‘เท้ง’ ขอให้กา ‘ปชน.’ ถล่มทลาย เมินเสียงวิเคราะห์คาด ‘ภูมิใจไทย’ มาอันดับ 1

25 ม.ค. 2569 - 16:22

  • 'เท้ง' ตั้งเป้าชนะห่างพรรคอันดับสอง 30-40 ที่นั่ง ป้องกันเกมรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแข่งพรรคอันดับหนึ่ง ปลุกกาถล่มทลายสร้าง 'รัฐบาลประชาชน' ของจริง

‘เท้ง’ ขอให้กา ‘ปชน.’ ถล่มทลาย เมินเสียงวิเคราะห์คาด ‘ภูมิใจไทย’ มาอันดับ 1

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนนำผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เดินเท้าจากบริเวณสยามสแควร์วัน เลียบเส้นถนนพญาไท มุ่งหน้าสู่ลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่อ ‘เชื่อในประชาชน Trust The People’ 

ณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งว่า การแสดงความคิดเห็น การวิเคราะห์ทางการเมือง สามารถทําได้ ส่วนตัวอยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันคิดว่า การเมืองคือเรื่องแห่งการเปลี่ยนแปลง  

8 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่พวกผมและผู้สมัคร แต่คือพวกคุณทุกคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่า เสียงของพวกคุณช่วยเปลี่ยนให้เรื่องที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ทุกคนวิเคราะห์ต่ำสิบ เสียงของพวกคุณทุกคนนี่แหละที่สนับสนุนพวกเรา จนเรากลายเป็นพรรค 80 กว่าที่นั่ง การเลือกตั้งปี 2566 นักวิเคราะห์ทุกคนพูดเหมือนกันว่า พรรคนี้ไม่มีทางชนะแลนด์สไลด์ได้ แต่เสียงของพวกคุณทุกคน ก็พิสูจน์แล้วว่า ทำให้เรากลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้

ณัฐพงษ์ กล่าว

ณัฐพงษ์กล่าวว่า หน้าที่ฝ่ายค้าน 8 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยคิดเคยฝันว่า สุราก้าวหน้า กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะผ่านสภาได้ แต่ก็เป็นเสียงของพวกคุณที่ทำให้กฎหมายต่างๆ ผ่านสภาได้ เรายังมีวาระที่เราอยากผลักดันต่อร่วมกัน วาระที่ก้าวหน้าให้กับสังคม เสียงของพวกคุณเท่านั้น ที่จะทําให้เรื่องที่พวกเขาอยากจะปฏิเสธ เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป จงเชื่อในพลังของตัวเองทุกคน 

ส่วนกรณีที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาช่วยหาเสียง กังวลหรือไม่ ว่าจะทําให้วาทกรรม ‘ทหารมีไว้ทําไม’ กลับมา ณัฐพงษ์กล่าวว่า พิธาชี้แจงไปหมดทุกอย่างแล้ว และแสดงออกถึงความรู้สึก ความตั้งใจของตัวเอง ส่วนตัวเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจดี ว่าที่ผ่านมาที่เราสื่อสารเรื่องนี้ หมายถึงอะไน ยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่า พรรคประชาชน ยืนอยู่ข้างกองทัพที่ทําหน้าที่ปกป้องประเทศสนับสนุนกองทัพให้มีความทันสมัย ทหารชั้นผู้น้อยได้รับสวัสดิการที่ดี  

ณัฐพงษ์กล่าวถึงเป้าหมายของพรรคประชาชนตอนนี้ ว่า เป้าหมายที่พรรคประชาชนตั้งไว้ คือเราได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนทุกคนมากเพียงพอ เช่น ถ้าเราได้เกินครึ่งหนึ่งของสภาก็ไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากได้ไม่ถึง อย่างน้อยต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 สัก 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เขารวมขั้วจัดตั้งแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น โจทย์ในตอนนี้ เรามองไปไกลกว่าว่าจะตั้งได้หรือไม่ได้ แต่เราชวนประชาชนทุกคน ให้มองว่าทางออกของประเทศคืออะไร เรามองว่า เป็นการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ที่เสียงประชาชนมีความเข้มแข็งมากพอ ถ้าประชาชนเชื่อแบบเดียวกับเรา กาให้พรรคประชาชนถล่มทลาย อย่างไรปิดประตูทุกช่องแน่นอน ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน 

ส่วนกรณี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ตอบโต้ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน บนเวทีปราศรัย ว่าขอให้พรรคประชาชนประกาศนโยบาย 100 วันแรก ว่าจะยกเลิก พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่อยู่ในชั้น สว. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสนอร่างใหม่ที่รวม มาตรา 112 เข้าสภาฯ ทันที ทำได้หรือไม่  

ณัฐพงษ์ตอบว่า เราสามารถเดินหน้าได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องยกเลิกฉบับเดิม เรายืนยันมาโดยตลอดว่าการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะคนที่ถูกดําเนินคดีความเห็นต่างทางการเมืองไม่สมควรจะเลือกปฏิบัติให้บางกลุ่ม หรือเลือกไม่นิรโทษบางกลุ่ม ตราบใดที่เรามีการเลือกปฏิบัติอยู่ก็ไม่สามารถสร้างความเป็นธรรม และหาทางออกให้กับสังคมได้ 

ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่หลายพรรคการเมืองก่อนหน้านี้ เหมือนพรรคประชาชนตกเป็นเป้าเรื่องของวาทกรรมอย่างรุนแรง เช่น การโหวต อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี กังวลว่าผู้สนับสนุนจะคล้อยตามหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เคยอธิบายไปหลายครั้งแล้ว ว่าการโหวตให้นายอนุทิน เป็นไปตามเงื่อนไข เอ็มโอเอ เรามองว่าเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นกุญแจสําคัญ ปลดล็อกการเมืองไทยให้ออกจากอดีต ซึ่งเราจะเห็นว่าการกระทําที่ผ่านมา นํามาซึ่งบัตร 3 ใบในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากชวนให้ทุกคนมองย้อนกลับไป เลือกตั้งปี 66 แทบทุกพรรค สื่อสารมาโดยตลอดว่าอยากจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เกิดอะไรขึ้นเลย แต่ภายหลังที่เราได้ตัดสินใจ ตามเอ็มโอเอ อย่างน้อยการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะได้ตัดสินอนาคตของประเทศผ่านบัตร 2 ใบที่เลือกพรรคการเมืองแล้วอีก 1 บัตร คือ การเห็นชอบกับการจัดทําประชามติ เพื่อเดินหน้าต่อไปด้วยกัน  

สำหรับนักวิเคราะห์มองว่าพรรคประชาชนไม่มีประสบการณ์มากพอ ไม่ควรมาบริหารประเทศ ณัฐพงษ์ระบุว่า ถ้าเรื่องการสร้างทางออกของประเทศอยู่ที่อายุการทํางานการเมืองเป็นหลัก ก็ลองดูพรรคอื่น เอาอายุเปรียบเทียบกับการทำงาน ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคเราเองประกอบด้วยคนทุกรุ่น ทั้งเด็ก ทั้งคนที่มีประสบการณ์ การที่เราไม่มีประสบการณ์ในอดีตเกี่ยวข้องกับการเมืองสีเทา น่าจะเป็นจุดแข็งที่ดีที่สุด ทำให้เราสามารถเอาเรื่องสีเทา  ออกจากการเมืองและระบบราชการได้ เรายังมีนโยบายที่พร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่น เรามีทีมบริหารมืออาชีพ ที่มีทีมงานมีเจตจำนงเป็นตัวนำ  สิ่งสําคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง คือ พวกเราไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องสีเทาในอดีต 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์