‘ก้าวไกล’ ซัด ‘เพื่อไทย’ สิ้นบุญเก่า ‘ทักษิณ’ แนะสร้างบุญใหม่ ‘ปฏิรูปงบ’

5 ม.ค. 2567 - 20:50

  • ‘ก้าวไกล’ เตือน ‘เพื่อไทย’ หมดบุญเก่า ‘ทักษิณ’ ส่งไม่ถึง ‘รัฐบาล’ แนะ ‘เศรษฐา’ สร้างบุญใหม่ ‘ปฏิรูปงบ’ เหตุวิกฤติงบไม่ตรงปก

Natthaphong_Ruengpanyawut_Move_Forward_Party_Economic_Crisis_SPACEBAR_Hero_9dc87caadd.jpg

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสรุปเป็นคนสุดท้ายของฝ่ายค้าน ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประจำปี 2567 ว่า ตนเองเคยเป็นโหวตเตอร์ พรรคเพื่อไทย มาก่อน ยุคทักษิณ 1 มาถึงช่วงทักษิณคิด เพื่อไทยทำปี 2550 แม้ไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ แต่แรงส่งเดิม ยังเกื้อหนุน เช่น นโยบาย กองทุนหมู่บ้าน  30 บาทรักษาทุกโรค 

แต่แรงส่งเดิมบุญเก่ากำลังส่งมาไม่ถึงรัฐบาลชุดนี้ ถูกพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 28 ค้ำคอ กฎหมายที่ทำให้คิดใหญ่ ทำไม่เป็น หรืออาจคิดอย่าง ทำอย่าง มาตกม้าตาย เพราะจะใช้เพียงวิธีการกึ่งการคลังแบบวิธีเดียว แบบเดิม ที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต ไม่ได้อีกต่อไป 

ยกตัวอย่าง ‘วิกฤตทิพย์’ ผลักดันดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อกระตุ้นตัวเลขการบริโภค ตอนนี้ต้องมาหวังพึ่ง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ถ้ากฤษฎีกาบอกทำได้ ก็รอดตัว ถ้าบอกทำไม่ได้ หรือตอบกำกวมขึ้นมา ท่านก็ไม่กล้าเสี่ยง และหวังพึ่งวิธีการกึ่งการคลังแบบเดิม ที่วันนี้ไม่เหลือพื้นที่อีกแล้ว เพราะมีมาตรา 28 ค้ำคออยู่ และพื้นที่ทางงบประมาณ ที่วันนี้ตัวเลขรายได้รัฐต่อจีดีพีเป็นโรคเรื้อรังที่ถ้าไม่รีบรักษา ประเทศจะตายได้ในวันข้างหน้า รัฐบาล ไม่มีพื้นที่ทางงบประมาณในการผลักดันนโยบายอะไรได้อีก 

ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอทางออก ‘วิกฤติงบไม่ตรงปก’ อาจเป็นวิกฤติที่ตนคิดขึ้นมาเอง เพราะจิ้มไปตรงไหน ในเล่มงบ ก็เจองบไม่ตรงปกทุกจุด เช่น งบก๊าซเรือนกระจก ที่ไส้ในเป็นแค่งบติดอุปกรณ์ในสนามบินและงบการจัดอบรมสัมมนา  วิกฤตงบไม่ตรงปกนี้ จิ้มไปตรงไหนก็เจอ สำคัญที่สุดบุญเก่าที่ท่านเคยทำสำเร็จไว้ในรัฐบาลชุดก่อนจะตกมาไม่ถึงรัฐบาลชุดนี้

เครื่องมือชิ้นแรกที่เคยทำสำเร็จไว้นโยบายกึ่งการคลังวันนี้ก็ตึงตัว เพราะเงินในงบประมาณคือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่นำมาเสนอสภาฯ จะดีได้ต้องมีกระบวนการจัดทำงบที่ดี แต่วันนี้เข้าขั้นวิกฤติ ข้อเสนอทางออก คืออยากให้นายกฯช่วยกันสร้างบุญใหม่ ทิ้งเป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลานผ่านการปฏิรูปกระบวนการจัดทำงบประมาณใหม่

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ ยังได้นำเสนอ '5 ก้าว' ของพรรคก้าวไกล ได้แก่

ก้าวที่ 1 ปฏิรูปจัดทำงบประมาณ โดยขอให้นายกฯ กำชับสำนักงบประมาณในการให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลคำของบประมาณตามที่เรียกเอกสารไป

ก้าวที่ 2 ต้องปฏิรูปกระบวนการอนุมัติงบประมาณในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการแบ่งอนุฯ ตามยุทธศาสตร์ เพื่อให้กระบวนการมีประสิทธิภาพของประเทศ 

ก้าวที่ 3 มาตรการเชิงนโยบาย ให้สำนักงบประมาณเข้ามาแล้ววางมาตรการเชิงนโยบาย-หลักเกณฑ์ เพื่อป้องกันคนที่ไม่หวังดีอาจใช้เป็นช่องทางทำมาหากิน 

ก้าวที่ 4 การจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์  โดยแบ่งเป็น 'งบภารกิจ' ที่ตั้งขึ้นใหม่ ในการทำนโยบาย กับ 'งบหน่วยงานประจำ' ที่เป็นงบประจำของหน่วยงาน

ก้าวที่ 5 จัดสรรงบประมาณเพื่อมุ่งการเอาภารกิจนำ เพราะบางภารกิจอาจมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง เพื่อขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นภารกิจพื้นฐานของหน่วยงานนั้นๆ กับโครงการที่รัฐบาลเป็นผู้ริเริ่ม

ณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองเชื่อว่าพรรคก้าวไกลได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการจัดสรรงบประมาณปี 2567 ไม่ตอบโจทย์และไม่สะท้อนปัญหาของประเทศอย่างไรบ้าง นายกฯ ที่ได้รับโอกาสบริหารประเทศครั้งแรกในชีวิตแล้ว ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 

“_โจทย์ของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่คำถามว่าจะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่าเราพร้อมบริหารประเทศหรือไม่ การพิจารณางบประมาณ 3 วันที่ผ่านมา ไม่ใช่การทำลายล้างท่าน แต่เป็นเวทีซ้อมมือเพื่อเอาชนะ ด้วยการทำงานที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ และข้อเสนอการบริหารประเทศได้ดีกว่า ด้วยการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานอย่างเข้าใจปัญหาและรู้วิธีการแก้ปัญหา แข่งกันเอาชนะใจประชาชน”_ ณัฐพงษ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์