าอาจเกี่ยวข้องกับทุนเทาหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกเรื่องที่มีปัญหาควรถูกนำเข้าสู่การซักฟอกทั้งหมด

จี้รัฐบาลเร่งบัญชาการน้ำท่วม ชี้ ‘นายกฯ’ ต้องเป็นคนกลาง

ส่วนสถานการณ์อุทกภัย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต ขณะที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว กลับพบปัญหาการเก็บกวาดขยะ โดยทีมงานพรรคประชาชนได้จัดเครื่องจักรหนักและอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือประชาชนเก็บกวาดขยะออกจากบ้าน

เขาเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารสถานการณ์ให้ตรงกับพื้นที่และปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังหลายจุด และจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกสู่ภายนอก ทั้งอ่าวไทยและบางปะกง

ณัฐพงษ์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญขณะนี้คือยังไม่มีคนกลางหรือหน่วยงานกลางจากรัฐบาลเข้ามาสั่งการอย่างชัดเจนว่า ควรเปิด-ปิดประตูน้ำจุดใด หรือเครื่องสูบน้ำตัวใดควรทำงานอย่างไร ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ยังมีปัญหาในการตกลงแนวทางร่วมกัน

เขากล่าวว่า กรมชลประทานได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างชัดเจนว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ควรยึดติดกับ MOU ที่กรุงเทพมหานครทำไว้กับพื้นที่ปริมณฑล แต่สิ่งที่หน่วยงานต้องการคือ “คนกลาง” ที่สามารถนั่งหัวโต๊ะและสั่งการได้ ซึ่งควรเป็นนายกรัฐมนตรีหรือตัวแทนรัฐบาล

ซัด ‘อนุทิน’ เกียร์ว่าง ลอยตัวหนีปัญหา

เมื่อถูกถามถึงข้อวิจารณ์ว่ารัฐบาลยังมีลักษณะ “เกียร์ว่าง” โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองและข้าราชการ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตนแล้ว คนที่เกียร์ว่างที่สุดในประเทศคงหนีไม่พ้นนายอนุทิน เพราะลอยตัวและหนีปัญหา

“ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่านายกมีสิทธิ์ในการเลือก ระหว่างการเข้าสภาฯ ไปชี้แจงกับตัวแทนของประชาชนกับการไปตรวจโรงครัวพรรคภูมิใจไทย นายกกลับเลือกข้อที่ 2 อันนี้ก็เป็นหนึ่งอย่าง ที่ทำให้เห็นว่าแม้แต่ตัวผู้นำประเทศยังลอยตัวหนีปัญหาแบบนี้ ก็อย่าไปคาดหวังว่าท่านจะไปสั่งการให้ข้าราชการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ได้”

ณัฐพงษ์ ยังเตือนว่า จากข้อมูลการพยากรณ์อากาศ ตั้งแต่ประมาณวันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกแช่อีกครั้ง ขณะที่น้ำเหนือยังคงทยอยไหลลงมา หลังจากที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานีด้วยตัวเอง พบว่าหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีน้ำท่วมขังสูง

เขาระบุว่า การระบายน้ำออกยังติดขัด เนื่องจากไม่มีการสั่งการจากส่วนกลางอย่างชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาว่าประตูน้ำหรือเครื่องสูบน้ำจุดใดควรดำเนินการอย่างไร

สำหรับข้อกล่าวหาว่าเป็น “น้ำการเมือง” ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดวิกฤตอุทกภัย แต่ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าความเดือดร้อนของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล

ในฐานะฝ่ายค้าน พรรคประชาชนจึงจะทำทั้งการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์เฉพาะหน้า และเสนอแนวทางผ่านกลไกของสภาฯ โดยเตรียมมีข้อเสนอเพิ่มเติมในการประชุมสัปดาห์นี้ เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ

เปิดทาง ‘ปิยบุตร’ วิจารณ์พรรค ชี้ความหลากหลายไม่กลบหลักการ

ส่วนกรณีปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กในประเด็น “บันเทิงธิปไตย” จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าพุ่งเป้ามาที่พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปิยบุตรสามารถแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์พรรคได้อย่างเต็มที่ และมองว่าความคิดเห็นดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการนำมาปรับใช้ในสิ่งที่พรรคยังทำได้ไม่ดีพอ

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีความฝันร่วมกันมาตั้งแต่ต้องการสร้างพรรคมวลชนที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของ แม้ปัจจุบันปิยบุตรจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งอุดมการณ์ดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ จึงมองว่าความคิดเห็นและคำวิพากษ์วิจารณ์ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

ส่วนกรณีที่มีการตีความว่าโพสต์ดังกล่าวอาจพุ่งเป้าไปที่รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากข้อความที่มีการกล่าวถึง “สามีทำอาชีพอะไร” ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มองว่าโพสต์ของปิยบุตรไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นในภาพรวม

เขายอมรับว่า พรรคจำเป็นต้องมีผู้ทำงานทางการเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้งรักชนก รังสิมันต์ โรม และสมาชิกคนอื่น ๆ ที่อาจมีวิธีสื่อสารเข้าถึงประชาชนแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำงานการเมืองจะต้องมุ่งเน้นการทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว เพราะพรรคยังมีบุคลากรอีกหลายคนที่ทำงานด้านวิชาการและเนื้อหาเชิงนโยบาย

เมื่อถามว่าความหลากหลายดังกล่าวจะกลบหลักการของพรรคหรือไม่ ณัฐพงษ์ ยืนยันว่าไม่กลบ เพราะเชื่อว่า สส.ทุกคนที่ทำหน้าที่ในนามพรรคประชาชนยังยึดมั่นในหลักการของพรรค

ย้ำ “พรรคมวลชน” ต้องสื่อสารให้ทันยุค

ณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงข้อสังเกตว่า สส.ของพรรคที่ออกมาโพสต์ข้อความต่าง ๆ อาจมีลักษณะเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” มากกว่านักการเมือง และอาจทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบในแบบนักการเมืองว่า วิธีการสื่อสารของนักการเมืองจำเป็นต้องปรับไปตามยุคสมัย

พร้อมยืนยันว่าพรรคควรมีความหลากหลายและมีผู้เล่นหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด แต่ยังคงยึดหลักการของพรรคเป็นแกนกลาง

เมื่อถามว่ายังยืนยันหรือไม่ว่าพรรคประชาชนยังเป็น “พรรคมวลชน” เหมือนเดิม ณัฐพงษ์ ตอบว่า “ยืนยัน” ก่อนกล่าวติดตลกว่า วันนี้มาร่วมงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519 และไม่อยากให้การตอบคำถามกลายเป็นการพูดถึงเรื่องของพรรคมากเกินไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์