‘ปชน.’ หนุน ‘รัฐบาล’ ใช้ทุกกลไกทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ยื่นฟ้อง ‘ผู้นำกัมพูชา’ ไม่ขัด ครม. ไฟเขียวซื้อกริพเพน

5 ส.ค. 2568 - 15:15

  • ‘ปชน.’ พร้อมหนุน ‘รัฐบาล’ ใช้ทุกกลไกทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ยื่นฟ้องต่อ ‘ผู้นำกัมพูชา’ ปมเหตุการณ์ปะทะชายแดน ไม่ขัด ครม. ไฟเขียวซื้อกริพเพนเพิ่ม

  • ย้ำ ‘ปชน.’ ไม่เคยขวางงบอาวุธที่จำเป็น แต่ต้องดูเป็นรายกรณี ย้ำจุดยืนพรรคคงเดิม พร้อมหนุน ‘กองทัพ’ ในการปกป้องประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยที่ ‘กองทัพ’ จะมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

‘ปชน.’ หนุน ‘รัฐบาล’ ใช้ทุกกลไกทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ยื่นฟ้อง ‘ผู้นำกัมพูชา’ ไม่ขัด ครม. ไฟเขียวซื้อกริพเพน

ที่รัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ เรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จากกรณีที่กัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทย ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ทั้งใน และระดับโลก รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ด้วย

ณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่หาก ครม. จะดำเนินการเราก็ไม่ได้ติดขัดอะไร สิ่งสำคัญที่สุด คือการแสดงให้องค์กรระหว่างประเทศ หรือศาลเห็นถึงหลักฐานและข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับภาครัฐของเรา ที่ผ่านมาจะเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีการเก็บหลักฐานข้อเท็จจริงมาโดยตลอด และพร้อมใช้ทุกกลไก ทั้งทางแพ่งและอาญา ในการยื่นฟ้องต่อผู้นำกัมพูชาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในฐานะพรรคฝ่ายค้าน หากหน่วยงานรัฐอยากได้ข้อมูลอะไร เราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ 

ส่วนกรณีที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอว่าหากพบความเชื่อมโยงระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับผู้นำกัมพูชา จะกลายเป็นข้อได้เปรียบของฝ่ายไทย ณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นเรื่องที่นานาประเทศ ต่างต้องการจะปราบปราม และยังเป็นนโยบายที่พรรคประชาชนได้ดำเนินการมาโดยตลอด หากเรามีหลักฐานสนับสนุน ซึ่งเราก็คงมีอยู่ในระดับหนึ่ง และได้รับการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐ ก็คงไม่ได้ติดขัดอะไร และเชื่อว่าเพื่อนๆ สมาชิก พร้อมสนับสนุนงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ 

ส่วนกรณีที่ ครม.อนุมัติงบประมาณ ในการซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อย่าง กริพเพน และ เรือดำน้ำ มองว่าจะเป็นปัญหาในระยะยาว หรือยังมีความจำเป็นอยู่ ณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ตัวผมและพรรคประชาชน ไม่เคยต่อต้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น แต่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องต่อเรื่อง ชิ้นต่อชิ้นไป ที่ผ่านมาอย่างเรือฟริเกต และกริพเพน เราก็สนับสนุนมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ปีงบประมาณก่อนๆ ด้วยซ้ำ

“ดังนั้น ไม่อยากให้มองว่า เรื่องนี้เป็นกระแสที่เกิดขึ้นจากภัยความมั่นคงของประเทศ แล้วทำให้อยู่ดีๆ สส.ของพรรคประชาชนปรับหลักคิดหันมาสนับสนุน ยืนยันว่า ที่ผ่านมา เราไม่เคยคัดค้านการซื้ออาวุธที่จำเป็น แต่ดูเป็นรายกรณีไป อย่างล่าสุดที่ผมพูดในจังหวัดตราด ก็ได้รับเสียงสะท้อนมาจากในพื้นที่ ว่าตอนนี้มีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่ผมเองก็ไม่สามารถไปตอบได้ว่า ยุทโธปกรณ์อะไร เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ต่อภัยความมั่นคงในปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จำเป็นต้องเสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ”

ณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากในอนาคตกองทัพมีบทบาทนำ จะทำให้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตัดลดงบประมาณของกองทัพยากขึ้นหรือไม่ ณัฐพงษ์ มองว่า ไม่เกี่ยว พร้อมยกตัวอย่างว่า หากวันนี้ยังมีการเสนองบซื้อเรือดำน้ำ ที่อาจจะไม่ได้มีเครื่องยนต์มาด้วยอย่างปีที่ผ่านมา ก็คงไม่ได้มีเหตุผลอะไร ที่ สส.จะผ่านงบประมาณแบบนี้ ขอย้ำว่า ต้องดูเหตุผลความจำเป็น 

ส่วนจุดยืนของพรรคต่อกองทัพ ณัฐพงษ์ ย้ำว่า เราพร้อมสนับสนุนในการทำหน้าที่ของกองทัพในการปกป้องประเทศ แต่เราไม่เห็นด้วยที่กองทัพจะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะฉะนั้น เห็นด้วยกับการทำกองทัพให้ทันสมัย เพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงอนุมัติงบประมาณให้มีการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น และตอบโจทย์ต่อยุคสมัยปัจจุบัน สิ่งที่นอกเหนือไปจากนี้ เช่น การที่กองทัพมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งควรเป็นหน้าที่รัฐบาล ก็อาจจะต้องปรับ ทำอย่างไรให้กองทัพอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน และทำให้รัฐบาลพลเรือน มีบทบาทนำ 

S__11911278_0.jpg

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกองทัพ ณัฐพงษ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาสหัสวัตได้โพสต์ชี้แจงและขอโทษไปแล้ว และพรรคเองได้ดำเนินการทางวินัยอย่างได้สัดส่วนไปแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้อาจต้องให้ประชาชนที่รู้สึกเกิดความไม่ค่อยสบายใจจากการสื่อสารดังกล่าว เป็นเสียงสะท้อนที่พักประชาชนรับมาปรับปรุง พร้อมน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ และดำเนินการทุกอย่างโดยที่ไม่ได้ปกป้องคนของตัวเอง อยากให้ทุกคนติดตามการวางตัวและการทำงานของพวกเราต่อไปในอนาคต

ส่วนการแสดงความคิดเห็นของสหัสวัต ถือว่าแยกออกจากจุดยืนของพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า สหัสวัตอาจจะเห็นว่า เป็นการโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว แต่การครองตนของ สส.เมื่อเรามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร การแสดงออกในทุกเวที ย่อมสะท้อนการเป็นผู้แทนและตัวแทนของพรรค เพราะฉะนั้น เนื้อหาที่เขามีการสื่อสารออกไป เชื่อว่า ให้ดูจากสิ่งที่ผม หรือตัวแทนอย่างเป็นทางการของพรรคแถลง ทั้งจุดยืนของพรรค และนโยบายของพรรค ที่ได้นำเสนอต่อประชาชนดีกว่า 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์